วอชิงตันโพสต์แฉ รัสเซียแอบขนน้ำมันให้โสมแดง มีสิงคโปร์เป็นแหล่งฟอกเงิน-ธนาคารจีนสั่งแช่แข็งบัญชีเงินฝาก

13 กย. 60     396

วอชิงตันโพสต์แฉ รัสเซียแอบขนน้ำมันให้โสมแดง มีสิงคโปร์เป็นแหล่งฟอกเงิน-ธนาคารจีนสั่งแช่แข็งบัญชีเงินฝาก

วอชิงตันโพสต์แฉ รัสเซียแอบขนน้ำมันให้โสมแดง มีสิงคโปร์เป็นแหล่งฟอกเงิน-ธนาคารจีนสั่งแช่แข็งบัญชีเงินฝาก

ธนาคารจีนยักษณ์ใหญ่ 4 แห่งหยุดทำธุรกรรมการเงินกับเกาหลีเหนือ เชื่ออาจเป็นคำสั่งสายตรงจากปักกิ่ง หวังกดดันเกาหลีเหนือ พบมีการแช่แข็งบัญชีเปียงยางชั่วคราว ด้านวอชิงตันโพสต์แฉ รัสเซียเล่นไม่ซื่อ แอบส่งน้ำมันข้ามพรมแดนเข้าเกาหลีเหนือ พบสิงคโปร์กลายเป็นฐานฟอกเงินใหญ่ให้โดยเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์บังหน้า

เอเอฟพีรายงานวันนี้(12 ก.ย) ว่า เจ้าหน้าที่ธนาคารในกรุงปักกิ่ง และสาขาเมืองเหยียนจี๋ มณฑลจี๋หลิน ติดพรมแดนเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นฮับด้านการคมนาคมและการค้า ยอมรับกับเอเอฟพีว่า ทางธนาคารได้หยุดธุรกรรมการติดต่อทางการเงินกับเกาหลีเหนือ ที่รวมไปถึง การแช่แข็งบัญชีที่มีอยู่ ซึ่งมีบางส่วนอาจถึงขั้นปิดบัญชีที่มีอยู่เดิม และไม่อนุญาตให้เปิดบัญชีใหม่ ซึ่งชี้ว่า เป็นมาตรการยาแรงจากปักกิ่ง
ทั้งนี้การประกาศแบนทำธุรกรรมการเงินกับเกาหลีเหนือเกิดขึ้นก่อนที่คณะมนตรีความมั่นคงองค์การสหประชาชาติจะมีมติการคว่ำบาตรรอบใหม่กับเกาหลีเหนือเมื่อวานนี้(11 ก.ย) และพบว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ 4 แห่งของจีนออกมายอบรับว่า ได้ยกเลิกการทำธุรกรรมด้านการเงินกับเกาหลีเหนือจริง

โดยธนาคารที่ทำการยกเลิกการทำธุรกรรมได้แก่ ธนาคาจีนเพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชย์จีน(Industrial and Commercial Bank of China) ธนาคารเพื่อการเกษตรจีน(Agricultural Bank of China) ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า(Bank of China) และธนาคารเพื่อการก่อสร้างจีน(China Construction Bank)

ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า การสั่งระงับการทำธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อใด เพราะแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ธนาคารแต่ละแห่งได้ให้ข้อมูลที่ต่างกันไป เช่น เจ้าหน้าที่ธนาคาจีนเพื่ออุตสาหกรรมและพาณิชย์สาขาเมืองเหยียนจี๋กล่าวว่า การระงับเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว และปีก่อนหน้า

“เราไม่อนุญาตให้มีการเปิดบัญชีขึ้นใหม่ในเวลานี้” แหล่งข่าวกล่าว และเสริมว่า “เราไม่ให้บริการกับพวกเขาด้านการเปิดบัญชีใหม่ หรือการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทางเราไม่ให้บริการประเภทนั้นอีกต่อไป”

ส่วนแหล่งข่าวเจ้าหน้าธนาคารเพื่อการก่อสร้างจีนสาขาเมืองเหยียนจี๋ได้ให้ข้อมูลกับเอเอฟพี “ทางเราได้สั่งแขวนบัญชีของพวกเขาชั่วคราว ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะไม่สามารถทำการถอน(เงิน)ได้” และกล่าวต่อว่า “พวกเขาไม่สามารถใช้บัญชีที่เปิดที่สาขาเมืองเหยียนจี๋ได้อีกต่อไป รวมไปถึงการได้รับบริการ”

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารคนเดิมยังกล่าวว่า “ทางเราได้เริ่มที่จะออกเตือนพวกเขาให้ทำการปิดบัญชีตัวเอง ซึ่งหากว่าบัญชีเหล่านั้นสามารถถูกยกเลิกได้ ทางเราจะอนุมัติให้มีการยกเลิกทันที แต่หากในกรณีที่ไม่สามารถปิดได้ ทางเราจะอนุญาตให้พวกเขาใช้ต่อไป”

เอเอฟพีรายงานว่า สำหรับธนาคารสาขาท้องถิ่นอื่นๆได้ออกมาชี้ว่า ทางธนาคารเหล่านี้ได้ออกคำสั่งยกเลิกมาได้สักระยะแล้ว แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเริ่มเมื่อใด ซึ่งมีบางส่วนชี้ว่า ได้รับคำสั่งเป็นจดหมายในการให้หยุดการทำธุรกรรม แต่มีอีกหลายคนออกมาชี้ว่า เป็นคำสั่งทางวาจาเท่านั้น

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการก่อสร้างจีนประจำสาขากรุงปักกิ่งให้ข้อมูลกับเอเอฟพีว่า เขาได้รับคำสั่งแจ้งการยกเลิกทำธุรกรรมกับเกาหลีเหนือตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และในเวลานี้ทางเกาหลีเหนือไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆกับทางธนาคารได้

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรจีนประจำกรุงปักกิ่งให้ข้อมูลว่า ในเวลานี้เกาหลีเหนือถูกห้ามเปิดบัญชีใหม่ แต่ทว่าสำหรับในส่วนที่ยังคงมีบัญชีกับทางธนาคาร ยังสามารถทำธุรกรรมต่อไปได้

ด้านผู้เชี่ยวชาญจีนประจำโรงเรียนคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชาง เหลียงกุย(Zhang Liangui) ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า “การยกเลิกการทำธุรกรรมการเงินโดยสถาบันการเงินจีนถือเป็นเรื่องปกติ และยังสอดคล้องกับมติองค์การสหประชาชาติ”

ชางกล่าวว่า “การที่ธนาคารจีนจำกัดการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างจีนและเกาหลีเหนือนั้นแท้จริงแล้ว คือการจำกัดการค้าทั้งหมด” และชี้ว่า “ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงคือ การจำกัดรายได้ของเกาหลีเหนือที่อยู่ในรูปเงินตราต่างประเทศ และรวมไปถึงการจำกัดซัพพลายจากต่างประเทศที่ส่งไปสนับสนุนโครงการอาวุธนิวเคลียร์”

ทั้งนี้การออกมาเปิดเผยถึงการยกเลิกการทำธุรกรรมการเงินกับเกาหลีเหนือของธนาคารจีนนั้น ดูเหมือนสวนทางกับการเปิดเผยของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ล่าสุด ที่รายงานก่อนหน้าว่า รัสเซียแอบลักลอบขนน้ำมันและสินค้าผ่านพรมแดนทางตะวันออก เข้าเกาหลีเหนือ และมีสิงคโปร์เป็นฐานฟอกเงินสนับสนุน

ซึ่งสื่อบิสซิเนสอินไซเดอร์รายงานว่า การเปิดเผยนี้อ้างอิงจากรายงานของสหรัฐฯซึ่งแสดงให้เห็นถึง ความถี่ของรถขนน้ำมันรัสเซียที่วิ่งระหว่างท่าขนส่งเกาหลีเหนือ ราจิน(Rajin) และเมืองวลาดิวอสตอก ทางตะวันออกของรัสเซีย

ซึ่งทางฝ่ายสหรัฐฯจับตาความถี่การขนส่งระหว่างท่าวลาดิวอสตอก ของรัสเซีย และท่าราจีน ในฝั่งเกาหลีเหนือ ว่าเริ่มมีความผิดปกติเป็นอย่างมากตั้งแต่หน้าใบไม้ผลิล่าสุด สอดคล้องกับการประกาศคว่ำบาตรของยูเอ็นและการหยุดส่งออกน้ำมันของจีนไปเกาหลีเหนือในเดือนพฤษภาคมนี้

ทั้งนี้พบว่า สินค้าที่ฝ่ายรัสเซียลักลอบนำเข้า ยังรวมไปถึงน้ำมันดีเซล และสินค้าอื่นๆที่ทางเปียงยางผลิตเองไม่ได้ อ้างอิงจากแหล่งข่าวตำรวจสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าบรรดาบริษัทรัสเซียได้เปิดบริษัทบังหน้าขึ้นเพื่อลักลอบการขนสินค้าเถื่อนและการฟอกเงิน

โดยวอชิงตันโพสต์ชี้ว่า เป็นต้นว่า เวลเมอร์(Velmur) บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่ถูกเปิดขึ้นและจดทะเบียนในสิงคโปร์เมื่อปี 2014 โดยชี้ว่าเป็นของรัสเซีย อ้างอิงจากคำฟ้องของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯที่ยื่นเมื่อวันที่ 22 ส.ค ล่าสุดต่อศาลสหรัฐฯ

โดยในรายงานระบุว่า แต่กลับพบว่าบริษัทแห่งนี้ไม่มีตัวตน ไม่มีที่ตั้งอย่างเป็นทางการ หรือเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งทางวอชิงตันโพสต์รายงานว่า เป้าหมายของบริษัทตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นฐานฟอกเงินในการทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ เพื่อสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทรัสเซียโดยเฉพาะ ซึ่งพบว่า บริษัทที่ว่านี้มีการร่วมมือกับบริษัทรัสเซียรายอื่นๆ ในการคว้าสัญญาคำสั่งสั่งซื้อน้ำมันดีเซลมูลค่าเกือบถึง 7 ล้านดอลลาร์จากบริษัทซัพพลายเออร์ IPC สัญชาติรัสเซียเช่นกัน ในข้อตกลงระหว่างกุมภาพันธ์-พฤษภาคมล่าสุด

ซึ่งในแต่ละครั้งพบว่า ทางเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือจะทำการโอนเงินในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐฯกลับไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์เวลเมอร์ และทางบริษัทจะทำการโอนเงินต่อเพื่อจ่ายให้กับซัพพลายเออร์พลังงานรัสเซีย IPC สำหรับสินค้าพลังงานดีเซลที่ถูกขนออกมาจากท่าวลาดิวอสตอก

โดยหนี่งในแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯชี้ว่า เป็นเพราะปักกิ่งได้ยกเลิกการส่งออกก๊าซและน้ำมัน ทำให้เปียงยางต้องหันไปหารัสเซียแทน “เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาถูกตัดออกจากแหล่งซัพพลายเออร์หลัก พวกเขาจะหันไปหาซัพพลายเออร์สำรองทันที

เป็นเพื่อน Line กับเรา