มุสลิมรุมกดดัน 'ซูจี' ช่วยโรฮิงญา

5 กย. 60     232

มุสลิมรุมกดดัน 'ซูจี' ช่วยโรฮิงญา
เร็ตโน มาร์ซูดี (ซ้าย) หารือกับนางอองซาน ซูจี ภาพโดยกระทรวงการต่างประเทศของพม่า

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2560 ว่าสถานการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมายังคงน่าเป็นห่วง การต่อสู้กันระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาช่วง 10 วันที่ผ่านมา ผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพข้ามแดนเข้าบังกลาเทศแล้วเกือบ 90,000 คน

ความรุนแรงระลอกล่าสุดนี้ ปะทุขึ้นหลังจากสมาชิกกองทัพกอบกู้โรฮีนจารัฐอาระกันบุกโจมตีด่านและค่ายของตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม การปะทะกันดุเดือดสังหารชีวิตทุกฝ่ายแล้วเกือบ 400 คน ส่วนใหญ่เป็นพวกกองกำลังโรฮีนจา ความไม่สงบทำให้บ้านเรือนและอาคารในหลายหมู่บ้านถูกวางเพลิง ชาวบ้านทั้งชาวมุสลิมโรฮีนจา, ชาวพุทธยะไข่และชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ไม่ใช่มุสลิม ต้องอพยพหนีตาย

นางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลเมียนมาโดยพฤตินัย ยังไม่เคยกล่าวแสดงท่าทีใดๆ นับแต่การต่อสู้ปะทุขึ้นจนก่อวิกฤติผู้อพยพในครั้งนี้ แต่นางกำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากภายนอก

มาลาลา ยูซัฟไซ สาวน้อยชาวปากีสถานผู้รอดชีวิตจากกระสุนของตอลิบัน โพสต์ทวิตเตอร์เรียกร้องให้ซูจีประณามการปฏิบัติต่อชาวโรฮีนจาอย่างโหดร้ายโดยกองทัพเมียนมา "ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันกล่าวประณามโศกนาฏกรรมและการปฏิบัติอย่างน่าละอายเหล่านี้อยู่หลายครั้ง ฉันกำลังรอคอยให้นางอองซาน ซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลเหมือนกับฉัน กระทำในแบบเดียวกัน" ยูซัฟไซซึ่งได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเช่นเดียวกันซูจี เขียนลงทวิตเตอร์

ทางการทูตระหว่างประเทศ รัฐบาลเมียนมาก็กำลังถูกกดดันมากขึ้นจากประเทศมุสลิมในภูมิภาคนี้ เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลมัลดีฟส์เป็นประเทศแรกที่ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับเมียนมา "จนกว่ารัฐบาลเมียนมาจะดำเนินมาตรการป้องกันการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนต่อชาวมุสลิมโรฮีนจา"

คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศมัลดีฟส์ไม่ได้เปิดเผยว่ามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศมีมากน้อยเท่าใด แต่การตัดสินใจของมัลดีฟส์อาจกระตุ้นให้ประเทศมุสลิมอื่นๆ ทำตาม

วันเดียวกันนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ เร็ตโน มาร์ซูดี เข้าพบนางซูจี และพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ที่กรุงเนปยีดของเมียนมา เพื่อกดดันให้รัฐบาลเมียนมาคลี่คลายวิกฤติ

ก่อนหน้าการมาเยือนของรัฐมนตรีหญิงรายนี้ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความรุนแรง วิกฤติมนุษยธรรมครั้งนี้ต้องยุติโดยทันที คำกล่าวของผู้นำอินโดนีเซียมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากมือดีปาระเบิดขวดใส่สถานทูตเมียนมาในกรุงจาการ์ตา

เมื่อวันจันทร์ ยังมีผู้ประท้วงหลายสิบคนมาชุมนุมที่หน้าสถานทูตแห่งนี้ โดยมีตำรวจติดอาวุธเฝ้ารักษาการณ์และกั้นลวดหนามล้อมไว้ ที่ผ่านมาตำรวจอินโดนีเซียเคยขัดขวางแผนของพวกนักรบอิสลามิสต์ที่ต้องการวางระเบิดสถานทูตเมียนมาได้แล้ว 2 ครั้ง

กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานก็แถลงแสดงความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานที่ว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและการบีบบังคับให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาทิ้งถิ่นฐาน พร้อมกับเรียกร้องให้เมียนมาสอบสวนรายงานการกระทำทารุณโหดร้ายต่อชุมชนชาวโรฮีนจา

ที่มา:  www.thaipost.net

เป็นเพื่อน Line กับเรา