วิกฤติมุสลิมพม่า กับการข่มเหงที่รุนแรงขึ้น

7 กย. 60     347

วิกฤติมุสลิมพม่า กับการข่มเหงที่รุนแรงขึ้น

วิกฤติมุสลิมพม่า กับการข่มเหงที่รุนแรงขึ้น

ชาวมุสลิมในประเทศพม่ากำลังเผชิญหน้ากับการกดขี่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่นำโดยที่ปรึกษาของนางออง ซาน ซูจี และกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เครือข่ายสิทธิมนุษยชนแห่งพม่า (BHRN) กล่าวในรายงานจำนวน 104 หน้า ว่าการประหัตประหารชาวมุสลิมในประเทศพม่าได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งการจำกัดด้านเอกสารหลักฐานประจำตัว จำกัดสิทธิในฐานะประชาชน และจำกัดสถานที่สักการะบูชา รวมทั้งการกำหนดเขตปลอดชาวมุสลิม ตลอดช่วงห้าปีที่ผ่านมา

กลุ่ม BHRN กล่าวว่า สิทธิต่างๆ ของชาวมุสลิมทุกคนทั่วประเทศ ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อห้าปีก่อน หลังจากเกิดความรุนแรงขึ้นระหว่างชาวเมืองยะไข่กับชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐทางตะวันตกของรัฐยะไข่ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 100 รายและอพยพอีกนับหมื่น

"ทั่วประเทศได้กำหนด โซนปลอดมุสลิม ขึ้น และสถานที่บูชาของชาวมุสลิมได้ถูกปิดหรือไม่อณุญาตให้ใช้" กลุ่ม BHRN ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2012 กล่าวในรายงาน

รายงานดังกล่าว ได้จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลมากกว่า 350 รายในช่วงแปดเดือนที่ทำการสำรวจ ใน 46 เมือง และหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหลักฐานที่น่าสนใจว่าชาวมุสลิมได้รับการข่มเหงอย่างต่อเนื่องในยุคของ "กฎของพลเรือนปลอม" ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยรัฐบาล อีกทั้งยังชี้ให้เห็นว่าการข่มเหงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับชาวมุสลิมชาวโรฮิงญา ในรัฐยะไข่ แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

"มุสลิมทั่วประเทศ ยังคงถูกปฏิเสธบัตรประจำตัวประชาชน [บัตรลงทะเบียนแห่งชาติหรือ NRC] โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวโรฮิงญา ที่ถูกปฏิเสธ และระบุให้ดำเนินการด้วยความรุนแรง ซึ่งเป็นงานของทหาร"

ผู้นำศาสนาอิสลามที่เกี่ยวข้องกับสภาศาสนาอิสลามของประเทศ กล่าวว่าเขาเห็นด้วยกับข้อเท็จจริงในรายงานดังกล่าว

"ตัวอย่างเช่น เยาวชนมุสลิมยังหาบัตร NRC ได้ยาก แม้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาจะเป็นผู้ถือบัตรของ NRC" สมาชิกสภาซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยตัวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

เขากล่าวว่ามีชาวมุสลิมจำนวนมากในย่างกุ้ง และพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ ที่ไม่มีเอกสารประจำตัว และขาดสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการลงคะแนนเสียง

การต่อต้านมุสลิมที่กำลังเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เกิดความรุนแรงขึ้นในรัฐยะไข่ ช่วงกลางปี ​​2012 โดยรัฐบาลได้กำหนดกฎหมายทางศาสนาให้่เลือกปฏิบัติไว้ 4 รูปแบบ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี เทียน สิน

สมาชิก BHRN กล่าวว่า การประหัตประหารของชาวมุสลิมในประเทศพม่ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนางออง ซาน ซูจี เป็นหนึงในผู้ที่โน้มน้าว และเปลี่ยนทัศนคติของสังคม และผู้นำอาวุโส (National League for Democracy) ให้อนุมัติงบประมาณต่อต้านโรฮิงญา

"มีแถลงการณ์หลายฉบับที่ออกโดยสำนักงาน ซูจี เกี่ยวกับเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในตอนเหนือของรัฐยะไข่ โดยบอกว่า ชาวมุสลิมโรฮิงญา เป็นเบงกอล (กบฏ) ซึ่งเป็นคำที่ชี้ชัดว่า โรฮิงญา เป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย จากประเทศบังคลาเทศซึ่งอยู่ใกล้เคียง"

เป็นเพื่อน Line กับเรา