เผยชีวิต"โรฮิงญา"ลี้ภัยในบังกลาเทศเลวร้ายเลวร้ายอย่างหนัก !! ขณะที่ UNCHR ชี้"พม่าเข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ "

5 กพ. 60     1314

 เผยชีวิต

คณะกรรมการ,ตัวแทนและที่ปรึกษาของรัฐอาระกัน ที่ได้เดินทางไปเยือนบังกลาเทศ เพื่อเยี่ยมดูสภาพความเป็นอยู่ของชาวมุสลิมโรฮิงญา พบว่า ชาวโรฮิงญาที่หนีการปราบปรามการกวาดล้างของกองทัพพม่า มีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายอย่างหนัก โดยเปรียบเทียบมีสภาพความเป็นอยู่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์

คณะที่เดินทางเยือนบังกลาเทศครั้งนี้ มีทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยนชนพม่า และองค์กรศาสนาเพื่อสันติภาพ (Religions for Peace Myanmar) รวมไปถึงอดีตที่ปรึกษาเลขาธิการยูเอ็น โดยทางบังกลาเทศได้นำคณะจากพม่าเดินทางเยือนตามค่ายหลายแห่งที่ชาวโรฮิงญาอาศัยอยู่ ทั้งในเมืองเทคนาฟและเมืองคอกซ์บาซาร์

ทางการบังกลาเทศได้แบ่งชาวโรฮิงญาออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย กลุ่มที่อาศัยอยู่ในเพิงที่สร้างขึ้นชั่วคราวและเป็นค่ายที่ไม่ได้รับการยอมรับจากบังกลาเทศ และกลุ่มชาวโรฮิงญาที่เพิ่งเดินทางข้ามมาบังกลาเทศ จากเหตุการณ์ปราบปรามกวาดล้างชาวโรฮิงญาในรัฐอาระกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ 
 

มีการเปิดเผยจากคณะที่เยือนบังกลาเทศครั้งนี้ ระบุว่า ชาวโรฮิงญากลุ่มใหม่ที่เพิ่งเดินทางถึงบังกลาเทศมีสภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายมาก “สถานที่ที่พวกเขาอยู่ไม่เหมาะสม แม้แต่จะให้สัตว์อยู่ก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงให้คนอยู่ ผมถามเด็กคนหนึ่งว่า กินข้าวหรือยัง เด็กคนนั้นกลับร้องไห้ออกมาทันที” Al Haj U Aye Lwin กล่าว

จากรายงานของสหประชาชาติล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพัน์ที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีประชาชนชาวโรฮิงญาทั้งสิ้น 92,000 คน ที่ต้องอพยพและกลายเป็นผู้พลัดถิ่น นับตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ในจำนวนนี้ กว่า 69,000 คน ได้หนีข้ามชายแดนไปยังบังกลาเทศ และกำลังเผชิญกับการขาดแคลนด้านอาหารและไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาล อีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ทางการบังลาเทศมีแผนที่จะย้ายชาวโรฮิงญาไปอยู่ยังเกาะที่ชื่อ Thengar Char ในอ่าวเบงกอล ซึ่งเป็นเกาะเกิดใหม่อายุเพียง 10 ปี ที่ไม่มีผู้คนอาศัอยู่และมีน้ำท่วมมิดในช่วงฤดูมรสุม
 

สำนักข่าวเอเอฟพี ได้รายงานว่า วานนี้ (3 ก.พ. 60) สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( UNHCR  ) ได้มีการเปิดเผยรายงานสรุปกรณีการเข้ากระชับพื้นที่กวาดล้างชาวโรฮิงญาในพื้นที่รัฐยะไข่ของทางการเมียนมา ในช่วง ต.ค.2559 ที่ผ่านมา หลังจากมีกองกำลังติดอาวุธเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ของเมียนมา พบว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมถึงเด็กและสตรีถูกสังหารและข่มขืนในเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยรายงานเผยว่าสาเหตุที่ทำให้ปฏิบัติการของทหารพม่าดูเหมือนเป็นการฆ่าเผ่าพันธุ์นั้น เป็นเพราะชาวโรฮิงญาจำนวน 204 คนที่ลี้ภัยอพยพไปอยู่ในบังคลาเทศต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปฏิบัติการกระชับพื้นที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทั้งการสาดกระสุนใส่พลเรือนจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่บางส่วนบุกตรวจบ้านประชาชนแบบหลังต่อหลัง ก่อนจะจุดไฟเผาบ้านอย่างไม่ปราณี นอกจากนี้เด็กวัย 8 เดือนถูกฆ่าตายระหว่างที่แม่ของเขาด้วย

ขณะที่ นายซอ ฮเทย์ โฆษกรัฐบาลทหารพม่า ได้ออกมาปฏิเสธและบอกว่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่งต่อความเห็นของ UNHCR เพราะรายงานดังกล่าวเป็นเพียงแค่ “ข้อกล่าวหา” ปราศจากหลักฐานที่แน่นหนาและเป็นรูปธรรม


ที่มา         www.tnews.co.th 

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost