ยุโรปเอาไง!! กองทัพพม่าเปรียบปราบโรฮิงญาเหมือนปราบไอร์แลนด์เหนือ ประณามโรฮิงญาอ้างตัวเป็นพม่า

14 พค. 60     1893

ยุโรปเอาไง!! กองทัพพม่าเปรียบปราบโรฮิงญาเหมือนปราบไอร์แลนด์เหนือ ประณามโรฮิงญาอ้างตัวเป็นพม่า

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า กล่าวป้องการปราบปรามรุนแรงทางทหารต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาโดยเปรียบเทียบกับความพยายามแก้ไขปัญหาของอังกฤษต่อความขัดแย้งทางศาสนาในไอร์แลนด์เหนือ ตามคำแถลงที่ออกในวันนี้ (12)
       
       ผู้สืบสวนของสหประชาชาติ เชื่อว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของพม่าอาจดำเนินการล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยระหว่างปฏิบัติการที่กินเวลานานหลายเดือนในพื้นที่ทางเหนือของรัฐยะไข่
       
       การดำเนินการทางทหารได้ทำให้ชาวโรฮิงญาเสียชีวิตหลายร้อยคน และอีกกว่า 75,000 คน หลบหนีข้ามพรมแดนเข้าฝั่งบังกลาเทศ พร้อมกับเรื่องราวการข่มขืน ทรมาน และสังหารหมู่โดยทหาร
       
       พม่าโต้แย้งข้อกล่าวหาเหล่านั้นโดยระบุว่า กองกำลังทหารดำเนินการปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบตามที่จำเป็น หลังกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาโจมตีด่านชายแดนตำรวจในเดือน ต.ค.
       
       พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า เปรียบเทียบการปราบปรามกับปฏิบัติการของอังกฤษในไอร์แลนด์เหนือ ในระหว่างการหารือกับโจนาธาน พาวเวลล์ อดีตหัวหน้าคณะผู้เจรจาระดับสูงของรัฐบาลอังกฤษในกระบวนการสันติภาพที่นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพกู๊ด ฟรายเดย์ ในปี 1998 ที่ยุติความรุนแรงระหว่างชาวไอริชชาตินิยมนิกายคาทอลิก และชาวอังกฤษโปรเตสแตนท์ในไอร์แลนด์เหนือ
       
       “หลังการโจมตีของผู้ก่อการร้าย กองทัพพม่าได้ช่วยเหลือตำรวจดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคง” ผู้บัญชาการทหารพม่ากล่าว ตามที่ระบุในคำแถลงซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ (12)
       
       “เหตุการณ์เช่นนี้คล้ายกับที่ไอร์แลนด์เหนือ” พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย กล่าว
       
       ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการกองทัพพม่ายังกล่าวประณามการอ้างสิทธิความเป็นพลเมืองของชาวมุสลิมโรฮิงญามากกว่า 1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ซึ่งชาวพม่าจำนวนมากมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ และเรียกคนเหล่านี้ว่า “เบงกาลี”
       
       ความรุนแรงระหว่างชุมชนในปี 2555 ส่งผลให้ชาวโรฮิงญามากกว่า 120,000 คน ต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพคล้ายกับถูกแบ่งแยก และเข้าถึงอาหาร การดูแลสุขภาพ หรือการศึกษาได้เพียงเล็กน้อย
       
       “อย่างแรก พวกเขาต้องยอมรับตัวเองว่าเป็นเบงกาลี ไม่ใช่โรฮิงญา จากนั้นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นจำเป็นต้องยอมรับการคัดแยกแจกแจง ลงทะเบียน และตรวจสอบสิทธิความเป็นพลเมืองอย่างละเอียดตามกฎหมาย” พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย กล่าว

www.manager.co.th

เป็นเพื่อน Line กับเรา