ผู้เชี่ยวชาญซาอุฯ โต้! การค้นพบชิ้นส่วนอัล-กุรอานเก่าแก่ที่สุด ของ ม.เบอร์มิงแฮม

28 กค. 58     2254

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: ผู้เชี่ยวชาญซาอุฯ โต้! การค้นพบชิ้นส่วนอัล-กุรอานเก่าแก่ที่สุด ของ ม.เบอร์มิงแฮม

keywords: อัลกุรอานเก่าแก่, คัมภีร์อัลกุรอาน, มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม, ภาษาฮิญาซี, ภาษาอาราบิก, ศาสดา, ท่านศาสดามุฮัมมัด

ผู้เชี่ยวชาญซาอุฯ โต้! การค้นพบชิ้นส่วนอัล-กุรอานเก่าแก่ที่สุด ของ ม.เบอร์มิงแฮม
มักกะฮฺ –ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ และต้นฉบับเอกสารเก่า ได้ตั้งข้อสงสัยถึงการค้นพบชิ้นส่วนอัล-กุรอานที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ โดยมีการระบุว่า ชิ้นส่วนหนังที่จารย์โองการในซูเราะฮฺที่ 18-20 ด้วยหมึก มีอายุระหว่าง ค.ศ.586 – 645 ซึ่งหมายความว่า มีการเขียนขึ้นในช่วงที่ที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) เสียชีวิตไปไม่นาน (เชื่อว่าท่านมีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 570-632)

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในมักกะฮฺ รายงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม อ้างความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ที่ระบุว่า แผ่นกระดาษหนังนั้นอาจถูกเขียนขึ้นหลังการจากไปของท่านศาสดา (ซ.ล.) ด้วยสาเหตุหลายประการ

ทั้งนี้ Abdul Sattar Al-Halouji ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นฉบับเอกสารเก่า ได้ยืนกรานว่า ในช่วงหลังการจากไปของท่านศาสดา (ซ.ล.) ยังไม่มีการใช้หมึกแดงในการเขียนเพื่อแสดงถึงการแยกส่วนระหว่างซูเราะฮฺ ไม่มีการใช้หมึกแดงในการเขียนข้อความขึ้นต้น “Bismillah Al-Rahman Al-Raheem” ในทุกบท และตัวอัล-กุรอานเองก็ยังไม่ได้มีการเรียบเรียงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

Abdul Sattar Al-Halouji ยังกล่าวว่า เขาเชื่อว่าการอ้างของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ครั้งนี้เป็นเพียงการสร้างความฮือฮาให้เป็นที่สนใจของสาธารณชนมากกว่า เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะสืบให้รู้แน่ชัดว่า แผ่นหนังดังกล่าวถูกเขียนขึ้นในช่วงที่ใกล้กับยุคสมัยของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) หรือไม่ และทางมหาวิทยาลัยสมควรจะตรวจสอบอายุของหมึกที่ใช้เขียนอักษรมากกว่า ที่จะตรวจสอบอายุของหนังสัตว์ที่นำมาใช้เขียน เพราะหนังสัตว์อาจอาจจะเก่าแก่ก็จริง แต่อาจถูกเก็บไว้และนำมาเขียนขึ้นในยุคหลังก็ได้

นักโบราณคดียังกล่าวว่า แผ่นกระดาษหนังที่ค้นพบอาจถูกเขียนขึ้นในยุคของ อุสมาน บิน อัฟฟาน (Othman Bin Affan) ซึ่งขึ้นเป็นคอลิฟะฮฺ หลายปีหลังจากท่านศาสดาเสียชีวิต โดยในช่วงที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ยังมีชีวิตอยู่ อัล-กุรอานยังไม่ได้รับการจัด หรือแบ่งเป็นรูปแบบเช่นในปัจจุบัน และยังไม่ได้มีการใช้หมึกสีด้วย

อัดนาน อัล-ชารีฟ คณบดีผู้มีหน้าที่ควบคุมห้องสมุดในมหาวิทยาลัย Umm Al-Qura กล่าวว่า มีการตั้งข้อสังเกตหลายต่อหลายประการ ที่เป็นข้อสงสัยในการประกาศการค้นพบของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมครั้งนี้ หนึ่งในจำนวนนั้นคือ การเขียนด้วยหมึกสีแดงเพื่อเป็นการแยกระหว่างซูเราะฮฺ กับข้อความขึ้นต้น “บิสมิลลาฮฺฯ” ซึ่งดูเหมือนเป็นการจัดระเบียบที่ยังไม่มีในสมัยของท่านศาสดา (ซ.ล.) และการทดสอบอายุของอินทรีย์วัตถุด้วยการใช้ธาตุคาร์บอนนั้น สามารถระบุได้ในระดับศตวรรษ (century) ไม่ใช่ในระดับปี (year)

เขายังกล่าวว่า ยังมีต้นฉบับอัล-กุรอานที่พบในตุรกี อียิปต์ และเยเมน ซึ่งเก่าแก่ และนับย้อนไปได้ถึงฮิจเราะฮฺรอบร้อยปีแรกๆ ซึ่งก็หมายความว่า ต้นฉบับเหล่านั้นมีอายุอยู่ในยุคสมัยเดียวกันกับแผ่นหนังที่พบที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม

Abbas Tashkandi ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นฉบับเอกสารเก่าอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่า ทางมหาวิทยาลัยได้ตรวจอายุของหนังที่ใช้เขียน แต่ไม่ได้ตรวจอายุของหมึก และว่า การเขียนอัล-กุรอานบนกระดาษหนังนี้อาจจะทำขึ้นในมักกะฮฺ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางการฟอกหนัง

อับดุลเลาะฮฺ อัล-ชารีฟ นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ในสมัยของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ.ล.) และสมัยของคอลิฟะฮฺทั้ง 4 ยังไม่รู้จักการใช้หมึกสี และเครื่องหมายจุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เพิ่งใช้กันในสมัยของอุมัยยัต ที่อยู่ในช่วงระหว่างปีฮิจเราะฮฺ ที่ 41-132

ที่มา: saudigazette.com

hot.muslimthaipost.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา