ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

3 สค. 60     792

ความฝันของมุสลิมทุกๆ คน คือ การไปประกอบพิธีฮัจย์ ที่นครมักกะฮ์ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต และอีกหนึ่งฝัน คือ การไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ทั้งนี้ กรณีอุมเราะห์ สามารถเดินทางไปได้ตลอดทั้งปี แต่การประกอบพิธีฮัจย์ จะมีช่วงระยะเวลาที่กำหนดชัดเจน

ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

จากเว็บไซต์ ilmfeed.com เป็นบทความที่เล่าถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการประกอบพิธีฮัจย์ของฮุจญาจคนหนึ่ง ที่มีโอการเดินทางไปเพื่อประกอบพิธีการสำคัญนี้ถึง 2 ครั้ง

วันที่ 1 : 8 ซุลฮิจญะห์ ณ ทุ่งมีนา “เมืองแห่งเต้นท์”

ภาพของเต้นท์สีขาวนับล้านๆเต้นท์ที่ปรากฏตามหน้าข่าวต่างๆ กลายเป็นภาพที่เราเห็นกันจนชินตา และภาพเหล่านี้ทำให้เเรารับรู้ว่าพิธีกรรมทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนั้นได้เริ่มขึ้นแล้ว ฮุจญาจแต่ละคนจะต้องทำการครองเอี๊ยะห์รอม (คลุมร่างกายด้วยผ้าสีขาว) พร้อมกับตั้งใจที่จะเริ่มพิธีการทำฮัจย์ หลังจากนั้นจึ่งเดินทางสู่ทุ่งมีนาซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมักกะห์ประมาณ 5 กิโลเมตร พักอยู่ที่นั่นจะกระทั่งเช้าอีกวันหนึ่ง หลังจากนั้นให้ทำการละหมาดดุฮริ อัสริ มัฆริบ และอีซา ของวันที่ 8 ซุลฮิจญะห์ และซุบฮิที่นั่นแบบย่อ โดยที่ไม่ต้องรวม


ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

วันที่ 2 : 9 ซุลฮิจญะห์ ณ ทุ่งอารอฟะห์

ในช่วงเช้า ฮุจญาจทุกคนจะทุ่งหน้าไปที่ทุ่งอารอฟะห์  ซึ่งท่านนบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.)ได้กล่าวว่า “พิธีฮัจย์คือทุ่งอารอฟะห์” (รายงานโดยอบูดาวู้ด) ในการเดินทางไปยังทุ่งอารอฟะห์นั้นอาจจะเดินทางด้วยรอบัสหรือเดินเท้าก็ได้ การเดินทางไปที่ทุ่งอารอฟะห์นั้น ถือเป็นประสบการณ์อันสุดวิเศษที่ยากจะลืม เราจะได้เห็นมุสลิมจากทั่วทุกมุมโลกแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ของศาสนาอิสลาม ผู้เขียนเล่าว่าเขาเห็นผู้คนมากมายทำการสักการะต่อพระผู้เป็นเจ้า บางคนยกมือขอดุอาอ์จากอัลลอฮ์ บางคนร้องให้ด้วยความตื้นตันใจ ซึ่งหลังจากตะวันตกดินแล้ว ฮุจญาจจะค้างแรมที่มุซดะลิฟะห์


ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

วันที่ 3 : 10 ซุลฮิจญะห์  ณ มุซดะลิฟะห์

หลังจากเข้าสู่วันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ (หลังละหมาดมัฆริบ) ฮุจญาจจะพักแรมที่มุซดะลิฟะห์ โดยนอนกลางแจ้ง ไม่มีเต้นท์ ผู้เขียนเล่าว่าพื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย บางคนนอนไปบนพื้นทรายด้วยกับกระเป๋าเป้เพียงหนึ่งใบ บางคนให้เพียงก้อนหินเป็นหมอนหนุนนอน แต่ค่ำคืนนี้กลับกลายเป็นค่ำคืนที่เขารู้สึกมีความสุขมากที่สุด ฮุจญาจจะเป็นก้อนหินเล็กๆจำนวน 70 ก้อน เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมในวันถัดไป ผู้เขียนคาดการณ์ว่ามีก้อนหินกว่า 140 ล้านก้อนถูกเก็บในค่ำคืนที่ฮุจญาจพักแรมอยู่ที่มุซดะลิฟะห์

ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

วันที่ 3 : 10 ซุลฮิจญะห์  – ญัมเราะตุลอะเกาะบะฮฺ, กุรบ่านและตอวาฟ

วันนี้ถือเป็นวันที่ฮุจญาจมีภารกิจที่จะต้องทำมากที่สุด เริ่มจากตื่นละหมาดซุบฮิ และเดินทางกลับสู่ทุ่งมีนา หลังจากนั้น จะมุ่งหน้าไปยังญัมเราะตุลอะเกาะบะฮฺเพื่อขว้างก้อนหินที่เก็บมาจากมุซดะลิฟะห์ หลังจากนั้นฮุจญาจบางส่วนจะเดินทางกลับไปยังทุ่งมินา เพื่อรอทำกุรบ่าน ในขณะที่บางส่วนจะมุ่งหน้าไปยังเมืองมักกะห์เลย ผู้ที่กลับไปยังทุ่งมีนา เมื่อได้ทำกุรบ่านแล้ว พวกเขาจะโกนศรีษะ หลังจากนั้นฮุจญาจจะเดินทางต่อไปยังเมืองมักกะห์เพื่อทำการต่อว๊าฟรอบบัยตุลลอฮ์ 7 รอบ และเดินสะแอระหว่างภูเขาศอฟากับภูเขามัรวะฮฺ หลังจากนั้นจึงกลับไปพักแรมที่ทุ่งมีนา

ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

วันที่ 4 : 11 ซุลฮิจญะห์ ณ ญัมเราะต์

ฮุจญาจจะออกเดินทางไปยังญัมเราะต์อีกครั้งหนึ่งเพื่อขว้างเสาหินทั้ง 3 ต้น ในวันนี้การขว้างเสาหินจะขว้างหิน 7 ก้อนต่อเสาหิน 1 ต้นโดยขว้างติดๆกันครั้งละ 1 ก้อนพร้อมกล่าวตักบีรขณะขว้าง หลังจากข้างก้อนหินเรียบร้อยแล้วฮุจญาจจะเดินทางกลับไปยังทุ่งมินาเช่นเดิม ผู้เขียนเล่าว่าในวันนี้จะมีผู้คนจำนวนมากเดินทางไปยังญัมเราะต์โดยใช้อุโมงค์ที่ทำขึ้นมาใหม่


ฮัจย์ : บันทึกการเดินทางของผู้แสวงบุญแบบวันต่อวัน

วันที่ 5 : 12 ซุลฮิจญะห์ ขว้างเสาหินต่อ

วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการประกอบพิธีฮัจย์ ฮุจญาจจะออกเดินทางไปยังญัมเราะต์อีกครั้งหนึ่งเพื่อขว้างเสาหิน การขว้างเสาหินนั้นทำไปเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่นบีอิบรอฮีมได้นำบุตรชายของเขา (นบีอิสมาอีล) มาเพื่อที่จะทำการเชือดพลีให้กับอัลลอฮ์ (ภายหลังอัลลอฮ์ได้สั่งใช้ให้เชือดแกะแทน) ชัยฏอนได้หันเหความสนในเขาไม่ให้ทำตามคำสั่งของอัลลอฮ์ ดังนั้นนบีอิบรอฮีมจึงได้นำก้องหินขว้างไปที่เสาเพื่อขับไล่ชัยฎอนไป

หลังจากฮุจญาจทุกคนได้ปฎิบัติตามขั้นตอนดังนี้แล้ว การประกอบพิธีฮัจญ์ถือว่าสิ้นสุด ผู้เขียนเล่าว่าเมื่อเขาทำการขว้างก้อนหินก้อนสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว เขาได้สวมกอดกับแม่และพี่ชายของเขา ซึ่งเขารู้สึกว่าเขาได้ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮ์ และรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่ได้กระทำไป และขอต่ออัลลอฮ์ให้รับการทำฮัจญ์ของเขา


ที่มา:   muslimsquare.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา