ผู้แสวงบุญเข้าสู่วันตัชรีก ที่มีนา แสดงถึงใกล้การสิ้นสุดพิธีฮัจญ์แล้ว

3 กย. 60     217


ผู้แสวงบุญเข้าสู่วันตัชรีก ที่มีนา แสดงถึงใกล้การสิ้นสุดพิธีฮัจญ์แล้ว


ผู้แสวงบุญเข้าสู่วันตัชรีก ที่มีนา แสดงถึงใกล้การสิ้นสุดพิธีฮัจญ์แล้ว

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์:  เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2560 ฮุตญาจเริ่มประกอบพิธีที่เป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่มารร้าย ด้วยการใช้ก้อนหินเล็กๆ ขว้างไปยังเสาหิน 3 ต้น ในช่วงนี้ ฮุตญาจจะพักอยู่ในหุบเขามีนา ที่อยู่ท่ามกลางทะเลทราย ในช่วงวันตัชรีก หลังวันเชือดกุรบ่าน ซึ่งหมายถึงว่า พิธีฮัจญ์กำลังจะสิ้นสุดลง

เมื่อมุสลิมทั่วโลกเฉลิมฉลองวันอีดิ้ล อัฎฮา ในวันศุกร์ ที่ 1 กันยายน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 เดือนซุ้ลฮิจญะฮ์ ผู้แสวงบุญในพิธีฮัจญ์ กำลังอยู่ที่หุบเขามีนา ไม่ไกลจากนครมักกะฮ์ ซึ่งช่วงนี้เรียกว่า วันตัชรีก ซึ่งตรงกับวันที่ 11 – 13 เดือนซุ้ลฮิจญะฮ์ (วันที่ 2-4 กันยายน 60) พิธีสำคัญในตอนนี้ คือ การขว้างเสาหิน โดยใช้หินก้อนเล็กๆ ที่เก็บมา ขว้างไปยังเสาหิน 3 ต้น ที่เป็นตัวแทนของมารร้าย ที่จะมาทำให้จิตใจไขว้เขว พิธีนี้คือการเลียนแบบการขว้างหินไล่ไชตอน ของนบีอิบรอฮีม ซึ่งไชตอนปรากฏตัวขึ้น 3 ครั้ง ระหว่างเส้นทางนี้ เพื่อยับยั้งนบีอิบรอฮีม ไม่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์ ที่ให้พลีชีวิต ‘อิสมาอีล’ ลูกชายของตนเอง

ฮุตญาจ ซึ่งเป็นสตรี (ที่อ่อนแอ) และผู้สูงอายุ สามารถมอบหมายให้ผู้ชายในกลุ่มที่มาด้วยทำพิธีขว้างเสาหินแทนได้ หลังการขว้างเสาหินรอบแรก ฮุตญาจจะทำการเชือดสัตว์กุรบ่าน ซึ่งอาจจะเป็นแกะ หรือปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ ตามที่กำหนด โดยเนื้อสัตว์ที่เชือดแล้วจะนำไปบริจาคให้กับผู้ยากไร้ การเชือดสัตว์สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้เช่นกัน

หลังจากนี้ ฮุตญาจชายจะโกนหัว ซึ่งเมื่อกลับถึงบ้าน ศีรษะที่ถูกโกนผมจนเกลี้ยง จะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่บ่งบอกว่าเขาผ่านพิธีฮัจญ์มาแล้ว ส่วนฮุตญาจที่เป็นสตรีอนุมัติให้เพียงตัดปลายผมส่วนหนึ่งเท่านั้น
ขั้นตอนต่อมา คือ การเดินสะแอ ระหว่างเนินเขา 2 ลูก คือ ศอฟา และ มัรวะฮ์ เป็นจำนวน 7 เที่ยว เพื่อระลึกถึงการที่ นางฮาญัร มารดาของอิสมาอีล วิ่งไป-มา ระหว่างเนินเขาเพื่อหาน้ำให้ลูกชายดื่ม เส้นทางระหว่างเนินเขาทั้ง 2 ห่างกันประมาณ 450 เมตร     หลังจากนั้น ผู้แสวงบุญจะเดินทางกลับไปยังมัสยิดฮะรอม ในนครมักกะฮ์ เพื่อทำการตอว๊าฟอำลารอบกะอฺบะอฺ เป็นจำนวน 7 รอบ ถือเป็นการสิ้นสุดพิธีฮัจญ์เพียงเท่านี้

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
ที่มา:  www.english.alarabiya.net

เป็นเพื่อน Line กับเรา