เตือน!! ธุรกิจขายครีม...ธุรกิจจากชัยฏอนนะ

7 กย. 59     113219
คลิกรับรางวัล : เป็นเพื่อน Line กับเรา

เตือนหญิงมุสลิมทุกท่าน ระวังธุรกิจขายครีม...ธุรกิจจากชัยฏอนนะ


เตือน!! ธุรกิจขายครีม...ธุรกิจจากชัยฏอนนะ

ธุรกิจขายครีม...ธุรกิจจากชัยฏอน

loading...

ข้อมูลจาก เพจ Islamic Economics-เศรษฐศาสตร์ อิสลาม ระบุว่า ทางเราได้รับแจ้งจากแฟนเพจท่านหนึ่งว่า ตอนนี้สินค้าจำพวกครีม และเครื่องสำอางค์ต่างๆ ได้แพร่กระจายเข้าไปในสังคมปอเนาะ ทำให้เด็กๆ มุสลีมะฮฺ ตกเป็นเหยื่อของสินค้าที่จะนำไปสู่การเกิดฟิตนะห์ต่างๆ จำนวนมาก 

นี่เป็นข้อความที่แฟนเพจส่งมาให้เรา "ตอนนี้เด็กๆ นายูแถวบ้านผมแต่งหน้าทาปากกันเป็นเรื่องปกติแล้ว ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนพวกเขาจะเป็นเด็กขี้อายและมีมารยาทดี ตอนนี้สังคมมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว" 

ทั้งนี้ ครีมและเครื่องสำอางค์ต่างๆ ที่ขายกันในหมู่มุสลิมเป็นครีมที่มีต้นทุนต่ำ ไม่มีผลงานวิจัยรองรับ แต่เป็นสินค้าที่มีกำไรสูง มุสลิมะฮฺจึงแห่ไปทำธุรกิจนี้จำนวนมาก โดยหารู้ไม่ว่า ครีมพวกนี้มีส่วนผสมของ ปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน และฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเป็นสารที่จะนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนัง ทำให้เด็กมีฮอร์โมนผิดปกติ และจะส่งผลเสียต่อผิวหน้าในระยะยาว 

ที่สำคัญเครื่องสำอางค์เหล่านี้ ยังเป็นต้นเหตุของฟิตนะฮฺต่างๆ เช่น เรื่องชู้สาว การทำซีนา และการฟุ่มเฟือย เป็นต้น ซึ่งปัญหาการทำซีนา(การผิดประเวณี) ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของสังคมมุสลิมในปัจจุบัน 

เราจึงขอนำเสนอบทความนี้เพื่อให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลลูกๆ หลานๆ ที่เป็นมุสลีมะฮฺ อย่าให้พวกเขาต้องตกเป็นเหยื่อของธุรกิจขายครีม...ธุรกิจจากชัยฏอน

ท้ายนี้ขอทิ้งท้ายด้วยฮาดีษที่ว่า "ความอาย จะไม่นำมาซึ่งสิ่งใดเลยนอกจากความดี" (บุคอรีและมุสลิม)

 

ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจ:

มุมินดีไซน์:  ธุรกิจ ไม่ได้ผิด แต่ที่ผิดคือ ลูกหลานเรา เอามาใช้ ก่อนวัยอันควร... การดูแลตัวเองเป็นหน้าที่ ของมุสลิมะห์ ที่ร้องทำเพื่อ สามี ..... มุ่งประเด็นผิด ไปไหมคะ.... ในฐานะคนเป็นครูสอนศาสนา คือพวกเราต้องสอนลูกหลานเรา ต่างหากคะ ไม่ใช่โทษ ผู้อื่น พวกเรา ให้ความรู้ลูกหลานเรา หรือยัง.... พูดในฐานะคนเป็นแม่ เป็นครู

Fadeelah : ครีมดีๆไม่มีสารอันตรายก้อมีนะคะ whitening ปลอดภัยมีมากมายคะ เช่น vitc niacinamine arbutin เปนต้น คุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนโจมตีนะคะนะ

Nurul : คือ แบรนด์ไม่มีคุณภาพ กับการทำธุระกิจขายครีม(ยี่ห้อคุณภาพ) มันคนละประเด็นกับที่เด็กๆทำตัวฟิตนะห์ไหม คนที่ใช้ครีมเพื่อบำรุงแต่ปกปิดเอารัต อันนี้ฮารอมด้วยไหม ครีมบำรุงใช้เพื่อบำรุง ไม่ใช่เครืองสำอางค์แต่งหน้าให้มีสีสันป่ะ แล้ว แล้วการที่เด็กพวกนั้นสร้างฟิตนะห์ อวดโชว์ความงาม มันมาจากการใช้ครีมงั้นรึค่ะ ข้อนี้งงมาก ก็ที่เห็นๆบางคนไม่ได้ใช้ครีมอะไรก็ก่อฟิตนะห์อยู่นี่ เกี่ยวไรกะการใช้ครีม คือ งง รุ้สึกประเด็นโพสต้องการแค่เล่นงานครีมที่ไรคุณภาพเป็นอันตรายต่อเดก แต่ดันพ่วงท้ายว่าครีมเหล่านี้เป็นต้นเหตุฟิตนะห์ ไปด้วย

Tasneeya :  ธุรกิจเครื่องสำอ่างธุรกิจ ไชตอน รู้สึกฟังแล้วแรงมากนะค่ะ... คิดว่าไม่น่าจะทั้งหมดเสมอไปนะค่ะ... ทุกทุกการทำธุรกิจมันก้ออยู่ทีจุดประสงค์อีกนะค่ะ ถ้าจุดประส่งเพื่อ ไห้เกิดสิ่งที่ดี ก้อไม่ได้แปลก ความสวยความงามนั้น....เป็นสิ่งที่คู่กับผู้หญิงอยู่แล้ว แต่เรื่องของเรื่องนั้นความสวยนั้นต้องมี ขอบเขตอัลอิสลาม ไห้อยู่ในหลักการ จะแต่งไม่แต่ง ต้องรักษาเอารัตไห้ดีที่สุด รวมทั้งความสะอาดและ ฮาลาล ปัญหาตอนนี้จริงจริง ไม่ไช่มาจากธุรกิจ

แต่ที่เห็นได้ชัดมาจากระบบ โซเชียลต่างหาก เป็นปัญหากำลังรุนแรงสู่ยาวชนทั้งหญิงเและชายเรา ณ.ตอนนี้ บางคนไม่แต่งหน้า ทาปาก หน้าเป็นหลุมเป็นบ่อก็ปกปิด กับโทรศัพท์ได้...... สร้างภาพ หลอกหน้า กลอกตา ด้วยการใช้แอป ธุรกิจ ครีมเครื่องสำอ่างไม่ไช่ปัจจัยหลักมาก แต่ระบบบโซเชียลนี้และทำไห้คน ทุกเพศทุกวัย เสียไปตามตามกัน หลงตัวเอง อยากโชร์(กลายเป็นตกาโบร ไม่รู้ตัว) โกหก ทะเลาะด่าทอ ดูถูก เหยียดหยาม สร้างภาพหลอกหน้าหลอกตา แม้ทุกซอกทุกมุมในบ้านบ้านก็เปิดเผยหมด แล้วอะไรจะเหลือ สำหรับคำว่า ..... รักตัวสงวนตัวสำหรับมุสลิมะห์ การกระทำจนกลายเป็นเคยชิน อย่างไม่รู้ตัว จนกลายเป็นฟิตนะห์ อย่างรุนแรง น้องน้องมุสลิมมะห์เราทุกคนรัก ตัวสงวนตัว ด้วยเถิด ...รักตัวเองด้วย ยิ่งเปิดเผย ยิ่งเป็นภัยต่อตัวเราทั้งดุนยาและอาคีเราะห์ ขายเครื่องสำอางไม่จำเป็นเลยต้องโชร์ทุกส่วนของร่างกายให้เปลืองตัว.....ด้วยคำพูดที่น่าเชื่อถือก็ทำได้แล้ว ...มีช่องทางอีกหลายช่องทางมากมายเลยที่จะทำการค้าขาย... อยู่ที่ตัวเราเท่านั้น เป็นผู้เลือกที่จะเป็น เป็นหญิงชาวนรกหรือ สตรีชาวสวรรณ์ ขอดุอาร์ต่อไปเพื่อลูกหลานในอนาคตวันข้างหน้า.... ปลอบจาก ไชตอนโซเชียล อันหลอกลวงนี้ด้วยเถิด...

 

สิ่งสำคัญ!!

อย่ามาพูดว่าเป็นธุรกิจไซตอน เพราะทุกธุรกิจมันก็มีไชตอนอยู่ทุกธุรกิจ เพราะอัลเลาะห์ให้ไชตอนมาเพื่อยุยงมนุษย์ให้ทำชั่วอยู่แล้ว อยู่ที่อิหม่านของแต่ละคนที่จะเข้มแข็งมากพอหรือไม่มากกว่า และที่เหนืออื่นใด ธุรกิจเครื่องสำอางค์ที่ดำเนินการโดยมุสลิม “ทุกคนมีการจ่ายซากาต มีการบริจาค มีการสนับกิจกรรมของสังคมมุสลิม มาโดยตลอด การมีเจตนาย้ำยีธุรกิจของมุสลิมให้ตกต่ำถือได้ว่า มีความอคติ ทั้งนี้ทุกคนควรรณรงค์ให้มุสลิมหันมาสนับสนุนกิจการของมุสลิมด้วยซ้ำจะดีที่สุด เพราะสำหรับผู้หญิงโดยส่วนมากแล้ว ถ้าไม่ใช้บริการจากครีมมุสลิม ก็ใช้ครีมจากต่างศาสนิกอยู่แล้ว” “แทบจะไม่มีผู้หญิงมุสลิม คนใด ไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องเครื่องสำอางเลยในปัจจุบัน จงยอมรับความจริงเถิด”

ย้ำชัดว่า “ถ้าคิดว่าธุรกิจเครื่องสำอางมุสลิม เป็นต้นเหตุของ ชู้สาว ซีนา ฟิตนะห์ต่างๆ  รณรงค์ไม่ให้ใช้บริการ แล้วการใช้บริการโซเชียลมีเดีย  เฟสบุค อินเตอร์เน็ตในปัจจุบัน ทำไม พวกท่าน ไม่คิดว่าเป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆด้วยละ อย่าใช้ “ความคิดที่อคติ ทำลายธุรกิจมุสลิมดีๆ เลย” ไม่มันยุติธรรม