ยิ่งใหญ่! เริ่มวางเสาศิลาฤกษ์ "ห้างปัตตานีอาเซียนมอลล์" แห่งแรก แห่งเดียวในภูมิภาค

11 มค. 60     9557
คลิกรับรางวัล : เป็นเพื่อน Line กับเรา

 

 ยิ่งใหญ่! เริ่มวางเสาศิลาฤกษ์

 

loading...


เริ่มวางเสาศิลาฤกษ์ฐานรากห้างปัตตานีอาเซียนมอลล์แห่งแรกในภูมิภาค และการก่อสร้างโรงพยาบาลจะเริ่มก่อสร้างใหม่จนแล้วเสร็จภายในปีนี้อย่างแน่นอน หลังจากชะงักมานนานหลายปี              


ที่บริเวณลานกว้างบริเวณที่ตั้งของโครงการมะดีนะตุสสลาม หรือปัตตานีจายา ได้มีการจัดพิธีวางเสาศิลาฤกษ์ของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ภายใต้ชื่อ “ปัตตานี อาเซียนมอลล์” Pattani Asea Mall ที่มีขนาด 2 ชั้น ในพื้นที่ 21 ไร่ โดยทางห้างเช่าพื้นที่ดังกล่าวจากโครงการมะดีนะตุสสลาม หรือปัตตานีจายา ที่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1,300 ไร่ และเป็นที่ดินวากัฟ (สาธารณกุศล) ทั้งหมด              

โดยเปิดให้เช่าเพื่อเป็นรายได้ให้แก่มะดีนะตุสสลามไว้บริหารจัดการโครงการต่อไป นับเป็นอีกโครงการลงทุนร่วมระหว่างนักธุรกิจจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งโครงการมะดีนะตุสสลาม หรือโครงการปัตตานีจายา ไว้แต่ต้น ที่ได้แบ่งพื้นที่ดังกล่าวพัฒนาเป็น 5 โซน              

ประกอบด้วย 1.โซนสุขภาพ ประกอบด้วย โรงพยาบาลเซคยาซิม บินมูฮำหมัด บินซานี 2.โซนธุรกิจ ประกอบด้วย ศูนย์การค้าและแหล่งธุรกิจต่างๆ 3.โซนที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย บ้านประเภทต่างๆ มากกว่า 2 พันยูนิต 4.โซนชุมชน ประกอบด้วย ศูนย์กลางอิสลามฯ โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้เพื่อความเป็นเลิศ และ 5.โซนมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย คณะวิชาศาสตร์สุขภาพ และสหเวชศาสตร์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และเป็นแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ และส่งเสริมให้เกิดสันติสุขในระยะยาวต่อไป              

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดพิธีวางเสาเอก หรือเสาศิลาฤกษ์ของห้างปัตตานีอาเซียนมอลล์ในครั้งนี้ ได้มี ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนี นายกิจจา กิจเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผศ.ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี และประธานมูลนิธิมะดีนะตุสสลาม ดาโต๊ะยามัล มูหำมัดอามีน รองประธานกรรมการบริษัทปัตตานีขายาคอมมิเชีย ผศ.ดร.วรวิทย์ บารู ประธานกรรมการบริษัทปัตตานีจายาคอมฯ นายเศษรฐ์ อัลยุฟรี นายกองต์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี และตัวแทนผู้บริหารธนาคารต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และผู้นำศาสนาเข้าร่วมพิธี และร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย              

ด้าน นายวสุทธ์อัซา เซนสม อดีตผู้บริหารบิ๊กซีระดับภาค ในฐานะที่ปรึกษาโครงการห้างปัตตานีอาเซียนมอลล์ เผยว่า ทางห้างได้มีการประสานติดต่อกับห้างต่างๆ ที่มีชื่อเสียง สเวนเซ่นส์ โลตัส เป็นต้น แม้กระทั่งร้านสตาร์บัค เพื่อมาเปิดกิจการที่นี่ ที่นี่ต้องเป็นอะไรที่ฮาลาลเท่านั้น การทำธุรกิจลักษณะนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องอาศัยร้านค้าที่มีชื่อเสียงเราถึงจะอยู่ได้ เรามั่นใจว่าเราจะมีส่วนแบ่งของตลาด เพราะสินค้าเราเลือกเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และร้านค้าที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของประเทศอยู่แล้ว เป็นสินค้าที่มีการรับรองเครื่องหมายฮาลาลอย่างถูกต้อง สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องมุสลิมได้อย่างแน่นอน              

ด้าน ผศ.ดร.อิมาอีลลุตฟี จะปากียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาฏอนี กล่าวว่า วันนี้ได้มีการวางฐานรากเสาเอกของห้างปัตตานี อาเซี่ยนมอลล์ นับเป็นอีกก้าวที่ทางมูลนิธิมะดีนะตุสสลาม ได้มีความตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นอีกทางเลือกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่จะเข้ามาเลือกซื้อสินค้า และเข้ามาเช่าพื้นที่ค้าขายได้อีกทางหนึ่ง              

ส่วนความคืบหน้าของโครงการโรงพยาบาลเชคญาซิม บินมูฮำหมัด บินษานี หรือที่เรียกกันว่าโรงพยาบาลปัตตานีจายา นั้น ตอนนี้เราทางมูลนิธิสามารถไถ่ถอนที่ดิน จำนวน 17 ไร่ ที่เป็นจุดก่อสร้างโรงพยาบาลจากไอแบงก์ในวงเงิน 17 ล้านบาท หลังจากได้รับการอนุเคราะห์จากรัฐบาลกาตาร์เรียบร้อย ส่วนการดำเนินการต่อจากนี้คือ ขณะนี้ทางมูลนิธิอยู่ระหว่างการจัดหาบริษัทที่ปรึกษาขึ้นมาใหม่แทนชุดเดิม หลังจากไม่สามารถดำเนินการเสร็จตามแผนงาน ทำให้โครงการชะงักมาหลายปี คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนมกราคมนี้ จากนั้นทางบริษัทที่ปรึกษาก็จะได้จัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างให้แล้ว ส่วนงบประมาณนั้นทางรัฐบาลกาตาร์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนจนแล้วในสมัยนี้              

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิมะดีนะตุสสลาม ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิในกิจการศาสนาเป็นเงิน จำนวน 600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางมูลนิธิฯ กำลังจัดหาบริษัทที่ปรึกษาเพื่อเสนอแบบและการบริหารจัดการโครงการ เพื่อให้สู่เป้าหมายของงบประมาณ ซึ่งคาดว่า 25 มกราคมนี้ จะเริ่มมีความชัดเจนอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 


ที่มา          manager.co.th