ศาลของเยอรมนีประกาศห้ามหญิงชาวมุสลิมคลุมฮิญาบในศาล

21 สค. 60     307

ศาลของเยอรมนีประกาศห้ามหญิงชาวมุสลิมคลุมฮิญาบในศาล

ศาลของเยอรมนีประกาศห้ามหญิงชาวมุสลิมคลุมฮิญาบในศาล

ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย กล่าวว่า ผู้พิพากษาเยอรมันใช้กฎหมายเป็นข้ออ้าง ในการเหยียดผิวและการกีดกันทางเพศ ต่อชาวมุสลิม

ผู้พิพากษาชาวเยอรมันได้สั่งห้ามหญิงชาวซีเรีย ซึ่งมาปรากฏตัวในศาลโดยไม่ถอดผ้าคลุมศีรษะ (ฮิญาบ) โดยอ้างว่าเป้นการแต่งกายที่ "ยึดตามหลักศาสนา" เป็นสิ่งต้องห้าม

นาจาท อโบกาล ทนายความหญิงคนหนึ่ง กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าว ถูกกำหนดขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดีหย่าร้างของสตรีคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกความของเธอ ในศาลแขวงของเมืองลักเคนวาลด์ กรุงเบรนเดนซ์เบิร์ก พร้อมทั้งบอกว่า จะมีการดำเนินการตามกฎหมายกับสตรีคนนั้น หากไม่ปฏิบัติตาม

นางอโบกาล ได้กล่าวว่า ผู้พิพากษาทำหน้าที่ "ขัดรัฐธรรมนูญ" ซึ่งหนังสือพิมพ์ Tagesspiegel รายงานว่า เธอได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าว ท่ามกลางการถกเถียงอย่างรุนแรง เกี่ยวกับการแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลาม ในประเทศเยอรมนี

และเพื่อนร่วมงานของเธอได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว ต่อ The Independent แต่ไม่สามารถพูดถึงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ เนื่องเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดี

โฆษกของศาลแขวงใน ลักเคนวาลด์ กล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ เนื่องจากอำนาจในการดำเนินการภายในห้องพิจารณาคดี เป็นของผู้พิพากษา่

ขณะเดียวกัน รัฐสภาเยอรมันได้ลงมติเห็นชอบกับการห้ามสวมใส่ ผ้าปิดปาก (บูรกา) และผ้าคลุมศีรษะ (ฮิญาบ) ของศาสนาอิสลาม ซึ่งที่ปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด เพราะกฎหมายว่าด้วย "ความเป็นกลาง" ที่มีอยู่ สามารถห้ามการสวมสัญลักษณ์ทางศาสนา หรือการเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ออกคำสั่ง

ในขณะที่ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2549 ระบุว่า ผู้พิพากษาไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้สตรีถอดผ้าคลุมศีรษะ

คลาวส์ การ์ดิทส์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยฟรีดริค - วิลเฮล์ม ของกรุงบอนน์ ได้อธิบายกรณีนี้ว่า เป็นความพยายามที่จะ "ทำร้าย" ผู้หญิง โดยการละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา เขากล่าวว่า "ผู้พิพากษาทำตามประชานิยม โดยการใช้กฎหมายเป็นข้ออ้าง เพื่อกีดกันทางเพศ" เพราะมีเพียงลูกความของนางอโบกาลคนเดียว ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว

กรณีนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงกันอย่างมาก เกี่ยวกับผ้าคลุมศีรษะของชาวมุสลิมในประเทศเยอรมนี ซึ่งกฎหมายห้ามไว้บางส่วน คือ ผ้าปิดปาก (บูรกา) แต่ไม่ได้ห้ามผ้าคลุมศีรษะ (ฮิญาบ) โดยกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้เริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

เป็นเพื่อน Line กับเรา