กษัตริย์ซาอุฯ สั่งเปิดพรมแดนฝั่ง “กาตาร์” ต้อนรับผู้ประกอบพิธีฮัจญ์

18 สค. 60     357


กษัตริย์ซาอุฯ สั่งเปิดพรมแดนฝั่ง “กาตาร์” ต้อนรับผู้ประกอบพิธีฮัจญ์


สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบีย มีพระบรมราชโองการให้เปิดพรมแดนฝั่งที่ติดกับกาตาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะมาประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ ถือเป็นสัญญาณรอมชอมครั้งแรกของฝ่ายซาอุฯ ท่ามกลางวิกฤตการทูตครั้งใหญ่ในรอบหลายปี 
       
       จุดผ่านแดนซัลวา (Salwa) ถูกสั่งปิดไม่มีกำหนด หลังรัฐบาลซาอุฯ อียิปต์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) พร้อมใจกันตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พร้อมกล่าวหาโดฮาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มอิสลามิสต์หัวรุนแรง
       
       คำสั่งเปิดพรมแดนต้อนรับผู้แสวงบุญจากกาตาร์มีขึ้น หลังจากที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ ได้เสด็จฯ ออกรับคณะผู้แทนจากโดฮา ซึ่งถือเป็นการพูดคุยระดับสูงครั้งแรกระหว่างทั้งสองชาติ ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นเมื่อ 2 เดือนก่อน
       
       สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน มีพระราชาอนุญาตให้ผู้แสวงบุญชาวกาตาร์ “เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียทางจุดผ่านแดนซัลวาเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ และอนุญาตให้พลเมืองกาตาร์ทุกคนที่ต้องการร่วมพิธีฮัจญ์สามารถเดินทางเข้ามาได้ โดยไม่ต้องมีหนังสืออนุญาตอิเล็กทรอนิกส์” สำนักข่าวเอสพีเอซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลซาอุฯ รายงานวันนี้ (17 ส.ค.)
       
       นอกจากนี้ยังทรงมีพระบรมราชโองการให้เครื่องบินเอกชนของสายการบินซาอุดีแอร์ไลน์สเดินทางไปยังกรุงโดฮา “เพื่อรับผู้แสวงบุญชาวกาตาร์ โดยจะทรงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด”
       
       ด้านมกุฎราชกุมารซาอุฯ ทรงย้ำถึง “ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างชาวซาอุฯ และชาวกาตาร์” หลังจากที่ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับ ชัยค์ อับดุลเลาะห์ บิน อาลี บิน อับดุลเลาะห์ บิน ญัสเซ็ม อัษ-ษานี แห่งกาตาร์
       
       ทางการซาอุฯ ประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่า ชาวกาตาร์ที่ต้องการประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้สามารถเดินทางเข้าซาอุดีอาระเบียได้ โดยมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ผู้ที่โดยสารเครื่องบินจะต้องใช้เที่ยวบินที่มีข้อตกลงกับรัฐบาลริยาดเท่านั้น 


ก่อนหน้านั้น รัฐบาลกาตาร์ได้ประณามซาอุฯ ว่านำพิธีฮัจญ์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และขัดขวางกาเดินทางไปแสวงบุญยังนครเมกกะด้วยการไม่รับรองความปลอดภัยให้แก่พลเมืองกาตาร์
       
       ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อว่า ความบาดหมางระดับภูมิภาคครั้งนี้จะยังไม่ยุติลงง่ายๆ
       
       “นี่เป็นการแสดงไมตรีจิตต่อประชาชนชาวกาตาร์ แต่ไม่ใช่ข้อตกลงคืนดีระหว่างรัฐบาล” อาลี ชิฮาบี จากสถาบันวิจัย อะราเบีย ฟาวเดชัน ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์เรื่องการเปิดพรมแดน
       
       ซาอุฯ และชาติพันธมิตรได้ปิดช่องทางคมนาคมทั้งทางบก ทะเล และอากาศกับกาตาร์ และยังประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวหากาตาร์ว่าเป็นรัฐที่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และทำตัวสนิทสนมกับ “อิหร่าน” มากเกินไป
       
       โดฮายืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ พร้อมระบุว่าฝ่ายซาอุฯ ใช้วิธีปิดล้อมเพื่อกดดันให้รัฐร่ำรวยอย่างกาตาร์ต้องยอมจำนน
       
       กาตาร์ซึ่งมีประชากรราว 2.6 ล้านคน และกว่าร้อยละ 80 เป็นชาวต่างชาติ ถูกจัดอันดับเป็นชาติที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเมื่อเทียบต่อหัวประชากร ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
       
       กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัฐบาลกาตาร์มีเม็ดเงินสูงถึง 330,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้เข้าไปลงทุนในบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกหลายแห่ง
       
       การประกอบพิธีฮัจญ์ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของศาสนาอิสลามที่ชาวมุสลิมทุกคนจะต้องกระทำสักครั้งหนึ่งในชีวิตหากมีความสามารถ โดยปีนี้พิธีจะเริ่มในราวต้นเดือน ก.ย. 


www.manager.co.th

เป็นเพื่อน Line กับเรา