สังหารหมู่โรฮิงญาล้างรัฐยะไข่ ตายเกือบ 500 ราย

2 กย. 60     263

สังหารหมู่โรฮิงญาล้างรัฐยะไข่ ตายเกือบ 500 ราย

สังหารหมู่โรฮิงญาล้างรัฐยะไข่ ตายเกือบ 500 ราย

กองทัพเมียนมาเปิดเผยว่า เหตุกวาดล้างชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญาในเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 500 คน

วันนี้ (1 ก.ย. 60) กองทัพเมียนมาระบุว่า จากเหตุกวาดล้างชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญา โดยหลังจากกลุ่มดังกล่าวบุกโจมตีสถานที่ต่างๆ กว่า 30 แห่ง รวมถึงด่านตำรวจในรัฐยะไข่เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 499 คน โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วย ทหาร,ตำรวจ,พลเรือน และกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งกองทัพเมียนมาระบุว่า เหตุความรุนแรงครั้งนี้ทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบเสียชีวิตอย่างน้อย 370 คน โดยนี่นับเป็นเหตุนองเลือดครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างกองกำลังความมั่นคงเมียนมาและกลุ่มติดอาวุธมุสลิมโรฮิงญา

ชาวมุสลิมโรฮิงญาเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศเมียนมา ที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยชาวโรฮิงญาเหล่านี้ถูกเลือกปฏิบัติและไม่ได้รับสัญชาติ เพราะชาวเมียนมามองว่าชาวโรฮิงญาเป็นชาวเบงกาลีที่อพยพเข้าเมียนมาแบบผิดกฎหมาย ทำให้ชาวโรฮิงญาบางส่วนจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับตำรวจและกองทัพด้านรัฐบาลเมียนมาเผชิญกับกระแสวิจารณ์จากต่างชาตินับตั้งแต่กองทัพเมียนมาออกปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อความไม่สงบในเดือนต.ค.ปีที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มก่อความไม่สงบบุกโจมตีด่านตำรวจและสังหารตำรวจ 9 นาย โดยกองทัพเมียนมาถูกกล่าวหาว่าได้ก่อเหตุฆ่าฟัน รุมโทรม และเผาผลาญบ้านเรือนชาวโรฮิงญาอย่างโหดเหี้ยม

ขณะที่สหรัฐเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงเมียนมาหลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือนและเจ้าหน้าที่ด้านความช่วยเหลือหลังเหตุความรุนแรงระลอกล่าสุดทำให้ประชาชนนับหมื่นคนต้องอพยพลี้ภัยและเกิดเหตุเรือล่มในแม่น้ำนาฟ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเมียนมาและบังกลาเทศขณะชาวโรฮิงญาพยายามอพยพหนีเข้าบังกลาเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง โดยจากข้อมูลระบุว่าชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 18,500 คนได้หลบหนีออกจากบ้านเรือนนับตั้งแต่เกิดเหตุรุนแรงในวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และกองกำลังความมั่นคงเมียนมาได้จุดไฟเผาหมู่บ้านและพุ่งเป้าโจมตีพลเรือนในรัฐยะไข่

ทั้งนี้ นางนิกกี้ เฮลีย์ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็นระบุว่า ขณะออกปฏิบัติการควบคุมเหตุรุนแรง กองกำลังความมั่นคงเมียนมาก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการหลีกเลี่ยงการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรม รวมถึงรับประกันว่าการส่งความช่วยเหลือจะถูกส่งถึงผู้ประสบภัยอย่างปลอดภัย

เป็นเพื่อน Line กับเรา