อาชญการรมต่อมนุษยชาติ! ยูเอ็นเผย กองทัพเมียนมาร่วมกันลงมือข่มขืน“หญิงมุสลิมโรฮิงญา”จำนวนมาก อย่างเป็นระบบ

13 พย. 60     6114

อาชญการรมต่อมนุษยชาติ! ยูเอ็นเผย กองทัพเมียนมาร่วมกันลงมือข่มขืน“หญิงมุสลิมโรฮิงญา”จำนวนมาก อย่างเป็นระบบ

ผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น.กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ทหารของเมียนมาก่อเหตุข่มขืนผู้หญิงชาวโรฮีนจาอย่างเป็นระบบระหว่างเกิดเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ของเมียนมา

หญิงวัย 40 ปี จากหมู่บ้านอูเชจา บอกต่อรอยเตอร์ว่า ทหาร 4 นาย ข่มขืนเธอ และล่วงละเมิดลูกสาววัย 15 ปี ของเธอด้วย นอกจากนั้น ยังขโมยอัญมณี และเงินสดของครอบครัวไปอีก

“พวกเขาจับฉันเข้าไปในบ้าน แล้วฉีกเสื้อผ้าของฉัน และถอดผ้าคลุมศีรษะของฉันออก” แม่ลูก 7 ให้สัมภาษณ์ต่อรอยเตอร์

“ผู้ชาย 2 คนเข้ามาจับฉัน โดยคนหนึ่งยึดแขนสองข้างของฉัน ส่วนอีกคนดึงผมของฉันจากด้านหลัง แล้วพวกเขาก็ข่มขืนฉัน” หญิงวัย 40 ปี กล่าว

ซอ เต โฆษกประธานาธิบดีถิ่น จอ ได้ปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้

“ไม่มีเหตุผลที่จะมีการก่อเหตุข่มขืนกลางหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีบ้านกว่า 800 หลัง ที่มีผู้ก่อความไม่สงบกำลังหลบซ่อนอยู่” ซอ เต กล่าว

ซอ เต ได้โทรศัพท์ถึงผู้บัญชาการทหารในเมืองหม่องดอซึ่งไม่ได้เปิดเผยชื่อระหว่างการให้สัมภาษณ์ต่อรอยเตอร์ในสัปดาห์นี้ โดยผู้บัญชาการทหารกล่าวว่า กองกำลังได้เข้าดำเนินการกวาดล้างหมู่บ้านอูเชจา เมื่อวันที่ 19 ต.ค. และออกไปโดยไม่ได้ก่อเหตุล่วงละเมิด

นางสาวพรามิลา พัทเทน ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการยูเอ็น. ด้านความรุนแรงทางเพศในความขัดแย้ง ให้ความเห็นหลังเดินทางเยือนเมืองค็อกซ์ บาซาร์ของบังกลาเทศ ที่ชาวโรฮีนจากว่า 610,000 คนลี้ภัยมาอยู่นานกว่า 10 สัปดาห์ ซึ่งเธอได้ยินจากปากคำชาวโรฮีนจาที่รอดชีวิตจากการข่มขืนผู้หญิงชาวโรฮีนจาจนเสียชีวิตจำนวนมาก และความโหดร้ายเหล่านี้อาจนับเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เพราะมีการสั่งการ และดำเนินการโดยกองทัพเมียนอย่างเป็นระบบ

หนึ่งในผู้รอดชีวิตให้การกับเธอว่าถูกกองทัพจับตัวไว้นาน 45 วัน และถูกกระทำรุนแรงทางเพศหลายรูปแบบ

เป็นเพื่อน Line กับเรา