เปิดประวัติ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวมุสลิม

30 พย. 60     76534

วันที่ 30 พ.ย.2560  ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ  นักการเมืองชาวไทยมุสลิม อดีต รมว.ต่างประเทศ และอดีตเลขาธิการอาเซียน เสียชีวิตกระทันหัน ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ที่ โรงพยาบาลรามคำแหง สิริอายุ 68 ปี ทำพิธีศพที่มัสยิดท่าอิฐ จ.นนทบุรี ในวันที่ 1 ธ.ค. 2560

เปิดประวัติ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวมุสลิม

เปิดประวัติ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผู้เป็นที่รักยิ่งของชาวมุสลิม

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ หรือชื่ออาหรับ อับดุลฮาลีม บินอิสมาแอล พิศสุวรรณ  เกิดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. พ.ศ. 2492 ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีบิดาเป็นครูสอนศาสนาอิสลาม ศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดบ้านตาล ศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช และ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแคลร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2515 (ก่อนหน้านี้ นายสุรินทร์ เคยศึกษาที่ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2 ปี)

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ สำเร็จการศึกษาปริญญาโทสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (พ.ศ. 2517) และปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (พ.ศ. 2522) เริ่มอาชีพนักวิชาการในตำแหน่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่าง พ.ศ. 2518-2529

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เข้าสู่แวดวงการเมืองในปี พ.ศ. 2529 โดยได้รับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นครศรีธรรมราช สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรติดต่อกัน 7 สมัย เคยเป็นเลขานุการของนายชวน หลีกภัย ขณะที่นายชวนดำรงตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร (พ.ศ. 2529-2531)

ต่อมาดำรงตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศระหว่างปี พ.ศ. 2535-2538 และเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระหว่างปี พ.ศ. 2540-2544

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน โดยเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 หลังจากที่ได้มีการส่งชื่อไปยังรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2550 และได้รับการรับรองจากชาติสมาชิกอย่างเป็นทางการในที่ประชุมผู้นำอาเซียน ณ สิงคโปร์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550

อนึ่ง ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฏ ในปี 2537 และ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาประมาภรณ์ช้างเผือก ในปี 2538

ข้อมูลบางส่วนจาก www.posttoday.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา