สองทิศของหนึ่งศรัทธา

3 ธค. 59     1964
คลิกรับรางวัล : เป็นเพื่อน Line กับเรา

สองทิศของหนึ่งศรัทธา

สองทิศของหนึ่งศรัทธา
บทความโดย: บรรจง บินกาซัน

หุบเขาบักก๊ะฮฺในอดีตหลายพันปีก่อน  เป็นหุบเขาที่มีลักษณะเหมือนแอ่งกระทะที่เต็มไปด้วยโขดหินในคาบสมุทรอาหรับ  แต่เมื่ออับราฮัมพานางฮาการ์ภรรยาคนที่สองกับทารกอิสมาอีล ลูกชายคนหัวปีไปทิ้งไว้ตามลำพังที่นั่น ไม่กี่วันหลังจากนั้น สองแม่ลูกก็ได้รับของขวัญจากพระเจ้าในรูปของน้ำซัมซัมที่ผุดออกมาหล่อเลี้ยงชีวิตจากใต้ผืนทรายใกล้ตัวทารก

loading...

ที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นมีชีวิต นกจำนวนหนึ่งได้มาบินเวียนวนอยู่เหนือหุบเขาบักก๊ะฮฺ เมื่อกองคาราวานของชาวอาหรับผ่านมาสังเกตเห็นพฤติกรรมของนก พวกเขาจึงนำกองคาราวานเข้ามาหาน้ำและเริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนขึ้นที่นั่น

หลังจากอับราฮัมทิ้งครอบครัวของเขาไว้ที่หุบเขานั้นแล้ว เขาได้กลับไปหานางซาร่าห์ภรรยาคนแรกและหาโอกาสกลับมาเยี่ยมครอบครัวของเขาในหุบเขาบักก๊ะฮฺเป็นบางครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เขามาเยี่ยม อิสมาอีลเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว และในครั้งนี้ อับราฮัมได้บอกลูกของเขาว่าพระเจ้าได้บัญชาให้เขาสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่งเพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะพระองค์ สองพ่อลูกจึงเริ่มสร้างบ้านด้วยการขนหินมาเรียงกันเป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ถูกเรียกว่า “ก๊ะอฺบ๊ะฮฺ”


มีตำนานเล่าว่า เดิมทีรากฐานของบ้านที่อับราฮัมกับลูกชายของเขาสร้างนั้นเป็นจุดเดียวกับบริเวณที่อาดัมเคยสร้างอาคารไว้เพื่อเคารพสักการะพระเจ้า แต่ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปเนิ่นนาน บ้านแห่งการสักการะพระเจ้าของอาดัมได้พังทลายไป ทูตสวรรค์จึงมาชี้จุดก่อสร้างให้อับราฮัม

เมื่ออับราฮัมสร้างก๊ะอฺบ๊ะฮฺเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระเจ้าได้บัญชาให้อับราฮัมไปเรียกร้องเชิญชวนผู้คนให้มาสักการะพระองค์และทำพิธีฮัจญ์ที่นี่และพระเจ้าได้สอนวิธีการทำฮัจญ์ให้อับราฮัม พิธีฮัจญ์จึงเริ่มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากนั้น อับราฮัมได้เดินทางกลับไปหานางซาร่าห์ภรรยาคนแรกที่อยู่ในแผ่นดินกันอานซึ่งที่นั่นเขาได้สร้างสถานที่แห่งการเคารพสักการะพระเจ้าขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งตรงบริเวณที่เรียกกันในปัจจุบันว่ามัสญิดอัลอักซอในเมืองเยรูซาเล็ม ในวัยชราอายุเกือบร้อยปี อับราฮัมได้ลูกคนที่สองจากนางซาร่าห์ชื่อ อิชอักหรืออิสฮาก


สองทิศของหนึ่งศรัทธา

ศาสนสถานสองแห่งที่อยู่ห่างกันประมาณ 2,000 ไมล์ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเคารพสักการะพระเจ้าองค์เดียวซึ่งเป็นหลักศรัทธาขั้นพื้นฐานของผู้คนที่นับถือศาสนาของอับราฮัม นั่นคือชาวยิว ชาวคริสเตียนและมุสลิม มีบันทึกคำพูดของนบีมุฮัมมัดว่าศาสนสถานสองแห่งนี้สร้างห่างกัน 40 ปี

หลังสมัยของอับราฮัม สถานที่เคารพสักการะพระเจ้าที่เขาสร้างไว้ได้พังทลายลง กษัตริย์โซโลมอนจึงได้สร้างวิหารสักการะพระเจ้าขึ้นมาตรงบริเวณที่อับราฮัมได้สร้างไว้ แต่หลังจากสมัยของโซโลมอนและเดวิด วิหารที่กษัตริย์โซโลมอนสร้างขึ้นได้ถูกทำลายและมีการสร้างวิหารหลังที่สองขึ้นมาแทน

หลังสมัยพระเยซูคริสต์ วิหารหลังที่สองถูกกองทัพโรมันทำลายใน ค.ศ.70 และทำให้ลูกหลานอิสราเอลต้องแตกกระจัดกระจายไปอาศัยอยู่ในส่วนต่างๆของโลกซึ่งในจำนวนนั้นมีสามเผ่าอพยพมาหลบภัยอยู่ที่ชานเมืองยัษริบหรือเมืองมะดีนะฮฺ ส่วนก๊ะอฺบ๊ะฮฺได้กลายเป็นสถานที่แห่งการเคารพสักการะกราบไหว้รูปปั้นที่มีอยู่โดยรอบถึง 360 องค์

เมื่อท่านนบีมุฮัมมัดเริ่มเผยแผ่อิสลามในมักก๊ะฮฺ ท่านต้องประสบการต่อต้านรุนแรงยิ่งขึ้นทุกวันจนท่านต้องอพยพไปยังยัษริบ เมื่อไปถึงที่นั่น ท่านพบพวกลูกหลานอิสราเอลนมัสการพระเจ้าโดยหันไปทางเมืองเยรูซาเล็ม เนื่องจากพวกลูกหลานอิสราเอลเป็นสาวกของโมเสสผู้เป็นศาสดาของพระเจ้า นบีมุฮัมมัดจึงได้สั่งบรรดาสาวกของท่านให้หันหน้าไปทางเมืองเยรูซาเล็มเหมือนพวกลูกหลานอิสราเอลในการทำละหมาดเพื่อเป็นการให้เกียรติศาสดาก่อนๆ

แต่เมื่ออยู่ที่ยัษริบได้สองปีและพยายามที่จะบอกพวกลูกหลานอิสราเอลที่นั่นว่าคำสอนของคัมภีร์กุรอานที่ท่านนำมาสอนนั้นเป็นสิ่งยืนยันคัมภีร์ที่ถูกพระเจ้าประทานมาก่อนหน้านี้ แตพวกลูกหลานอิสราเอลปฏิเสธและต่อต้านท่าน ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงเวลาอันสมควร พระเจ้าจึงได้มีบัญชามายังนบีมุฮัมมัดให้เลิกหันหน้าไปทางเมืองเยรูซาเล็มในเวลาละหมาดและหันไปทางก๊ะอฺบ๊ะฮฺในเมืองมักก๊ะฮฺแทน

นับแต่นั้นมา มุสลิมจึงละหมาดโดยหันหน้าไปยังก๊ะอฺบ๊ะฮฺ บ้านที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเคารพสักการะพระเจ้าองค์เดียวไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหนของโลกก็ตาม

 

สองทิศของหนึ่งศรัทธา