ใคร!!.. คือผู้บงการโจรใต้เข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์

25 ตค. 60     6371

ใคร!!.. คือผู้บงการโจรใต้เข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์

ใคร!!.. คือผู้บงการโจรใต้เข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์
โดย:  แบมะ ฟาตอนี


ความพยายามของกลุ่มโจรใต้ด้วยการผูกโยง “ศาสนา” เข้ามาเกี่ยวข้องในการต่อสู้ เราจะเห็นอยู่บ่อยครั้ง การสื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าผู้ก่อเหตุฆ่าคน “ต่อสู้เพื่อศาสนา” โดยมีแกนนำขบวนการ ผู้นำศาสนา   และครูสอนศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งวิธีการของกลุ่มโจรใต้มักกล่าวอ้างอยู่ 2 ประการด้วยกัน กล่าวคือ…

ประการแรก  กล่าวอ้างว่ารัฐไทยปกครองปัตตานีด้วยความไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่ได้รับความเท่าเทียม

ประการที่สอง  ร่ำร้องว่ารัฐไทยข่มเหงรังแกพี่น้องมุสลิม!! ไม่ได้รับความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย กีดกันเสรีภาพในการประกอบศาสนกิจทางศาสนา

กลุ่มขบวนการโจรใต้ใช้ 2 ประเด็นดังกล่าวเป็น “ชนวน” คอยจุดกระแสความขัดแย้ง นำไปสู่ความแตกแยก ความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งสร้างความหวาดกลัวด้วยการข่มขู่คุกคาม “ทำร้าย” หรือไม่ก็อาศัยวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ ทิ้งใบปลิว แขวนป้ายผ้า กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือรัฐ ควบคู่กับการปล่อยข่าวลือในร้านน้ำชา ในที่ชุมชน ส่งผลให้สังคมมุสลิมปั่นป่วน เพราะชาวบ้านได้รับฟังแต่เรื่องที่ไม่เป็นความจริง…


กลุ่มขบวนการโจรใต้จัดตั้ง ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ รวมทั้งครูสอนศาสนา(อุสตาส)เป็นแกนนำในหมู่บ้านจัดตั้ง แบ่งงานกันรับผิดชอบ ปฏิบัติตามสั่งการของระดับแกนนำ ปลูกฝังอุดมการณ์ให้สมาชิกแนวร่วมมีความเลื่อมใสศรัทธา ด้วยการบิดเบือนหลักคำสอนศาสนา หลอกให้ทำการต่อสู้อย่างไม่กลัวตาย และหลงเชื่อว่าเป็น “นักรบของพระเจ้า” เป็นการทำสงครามเพื่อปลดปล่อยอิสลามจากการกดขี่ข่มเหงของคนต่างศาสนา…

ความพยายามของแกนนำโจรใต้ด้วยการดึงศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง สร้างภาพให้เห็นว่า “คนอิสลามทุกคนคือนักรบของพระเจ้า” ถ้าใครไม่ร่วมรบจะต้องให้ความช่วยเหลืออย่างใดอย่างหนึ่งแทน หรือถ้าช่วยเหลือไม่ได้ก็ต้องยืนอยู่ข้างเดียวกับกลุ่มขบวนการ ไม่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกคนต้องสาบานว่าจะต่อสู้เพื่อปลดปล่อยปาตานีให้เป็นแผ่นดินดารุสสลาม โดยถือคำสาบานทุกคนได้เปล่งวาจาออกมาด้วยความเสียสละโดยไม่กลัวตายใดๆ ทั้งสิ้น 


กลุ่มขบวนการโจรใต้ใช้วิธีหลากหลายรูปแบบ เริ่มจากการสร้างนักรบรุ่นใหม่ ด้วยการปลูกฝังแนวความคิดความเชื่อ บิดเบือนประวัติศาสตร์ สร้างความฮึกเหิมให้มีความกล้า ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมขบวนการยอมเป็นทาสรับใช้ โดยไม่ได้สำนึกแม้สักนิดว่า แผ่นดินที่ถูกกล่าวอ้างว่าจะปลดปล่อยให้เป็นแผ่นดินของพระเจ้านั้นแท้จริงแล้วคือ“จังหวัดปัตตานี”ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา…


การบิดเบือนข้อเท็จจริง ปลอมแปลงประวัติศาสตร์ ทำให้เชื่อว่าปัตตานีและอีกหลายจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของมลายู แต่ต้องเสียดินแดนให้ไทยเพราะอังกฤษเข้ามารุกราน แล้วอังกฤษก็แบ่งส่วนนี้ให้ประเทศไทยเข้าทำการยึดครอง…


เมื่อประเทศมลายูทั้งหมดได้รับเอกราชจากอังกฤษ แต่ประเทศไทยกลับไม่ยอมให้เอกราชแก่ปัตตานีแม้แต่ตารางนิ้วเดียว...

สิ่งเหล่านี้คือการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ความจริงในประวัติศาสตร์นั้น ปัตตานีและอีกหลายจังหวัดในแหลมมลายู เป็นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น ไทรบุรี เป็นต้น ปัจจุบันนี้ก็ยังมีหมู่บ้านไทยตั้งอยู่ในรัฐกลันตัน รัฐเปอร์สิส หมู่บ้านบางหมู่บ้าน ยังมีชื่อไทยอยู่ เช่น หมู่บ้านนาคา คนไทยในประเทศมาเลเซียพูดไทยสำเนียงกรุงเทพฯ เหมือนคนบางกอกไม่มีผิดเพี้ยน!!

ประเทศไทยเสียอีกที่เสียดินแดนให้แก่อังกฤษ เมื่ออังกฤษปล่อยมาเลเซียให้ได้รับเอกราช แทนที่ประเทศไทยจะได้ดินแดนกลับคืนมา.. แต่กลับต้องสูญเสียดินแดนไปอีกรวมแล้ว 5 จังหวัดด้วยกัน 

ดินแดนปัตตานีเป็นของประเทศไทยตั้งแต่โบราณกาล แต่เนื่องด้วยคนมลายูได้อพยพเข้ามามาก ประกอบกับนับถือศาสนาอิสลาม จึงอ้างส่งเดชว่า “ไทยปกครองปัตตานีมายาวนาน ไม่ยอมให้เอกราช”

เรื่องง่ายๆ ในประวัติศาสตร์โดยแท้ แต่กลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิง ถูกโจรใต้ปาตานีแหกตา เอาไปโฆษณาชวนเชื่อ ตั้งแต่ครั้งอดีตจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบันยังไม่ยอมเลิกรา..

วิธีการที่กลุ่มขบวนการโจรใต้เอามาใช้ได้ผล นั้นคือเรื่องของการ “บิดเบือน” แล้วก็สร้างสิ่งที่บิดเบือนให้น่าเชื่อถือว่า “เป็นเรื่องจริง” โดยแอบอ้างศาสนา อ้างพระเจ้า หรือ “องค์อัลเลาะห์” มาเรียกร้องความเป็นพวกเดียวกันกับพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งเป็นอิสลามด้วยกัน พี่น้องอิสลามผู้บริสุทธิ์ที่ต้องตกเป็นเหยื่อของโจรใต้ปาตานี ขยายวงกว้างออกไปทุกทีโดยการไม่รู้เท่าทัน...

โจรใต้ปาตานี ชี้ให้เห็นว่า การปกครองที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติที่แท้จริงต้องเป็นรัฐอิสลามบริสุทธิ์เท่านั้น ผู้นำของประเทศต้องใช้หลักศาสนาบริหารประเทศ แต่น่าแปลกใจกับพฤติกรรมที่ได้กระทำตรงกันข้ามอย่างป่าเถื่อน สุดโต่ง ทำการก่อเหตุทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เด็ก ผู้หญิง คนชรา โดยไม่แยกแยะเป้าหมายเพื่อปูทางไปสู่ผลประโยชน์ของกลุ่มตน.. 

วันนี้!! ถ้าอยากดูโฉมหน้าของผู้บงการ กับโฉมหน้าใครถูกจองตัวให้เป็นประธานประเทศ จะแตกต่างกัน...คนที่“บงการ”กับคนที่จะมาเป็น “สุลต่าน” ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน คนที่จะมาเป็นผู้นำหรือสุลต่านไม่ได้ร่วมบัญชาการรบ....แต่ทำหน้าที่เป็นเชิงสัญลักษณ์ในระดับสากล

คนที่บัญชาการ ก็บัญชาการรบ ทำหน้าที่ “รบ” เป็นการจำเพาะโฉมหน้าของผู้บงการ ที่คนไทยอยากรู้ว่าเป็นใคร(?)นั้น ถ้าต้องการรู้จริงๆ ก็ไม่เกินบ่ากว่าแรงที่จะรู้ได้... 

ดูได้ไม่ยากเลย ดูแล้วจะร้อง“อ๋อ”คนนี้นี่เอง ทีนี้...ถ้าอยากรู้ให้ชัด ก็ต้องค้นหาว่า “ใคร” ...คือสายเลือดของ “อับดุลกาเดร์”  และใครคือสายเลือดของ“หะยีสุหลง”คนใดคนหนึ่งใน“ต้นตระกูล” นักสู้ดังกล่าวนี้คือ...จอมบงการโจรใต้อย่างแน่นอน!!

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าโฉมหน้าของ “จอมบงการ” จะยังไม่ชัดก็ตามที.. แต่ภาพที่ปรากฏออกมาชัดเจนคือ การพยายามนำเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง และการพยายามผลักให้เป็นเจ้าภาพตัวจริง!!

โจรใต้ปาตานีเองมีความ“จงใจ”ที่จะให้เจ้าภาพตัวจริงคือ  “สถาบันศาสนา” ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกระทบต่อความรู้สึก ต่อความคิดความเชื่อของผู้คน มีความพยายามชูศาสนาขึ้นมาเป็นจอมทัพ โดยพยายาม“ปั้นกรอบ”ให้เป็นภาระหน้าที่ของพี่น้องมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการร่วมกันต่อสู้

แต่ในเวลาเดียวกันได้อาศัย“พลังอิสลาม”เป็นทฤษฎีชี้นำไปในตัวเสร็จพร้อม โดยเฉพาะในความเชื่อที่ว่าถ้าจัดตั้งรัฐปัตตานีดารุสสลามสำเร็จ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากชาติที่ตั้งขึ้นมาใหม่ไม่ใช่อิสลามในพื้นที่อื่นๆ แต่เป็นพี่น้องอิสลามใน 3 จชต.และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเท่านั้น

พวกเขาคิดการไกลขนาดนั้น ผู้เขียนพยายามที่จะกะเทาะเปลือกให้เห็นใบหน้า  “จอมบงการ คือใคร?”  ซึ่งตอนนี้ท่านพอจะมองออกได้แล้วว่า “คนนั้นกับคนนี้” คือจอมบงการ!! แม้ว่าโจรใต้ปาตานี จะหาทางให้ศาสนาอิสลามเป็นเจ้าภาพที่แท้จริง แต่จอมบงการที่แท้จริง!! มิใช่ศาสนา แต่เป็นคนที่มีพละกำลัง   มีอำนาจ มีอิทธิพล และที่สำคัญคนๆ นั้นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่น้องมลายูปาตานีเท่านั้น

13 ปีไฟใต้ตลอดระยะเวลาของการสูญเสีย เสียงปืน เสียงระเบิด เสียงร่ำไห้ของครอบครัวผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ต้องยอมเสียสละความสุขส่วนตน แล้ววันนี้...คนที่บงการหลอกผู้คนให้ไปตายแล้วบอกว่าได้ขึ้นสวรรค์...เข่นฆ่าคนแล้วได้บุญยังคงมีให้เห็นอยู่ ในขณะที่เรากำลังควานหาตัวว่าเป็นใครอยู่นั้น... “ไฟใต้...ใครบงการ?”  เมื่อท่านอ่านจบ โปรดจำไว้ว่า...โจรใต้ปาตานีตัวจริง ป้วนเปี้ยนอยูในแวดวงการต่อสู้ อยู่ไม่ไกลจากตัวท่านหรอกครับ....

ที่มา:  pulony.blogspot.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา