'เยรูซาเล็ม' จุดกำเนิดและอวสานของโลก

24 กค. 60     2370


'เยรูซาเล็ม' จุดกำเนิดและอวสานของโลก

" เ ย รู ซ า เ ล็ ม "  จุดกำเนิด และ อวสานของโลก

โดย:  นิรันดร โลกหน้า

โลกเกิดความวุ่นวาย เกิดวิกฤติ เกิดการล่มสลาย ปัญหาทั้งหมดในโลกปัจจุบันนี้ เกิดมาจากเยรูซาเล็ม และปัญหาจากอดีตต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ก็เกิดมาจาก เยรูซาเล็ม ชื่อที่มีความหมายว่า “ดินแดนแห่งสันติ”

อีก 50 ปี มุสลิมจะมีมากที่สุดในโลก !!

โลกในปัจจุบันมีประชากรทั้งสิ้น ประมาณ 7,000 ล้านคน ศาสนาที่มีผู้คนนับถือมากที่สุดในโลก อันดับ1 คริสเตียน 2 พันล้านคน อันดับ 2 อิสลาม 1,900 ล้านคน และ 3 ยิว 13 ล้านคน ผู้คนครึ่งนึงของโลกที่นับถือพระเจ้า มีความเกี่ยวพันกับ “เยรูซาเล็ม” เป็นการบ่งชี้ว่าพื้นที่แห่งนี้ สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีแผ่นดินไหนที่จะเกิดความขัดแย้งและก่อให้เกิดสงครามมากไปกว่า เยรูซาเล็ม

เยรูซาเล็มไม่เคยตาย !!

เมืองเยรูซาเล็ม มีอายุมานานกว่า 3,000  ปี เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยล่มสลายไปตามกาลเวลาเหมือนกับอาณาจักรอื่นๆ เยรูซาเล็มเป็นเมืองที่เคยถูกศัตรูยกกองทัพมาบุกทำลายถึง 50 ครั้ง ในประวัติศาสตร์ ถูกบุกโจมตีได้สำเร็จถึง 36 ครั้ง ต้องเปลี่ยนแปลงการปกครองตามผู้ชนะศึก และที่สำคัญคือ ถูกข้าศึกบุกมาทำลายถึง 11 ครั้ง เป็นการทำลายอย่างราบเป็นหน้ากลอง แต่เยรูซาเล็มยังคงยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะดินแดนแห่งนี้เป็นแผ่นดินเกิดของบรรดานบี หรือศาสดาของ 3ศาสนาใหญ่ๆของโลก คือ ยิว มี นบีสุไลมาน หรือ กษัตริย์โซโลมอน ต่อมาเป็นนบีดาวุด หรือ กษัตริย์เดวิดผู้สร้างวิหารโซโลมอนบนแผ่นดินเยรูซาเล็ม ศาสนาคริสต์ มี นบีอีซอ หรือ พระเยซูที่ถูกตรึงกางเขนบนแผ่นดินเยรูซาเล็ม และอิสลาม มี นบีมูฮำมัด ที่มีความเกี่ยวข้องกับมัสยิดอักซอ หรือบัยตุลมักดิสอย่างชิดใกล้ ...

“ท่านนบี ศ้อลฯ กล่าวว่า ในคืนที่ข้าพเจ้าถูกนำไปยังบัยตุ้ลมักดิสนั้น ข้าพเจ้านอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ที่บ้านของอุมมุฮานีที่มักกะฮ์ ทั้งนี้ หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ละหมาดอีซาเรียบร้อยแล้ว ญิบรีล (เทวฑูตกาเบรียล) ได้มาหาข้าพเจ้าพลางพูดว่า จงตื่นเถิดมูฮำหมัด ข้าพเจ้าจึงลุกขึ้น ข้าพเจ้าได้พบว่า เขาคือญิบรีลโดยมี มีกาอีล รวม อยู่ด้วย ญิบรีลได้พูดกับมีกาอีลว่า จงเอาภาชนะใส่น้ำซัมซัมมาเพื่อจะได้ล้างหัวใจของเขาและเพื่อหัวใจของเขาจะได้สว่างไสว

ท่านนบี ศ้อลฯ กล่าวว่า เขาได้ผ่าท้องของข้าพเจ้า แล้วได้ล้างถึงสามครั้ง แล้วได้ใส่ฮิกมะฮ์ ความรู้ และอีหม่านเข้าไป แล้วได้ประทับตราแห่งศาสดาไว้ระหว่างไหล่ของข้าพเจ้า แล้วญิบรีลได้จูงมือข้าพเจ้าไปที่บ่อซัมซัม พลางพูดกับมะลาอีกะฮ์อีกท่านหนึ่งว่า จงเอาภาชนะตักน้ำซัมซัมหรือน้ำจากบ่อเกาซัรมา แล้วได้ใช้ให้ข้าพเจ้าเอาน้ำละหมาด เมื่อข้าพเจ้าเอาน้ำละหมาดเสร็จแล้ว ญิบรีลได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ไปได้แล้วมูฮัมมัด ข้าพเจ้าถามว่า ไปไหน ? ญิบรีลตอบว่า ไปหาพระเจ้าของท่าน พระเจ้าของทุก ๆ สิ่ง ญิบรีลได้นำข้าพเจ้าออกไปนอกมัสยิด

ทันใดนั้น ข้าพเจ้าได้เห็น “บุร๊อก” เป็นสัตว์ที่สูงกว่าลาต่ำกว่าล่อมีแก้มเหมือนแก้มมนุษย์ มีหาง เหมือนหางอูฐ มีหลังเหมือนหลังม้า ยืนตระหง่านเหมือนอูฐ มีเล็บเหมือนเล็บวัว มีท้องสีขาว มีอานจากสวรรค์และมีปีกสองข้าง วิ่งเร็วเหมือนสายฟ้าแลบ แต่ละก้าวเท่ากับสุดสายตาที่ทอดมองออกไป ญิบรีลบอกให้ข้าพเจ้าขี่ พลางกล่าวว่า มันคือสัตว์ตัวเดียวกับที่อิบรอฮีมขี่มาเยี่ยมเยียนบัยตุ้ลเลาะฮ์ ข้าพเจ้าได้ขึ้นขี่พร้อมกับญิบรีล ครู่หนึ่งถัดจากนั้น ญิบรีลได้ใช้ให้ข้าพเจ้าลงจากหลังของบุร๊อก แล้วให้ข้าพเจ้าทำละหมาด เมื่อเสร็จแล้วญิบรีลได้ถามข้าพเจ้าว่า ท่านรู้ไหมว่านี่คือที่ไหน? ข้าพเจ้าตอบว่า ไม่รู้ ญิบรีลกล่าวว่า ที่นี่คือ “ตีบะฮ์” และยังสถานที่แห่งนี้ท่านจะต้องฮิจเราะฮ์มา อินซาอัลลอฮ์

ข้าพเจ้าและญิบรีล ได้ขึ้นขี่บุร๊อก อีกครู่หนึ่งก็หยุดอีก ญิบรีล สั่งให้ข้าพเจ้าลงละหมาด เมื่อข้าพเจ้าละหมาดเสร็จ ญิบรีลก็ถามข้าพเจ้าอีกว่า ท่านรู้ไหมว่านี่คือที่ไหน? ข้าพเจ้าตอบว่า ไม่รู้ ญิบรีลกล่าวว่า ที่นี่คือ “ตูริซีนา” อันเป็นสถานที่อัลลอฮ์ท่านพูดกับนบีมูซา(ศาสดาโมเสส) ข้าพเจ้าและญิบรีลได้ขึ้นขี่บุร๊อกอีก แล้วครู่หนึ่งก็ใช้ให้ข้าพเจ้าละหมาดอีก เมื่อข้าพเจ้าละหมาดเสร็จแล้ว ญิบรีลได้ถามข้าพเจ้าอีกว่า ท่านรู้ไหมว่านี่คือที่ไหน ? ข้าพเจ้าตอบว่า ไม่รู้ ญิบรีลกล่าวว่า ที่นี่คือ “บัยตุ้ลละห์มิน” อันเป็นสถานที่ที่ท่านนบีอีซาประสูติ (พระเยซู) หลังจากนั้นบุร๊อกได้นำเราไปถึงบัยตุ้ลมักดิส (มัสยิดอักซอ เยรูซาเล็ม) พอไปถึงที่นั้น มวลมะลาอีกะฮ์ทั้งหมดต่างลงมาจากฟากฟ้ายืนแถวแสดงความยินดีกับข้าพเจ้า อันเป็นการแสดงความยินดี และความเคารพจากพระเจ้า มวลมะลาอีกะฮ์ต่างกล่าวพร้อม ๆ กันว่า

اَلسَّلاَمُ عَلَيْكَ يَاأَوَّلُ يَاأخِرُ يَاحَاشِرُ

“ขอความสันติสุขจงประสบแด่ท่าน

"โอ้ผู้เป็นท่านแรก โอ้ท่านผู้เป็นท่านสุดท้าย โอ้ท่านผู้รวมซึ่งทุกสิ่ง”

ข้าพเจ้าได้ถามญิบรีลว่า พวกเขาแสดงความเคารพอะไรกับข้าพเจ้า? ญิบรีลตอบข้าพเจ้าว่า ท่านเป็นคนแรกที่พื้นแผ่นดินคะนึงหา ท่านเป็นคนแรกที่ประชากรของท่านคะนึงหา ท่านเป็นคนแรกที่ให้ความช่วยเหลือ ท่านเป็นคนแรกที่ได้รับความช่วยเหลือ และท่านคือศาสดาท่านสุดท้าย แล้วท่านได้ผ่านจุดต้อนรับจากมวลมะลาอีกะฮ์นั้นไปจนถึงประตูมัสยิด

ญิบรีล ได้ให้ข้าพเจ้าลงจากหลังของบุร๊อก และนำบุร๊อกไปผูกไว้ที่มุมด้านหนึ่งของมัสยิด อันเป็นสถานที่ที่นบีในอดีตเคยผูกมันไว้ตรงนั้น เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าประตูมัสยิด ข้าพเจ้าได้พบบรรดานบีและบรรดาร่อซู้ลในอดีตทั้งหมด ซึ่งต่างแสดงความเคารพต่อข้าพเจ้า เหมือนกับที่มวลมะลาอีกะฮ์ให้สลามและแสดงความเคารพ ข้าพเจ้าได้ถามญิบรีลว่า พวกเขาเหล่านี้คือใคร ? ญิบรีลตอบว่า พวกเขาคือพี่น้องของพวกท่าน ซึ่งคือบรรดานบีและบรรดาร่อซู้ล อะลัยฮิมุสซ่อลาตุวัสสลาม

ถัดจากนั้นญิบรีลได้จูงข้าพเจ้าขึ้นไปที่บนก้อนหินใหญ่

และข้าพเจ้าก็ทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยเห็นความสวยงามเช่นนั้นมาก่อน ณ จุดนี้คือสถานที่เมี๊ยะรอจของบรรดามะลาอีกะฮ์ ตลอดจนมะลีกุ้ลเมาต์ เมื่อจะลงมาปฏิบัติหน้าที่ ญิบรีลได้อุ้มข้าพเจ้าขึ้นวางบนปีก นำข้าพเจ้าทะยานเหาะเหินขึ้นสู่ฟากฟ้า ผ่านฟ้าถึง7ชั้น จนได้รับโองการการทำละหมาดจากพระผู้เป็นเจ้า ก่อนจะลงมาบนแผ่นดินอีกครั้ง และกลับสู่นครมักกะห์ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน เราเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “อิสรอจ เมี๊ยะรอจ”


'เยรูซาเล็ม' จุดกำเนิดและอวสานของโลก

ดินแดนแห่งสันติ !!

“นบีอิบรอฮีม”(ความสันติจงมีแด่ท่าน) หรือ อับราฮัม ท่านมีภรรยา 2คน คนแรกชื่อ นางซาเราะฮฺ หรือ ซาร่า เมื่อนบีอิบรอฮีมไม่มีบุตรจากนางซาเราะฮฺ ภรรยาคนแรกแล้ว ท่านจึงแต่งงานอีกครั้งกับนางฮะญัรฺ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ซื่อสัตย์ผู้หนึ่ง ด้วยความยินยอมจากภรรยาคนแรกของท่าน ท่านได้ลูกชายคนแรกกับภรรยาชื่อฮาญัร ตอนที่ท่านอายุ 86 ปี ท่านตั้งชื่อว่า “อิสมาแอล” หรือ อิชมาเอล แปลว่า " พระเจ้าทรงได้ยิน" มีระบุไว้ใน ไบเบิ้ลปฐมกาล16:11 เพราะท่านอยากมีบุตรและเฝ้าวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ ซบ.

ปฐมบทเมืองมักกะห์ และที่มาของการทำฮัจย์ !!

วันหนึ่ง นบีอิบรอฮีมได้ตื่นขึ้นมา และบอกนางฮาญัรฺภรรยาของเขาให้เตรียมตัวพร้อม ที่จะนำลูกออกเดินทางไกล หลังจากนั้นสองสามวัน อิบรอฮีมกับนางฮาญัรฺพร้อมอิสมาแอล ลูกน้อยที่ยังไม่อดนมก็เริ่มออกเดินทาง ซึ่งในไบเบิ้ลได้เขียนไว้ว่า ..นางจึงพูดกับอับราฮัมว่า "ไล่ทาสหญิงคนนี้กับบุตรชายของนางไปเสียเถิดเพราะว่าบุตรชายของทาสหญิงคนนี้จะเป็นผู้รับมรดกร่วมกับอิสอัคบุตรชายของฉันไม่ได้" (ปฐมกาล 21:10 )

แต่ในอัลกุรอ่านได้เขียนเล่าตอนนี้ด้วยสำนวนที่ดีกว่าเพราะเป็นพจนารถจากพระเจ้า “ อิบรอฮีมได้เดินทางผ่านดินแดนที่เป็นถิ่นเพาะปลูก ทะเลทรายและภูเขา จนกระทั่งมาถึง ทะเลทรายแห่งคาบสมุทรอารเบีย และได้มาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งที่ปราศจากต้นไม้ ผลไม้ อาหารและน้ำ หุบเขาแห่งนี้ไม่มีสัญญาญแห่งชีวิตให้เห็น หลังจากอิบรอฮีมได้ช่วยภรรยาและลูกลงจากเนินเขาแล้ว เขาก็ทิ้งอาหารและน้ำที่แทบจะไม่พอสำหรับประทังชีวิตได้สองวันไว้ให้แก่ภรรยาและลูก

หลังจากนั้นก็หันหลังให้และเดินจากไป นางฮาญัรฺจึงรีบวิ่งตามเขาไปพร้อมกับถามว่า “อิบรอฮีม ท่านจะไปไหนท่านจะทิ้งเราไว้ในหุบเขาที่กันดารนี้หรือ ?” อิบรอฮีมไม่ตอบนาง แต่ยังคงเดินต่อไป นางจึงร้องถามแล้วถามอีก แต่อิบรอฮีมก็ยังนิ่งเงียบ ในที่สุด นางก็เข้าใจว่าเขาไม่ได้คิดที่จะทำสิ่งนี้ด้วยตัวของเขาเอง นางตระหนักดีว่า อัลลอฮฺได้ทรงบัญชาเขาให้ทำเช่นนั้น นางได้ถามเขาว่า “อัลลอฮฺได้ทรงบัญชาท่านให้ทำเช่นนี้ใช่ไหม ?” อิบรอฮีมตอบว่า “ใช่” ดังนั้น นางฮาญัรฺจึงได้ตอบว่า “ถ้าเช่นนั้น เราจะไม่สูญเสียอะไร เนื่องจากอัลลอฮฺผู้ทรงบัญชา ท่านทรงอยู่กับเรา”

อิบรอฮีมได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺว่า : “ข้าแต่พระผู้อภิบาล ฉันได้ตั้งรกรากถิ่นฐาน ให้ลูกหลานของฉันบางคนในหุบเขาอันกันดาร ใกล้บ้านอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ (ก๊ะอฺบ๊ะฮฺที่นครมักก๊ะฮฺ) ข้าแต่พระผู้อภิบาลของเรา ฉันทำสิ่งนี้ก็ด้วยหวังว่า พวกเขาจะได้ดำรงละหมาดที่นั่น ดังนั้น โปรดหันหัวใจของผู้คน ไปยังพวกเขาด้วยเถิด และโปรดประทานผลไม้เป็นอาหารแก่พวกเขาด้วยเถิด เพื่อพวกเขาจะได้เป็นผู้กตัญญู ข้าแก่พระผู้อภิบาลของเรา พระองค์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่เราซ่อนเร้นและเปิดเผย และไม่มีสิ่งใดทั้งในชั้นฟ้าและแผ่นดินนี้จะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้” (กุรอาน 14:37-38)

นบีอิบรอฮีม กลับมาอยู่กับภรรยาคนแรกที่เมือง เยรูซาเล็ม เมื่อเด็กชายอิสมาแอลอายุได้ 13ขวบ ก็ได้มีโองการจากพระเจ้าลงมายังนบีอิบรอฮีมซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ 99ปี ให้ออกเดินทางไปมักกะห์ เพื่อทำการเชือดคอบุตรพลีแด่พระเจ้า วันที่อิสมาแอลกำลังจะถูกเชือดพลี ในวันนั้นเองที่ อิบรอฮีม อิสมาแอลและผู้ชายทุกคนในครอบครัวของท่านได้ทำการขลิบ (คิตาน) ( มุสลิมทั่วโลกยังยึดมั่นปฏิบัติต่อในเรื่องการคิตาน (เข้าสุนัต)มาจนถึงทุกวันนี้ และมุสลิมก็ยังคงกล่าวสรรเสริญ นบีอิบรอฮีม และลูกหลานของท่าน พร้อมยกย่องสรรเสริญท่านนบีมูฮำมัดและวงศ์วานของท่านด้วย )

อีก 1 ปี ต่อมา นบีอิบรอฮีมมีอายุครบ 100ปี ท่านก็ได้ลุกชายอีกคนกับภรรยาคนแรกที่ชื่อ นางซาเราะฮ หรือ ซาร่า ท่านได้ตั้งชื่อลูกว่า อิสฮาก หรือ ไอแซค และ เมื่อลูกชายอายุ ได้ 8 วัน ก็ได้ถูกทำคีตาน(เข้าสุนัต) โดยมีระบุไว้ในไบเบิ้ล ( ปฐมกาล 21: 4-5 )

ลูกชายคนโตของนบีอิบรอฮีม ชื่อ อิสมาแอล ลูกหลานเชื้อสายของท่านที่สืบทอดกันมากลายเป็นชาวอาหรับ รวมถึงท่านนบีคนสุดท้าย คือ ศาสนฑูตมูฮำมัด ศล.

ลูกชายคนต่อมาของนบีอิบรอฮีมแต่คนละแม่ ชื่อ อิสฮาก หรือ ไอแซค ลูกหลานเชื้อสายของท่านที่สืบทอดกันมากลายเป็นชนชาติยิวนั้นเอง


'เยรูซาเล็ม' จุดกำเนิดและอวสานของโลก

อวสานเยรูซาเล็ม !!

ทำไมเกิดสงครามที่ซีเรีย อิรัก และตุรกี เพราะ3  แผ่นดินนี้เคย เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของอิสลามมาก่อน แผ่นดินชามหรือซีเรียเคยปกครองโลกโดยราชวงศ์อุมัยยะห์ ต่อมากรุงแบกแดดในอิรักก็ปกครองโดยราชวงศ์อับบาสิยะห์ และออตโตมานเป็นอาณาจักรสุดท้ายที่ปกครองโลกคือ ราชวงศ์อุษมานิยะห์

หลังจากนี้อีกไม่กี่ปีข้างหน้า อิสลาม จะเป็นศาสนาที่มีคนเข้ารับนับถือมากที่สุด และยิวจะนำกองทัพพันธมิตรเข้าโจมตีก่อนยึดครองทั้ง 3เมืองได้สำเร็จ โดยจุดเริ่มต้นสงครามครั้งสุดท้าย คือ เมืองเยรูซาเล็ม จากนั้นบุคคล 3 ท่านที่โลกรอคอยก็จะปรากฏตัวขึ้นมา นั้นก็คือ 1 อิหม่ามมะฮดี 2 ดัจญาล และ 3 นบีอีซา หรือ พระเยซู

อามีนยาร้อบบินอาลามีน !!

ที่มา:  Nirundorn Lokna

เป็นเพื่อน Line กับเรา