กัปตัน PIA ทำผิดซ้ำซาก! นำสาวจีนเข้าไปคุย 2 ต่อ 2 ในห้องนักบิน

12 พค. 60     2117
คลิกรับรางวัล : เป็นเพื่อน Line กับเรา

กัปตัน PIA ทำผิดซ้ำซาก! นำสาวจีนเข้าไปคุย 2 ต่อ 2 ในห้องนักบิน

 


Geo News รายงานว่า นักบินสายการบินปากีสถาน ทำผิดกฎการบินโดยนำผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบินเข้าไปนั่งในห้องบังคับเครื่องบิน เหตุเกิดในเที่ยวบิน PK-853 โตเกียว – เป่ยจิง ต่อมาทางบริษัทได้อ้างว่า หญิงสาวชาวจีนที่เข้าไปนั่งในห้องบังคับเครื่องบิน เป็นผู้โดยสาร และได้รับเชิญจากกัปตัน โดยไม่ได้ก่ออันตรายในด้านความปลอดภัยของเครื่องบิน

กัปตันสายการบินนานาชาติปากีสถาน (PIA) ผู้นี้ คือ ชาฮ์ซัต อาซิซ (Captain Shahzad Aziz) สื่อรายงานว่า หญิงสาวชาวจีนคนดังกล่าวอยู่ในห้องบังคับเครื่องบินเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และออกมาตอนที่เครื่องลงจอดแล้ว รายงานยังระบุอีกว่า หญิงจีนผู้นี้อยู่ในห้องบังคับเครื่องบินกับกัปตันเพียง 2 คน

ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ ที่บังเอิญอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว ได้ถ่ายคลิปของหญิงสาวไว้ได้ ขณะที่เธอเดินออกมาจากห้องบังคับเครื่องบิน และเธอบ่ายเบี่ยงที่จะให้คำตอบเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เธอเกี่ยวพันเป็นญาติกับกัปตัน หรือเป็นเพียงเพื่อนกัน และสั่งให้ผู้สื่อข่าวเลิกบันทึกภาพของเธอ

ผู้สื่อข่าวได้รายงานเข้าไปยังสำนักงาน PIA ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้คำมั่นว่าจะติดต่อกับลูกเรือเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่โฆษกของ PIA กล่าวว่า การเชื้อเชิญแขกเข้าไปนั่งในห้องบังคับเครื่องบินเพียง 1 คน ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงภัยแต่อย่างใด

สื่อ India Express รายงานว่า ในทางตรงกันข้าม ผู้อำนวยการบริหาร ขององค์การการบินพลเรือนปากีสถาน (CAA) เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงจัง และสั่งให้มีการสอบสวนในทันที

กฎระเบียบด้านการบินระบุให้ห้องบังคับเครื่องบิน (Cockpit) เป็นพื้นที่ห้ามเข้า สำหรับผู้โดยสาร หรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าในเวลาใดขณะทำการบิน

2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ กัปตันสายการบิน PIA ถูกกล่าวหาว่า แอบนอนหลับในที่นั่งผู้โดยสารชั้น First Class นานกว่า 2 ชั่วโมง ระหว่างไฟลท์ที่เดินทางจากอิสลามาบัด ไปยังกรุงลอนดอน โดยปล่อยให้นักบินฝึกหัดบังคับเครื่องเพียงลำพัง แต่ทั้งๆ ที่มีหลักฐานภาพถ่ายอย่างชัดแจ้ง PIA ก็แสดงความไม่เต็มใจที่จะสอบสวนในเรื่องนี้ โดยเพียงแต่ระงับการทำงานของนักบินขี้ง่วงนี้ไว้เป็นการชั่วคราว

 

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
ที่มา:  www.rt.com