รอมฏอน เวลาที่ความยิ่งใหญ่ที่มุสลิมกว่า 2,000ล้าน รอคอย

18 มิย. 58     1433
คลิกรับรางวัล : เป็นเพื่อน Line กับเรา

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: รอมฏอน เวลาที่ความยิ่งใหญ่ที่มุสลิมกว่า 2,000ล้าน รอคอย

keywords: รอมฏอน, อาศิส พิทักษ์คุมพล, จุฬาราชมนตรี, ประเทศไทย

 รอมฏอน เวลาที่ความยิ่งใหญ่ที่มุสลิมกว่า 2,000ล้าน รอคอย

สำนักจุฬาราชมนตรี โดยจุฬาราชมนตรี อาศิส พิทักษ์คุมพล ได้ประกาศให้การเริ่มต้นวันที่หนึ่งของเดือนรอมฏอน ในประเทศไทย ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ดังนั้นมุสลิมไทยทั่วประเทศจึงเริ่มต้นเดือนรอมฏอนอย่างพร้อมเพรียงกัน

รอมะฎอน (อาหรับ: رمضان) หรือ รอมดอน, รอมาดอน, รอมะดอน, รอมฎอน และในภาษายาวีเรียกว่า เดือนปอซอ  คือเดือนที่ 9 ของปฏิทินฮิจญ์เราะหฺ หรือปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดทั้งเดือน และหลายๆคนจะได้ยินคำเรียกง่ายๆว่า  “เดือนบวช”  และถือว่าเป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง อีกทั้งเป็นเดือนที่คัมภีร์อัลกุรอานได้ทรงประทานลงมาเพื่อเป็นธรรมนูญ(ทางนำ)ชีวิตของมุสลิมทุกคนทั่วโลก

มุสลิมจะต้องอดอาหารเพื่อที่จะได้มีความรู้สึกถึงประชาชนทั่วโลกอีกมากมาย ที่พวกเขาเหล่านั้น เป็นคนยากจน คนยากไร้ เป็นต้น  การถือศีลอดเป็นบทบัญญัติ 1 ใน 5 ของอิสลาม หรือที่มุสลิมเรียกว่า “รุก่นอิสลาม:หลักการอิสลามภาคบังคับ” ศีลอด หรือที่เรียกว่า "การถือบวช" ของมุสลิมนั้นบังคับให้ทุกคนจะต้องกระทำ แต่กระนั้นก็สามารถยกเว้นให้กับบุคคลที่เจ็บป่วย คนชรา หญิงมีครรภ์ เด็กที่ยังไม่บรรลุศาสนภาวะ คนเดินทาง ซึ่งในภาพรวมหมายถึง  บังคับกับผู้ที่มีความสามารถเท่านั้น

การถือศีลอดเริ่มตั้งแต่รุ่งอรุณ “ตี 5 “ ไปจนถึงดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า “18.30 โดยประมาณ” ตลอดช่วงกลางวัน ผู้ที่ถือศีลอดจะกินหรือดื่มสิ่งใดๆ ไม่ได้เลย ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะโดยปกติ เราแค่อดอาหารมื้อเดียวก็แทบทนกันไม่ไหว “คำถามว่าทำไมมุสลิมกว่า 2,000ล้านคนทั่วโลกจึงอดได้ ถ้าจะตอบแบบไม่ต้องอธิบายมากมายคือ  "เพราะความศรัทธา"การถือศีลอด ไม่ได้หมายความว่า ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่สูบเท่านั้น แต่หมายถึงการงดเว้น ในอบายมุขทุกประเภท ดังเช่น การนินทา การมีเพศสัมพันธ์ การลักขโมย ฯลฯ เป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน  

นี่คือความสำคัญของเดือนนี้ เป็นคำตอบว่าทำไมมุสลิมจึงให้ความสำคัญกับเดือนนี้มาก มุสลิมทุกๆคนต่างรอคอยเดือนรอมฏอนนี้ด้วยความยินดี จะสังเกตว่าในชุมชนมุสลิมจะคึกคัก ค่ำคืนจะสว่างไสว ในมัสยิด (สุเหร่า) จะมีคนมาทำความดี ออกมาละหมาดกันอย่างมากมาย ทั้งเด็กๆ วัยรุ่น คนชรา แต่กระนั้นเมื่อถึงเวลาปกติ ก็ยังคงใช้ชีวิตเช่นเดิม ทำงาน หาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่ว่าพอถึงเดือนรอมฏอนจะหยุดทำงาน และอ้างว่าทำงานไม่ไหวเพราะถือศีลอด ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพราะการอ้างแบบนี้ถือว่าผิดอย่างมาก

การถือศีลอดได้ฝึกและสอนให้คนมีความอดทน มีเมตตา เห็นอกเห็นใจ คนยากจน เข้าใจถึงความหิวกระหาย ดังนั้นจึงทำให้มนุษย์มีจิตใจที่อ่อนโยน เผื่อแผ่ ไม่กินอย่างฟุ่มเฟือย เพราะเข้าใจว่าเพื่อนมนุษย์ที่มีความหิวโหย นั้นทนทรมานเพียงใด

ท่านศาสดามูฮำหมัด(ซ.ล.) กล่าวว่า "มุสลิมจงถือศีลอด แล้วท่านจะสุขภาพดี" งานวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่เผยและยอมรับว่าการที่ร่างกายได้หยุดพักแบบจริงๆ (อย่างเช่นการถือศีลอด) ทำให้โรคบางอย่างหายไป และร่างกายได้มีโอกาสซ่อมแซม ดังเช่นเครื่องยนต์ที่เดินเครื่องมาตลอดไม่เคยหยุดพัก ได้หยุดเครื่องบ้าง การหยุดไม่กินไม่ดื่ม ทำให้กระเพราะอาหารได้หยุดพัก  โรคบางโรคจะลดลงดังเช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคลำไส้ หรือป้องกันโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ เป็นต้น การหยุดกิน การหยุดดื่ม จะทำให้ร่างกายได้พักผ่อน ที่สำคัญยังทำให้ห่างไกลต่อโรคภัยต่างๆได้อีกมากมาย

รอมฏอน เวลาที่ความยิ่งใหญ่ที่มุสลิมกว่า 2,000ล้าน รอคอย

บัญญัติ ทิพย์หมัด

news.muslimthaipost.com