สาวไทยที่สิ้นชีวิต ณ เกาะลังกาวี “พระนางมัสสุหรี” สู่ตำนานชายหาดสีดำและคำสาป 7 ชั่วอายุคน (มีคลิป)

4 ธค. 60     1130

สาวไทยที่สิ้นชีวิต ณ เกาะลังกาวี “พระนางมัสสุหรี” สู่ตำนานชายหาดสีดำและคำสาป 7 ชั่วอายุคน (มีคลิป)

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินเรื่องนี้.. พระนางมัสสุหรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง จนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตาย นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งว่า ”จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา 7 ชั่วอายุคน” ซึ่งเกาะที่ว่านี้ ปัจจุบันคือเกาะลังกาวี วันนี้จะพามาย้อนรอยเรื่องราวตำนานในครั้งนี้กันครับ

เกาะต้องคำสาป หรือเกาะลังกาวี เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของประเทศมาเลเซีย อยู่ใกล้กับเกาะภูเก็ตของประเทศไทย ตำนานเล่าว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อนบุตรสาวของพ่อค้าจากเกาะภูเก็ตชื่อ มัสสุหรี เป็นเด็กจิตใจดีเป็นที่รักของคนทั่วไปได้แต่งงานกับองค์รัชทายาท (เจ้าชายวันดารุส) ผู้ครองเกาะลังกาวี และมีโอรสด้วยกัน 1 พระองค์ นามว่า “วันฮาเกม” ต่อมาพระนางมัสสุหรีถูกพระมารดาขององค์รัชทายาทกล่าวหาว่าคบชู้ ตอนพระสวามีออกไปทำศึกสงคราม จึงถูกตัดสินประหารชีวิต

สาวไทยที่สิ้นชีวิต ณ เกาะลังกาวี “พระนางมัสสุหรี” สู่ตำนานชายหาดสีดำและคำสาป 7 ชั่วอายุคน (มีคลิป)


เลือดออกมาเป็นสีขาว พร้อมสาปแช่งให้ผู้คนบนเกาะลังกาวีประสบแต่ความทุกข์ยากตลอด 7 ชั่วอายุคน ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอโลหิตสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบน แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของนาง

เมื่อองค์รัชทายาทพระสวามีของพระนางมัสสุหรีเสด็จกลับมา สภาพเกาะเหมือนเกาะร้าง แทนที่จะมีเสียงประชาชนเข้ามาล้อมต้อนรับเช่นทุกครั้ง แต่กลับเงียบเหมือนเมืองร้าง ผู้คนไม่รู้หายไปไหนหมด และเมื่อทรงทราบเรื่องภรรยาผู้เป็นที่รักตายจากไป ก็ทรงโศกเศร้าเป็นอย่างมาก ทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ แล้วหอบโอรสกลับไปยัง จ.ภูเก็ต บ้านเกิดของพระนางมัสสุหรีแล้วอาศัยอยู่ที่นั้นจนช่วงสุดท้ายของชีวิต

ทางด้านพระมารดาขององค์รัชทายาท เมื่อสิ้นพระชนม์ พระศพก็ไม่สามารถฝั่งที่ใดบนเกาะลังกาวีได้เลย ฝังที่ใดทรายก็จะดันร่างขึ้นมาเสมอ จนต้องไปกลับทำพิธีบนบานที่สุสานพระนางมัสสุหรี จึงสามารถนำพระศพไปฝั่งไว้ที่บริเวณหาดทรายได้ แต่สีของหาดทรายกลายเป็นสีดำในทันทีเมื่อร่างถูกฝังลงไป อย่างที่ปรากฏหาดทรายสีดำในปัจจุบัน

สาวไทยที่สิ้นชีวิต ณ เกาะลังกาวี “พระนางมัสสุหรี” สู่ตำนานชายหาดสีดำและคำสาป 7 ชั่วอายุคน (มีคลิป)

สำหรับสุสานของพระนางมัสสุหรีนั้น ปัจจุบันตั้งอยู่บนเกาะลังกาวี สร้างด้วยหินอ่อน และคำจารึกภาษามาเลเซียและภาษาอังกฤษ ซึ่งมีข้อความว่า…. “มัสสุหรีผู้รับเคราะห์กรรมจากการทรยศหักหลัง และความอิจฉาริษยาจนถูกตัดสินให้นางถึงแก่ความตายลง เมื่อศักราช (อิสลาม) 1235 หรือ คริสต์ศักราช 1819 (พ.ศ. 2362) นางสิ้นชีวิตลงพร้อมกับคำสาปแช่งที่แห่งนี้ว่า ”จะไม่เกิดสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองบนเกาะแห่งนี้ เป็นเวลา 7 ชั่วอายุคน” และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา “เกาะลังกาวี” ก็กลายเป็นดินแดนที่เงียบเหงา ผู้คนอยู่กันอย่างไม่มีความสุข มาตั้งแต่ พ.ศ.2362 กินเป็นเวลา 181 ปี เป็นอาถรรพ์ครอบคลุมมาถึง 7 ชั่วอายุคน จนกลายเป็นที่มาของการตามหาทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมัสสุหรี เพื่อไปถอนคำสาป

สาวไทยที่สิ้นชีวิต ณ เกาะลังกาวี “พระนางมัสสุหรี” สู่ตำนานชายหาดสีดำและคำสาป 7 ชั่วอายุคน (มีคลิป)


จนกระทั่งในช่วงปีราวๆ พ.ศ.2542 หนังสือพิมพ์หลายสำนักของมาเลเซีย และรัฐบาลมาเลเซีย ต่างพากันออกตามหาผู้สืบทอดเชื้อสายของพระนางมัสสุหรี จนมาพบว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้อาศัยอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งก็คือ นางสาวศิรินทรา ยายี มีหลักฐานมากมายที่แสดงถึงความเป็นทายาทผู้ถอนคำสาป ไม่ว่าจะเป็นกริซประจำตระกูล รูปภาพ และบรรพบุรุษชื่อ “วันฮาเกม” ทางรัฐบาลจึงเชิญพระนางทายาทรุ่นที่ 7 กลับสู่เกาะลังกาวี เพื่อถอนคำสาป

จากคำบอกเล่าของ นางสุนี ยายี (แม่ของศิรินทรา ยายี) เล่าว่า.. นับจากรุ่น “วันดารุส” และ “วันมัสสุหรี” แล้ว ก็เป็นรุ่น “วันฮาเกม” สู่รุ่น “วันฮาเก” สู่รุ่น “วันฮูเซน” สู่รุ่น “วันฮาเฉน” สู่รุ่น “วันนาวาวี” โดย 6 ชั่วคนนี้ สืบทอดเชื้อสายเป็น 4 ตระกูล คือ “ยายี” “ดุมลักษณ์” “สังวาล” และ “แสงทอง”

สาวไทยที่สิ้นชีวิต ณ เกาะลังกาวี “พระนางมัสสุหรี” สู่ตำนานชายหาดสีดำและคำสาป 7 ชั่วอายุคน (มีคลิป)

นางสาวศิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมัสสุหรี ได้ให้สัมภาษณ์ในวันที่เดินทางไปเกาะลังกาวีอีกครั้งว่า… “ตอนนั้นอายุ 13-14 เขาก็ชวนให้มาทำพิธีแก้คำสาปที่ลังกาวี วันที่มาก็ได้พบกับ ดร.มหาธีร์ (นายกรัฐมนตรีมาเลเซียขณะนั้น) ท่านก็ถามว่าหนูเกิดวันที่ 8 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2528 แรม 8 ค่ำ ใช่มั้ย หนูบอกว่าใช่ค่ะ ท่านก็บอกว่าเราเป็นคนลังกาวีเหมือนกันนะ ได้คุยกันนิดเดียววันนั้นเขาพาไปที่พิพิธภัณฑ์ มีการแสดงละครเรื่องวันมะห์ซูรี แดดออกอยู่ดีๆ พอถึงฉากประหารฝนก็ตก พอจบฉากประหารฝนหยุด ฟ้ากลายเป็นแดดเปรี้ยงเหมือนเดิม วันนั้นทุกคนที่ดูละครร้องไห้กันหมด หนูก็ร้องด้วย ละครจบเขาก็พาไปที่สุสาน ให้กินข้าวเหนียวกับไก่เหมือนเป็นพิธีแก้คำสาป แต่ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้บอกอะไร วันรุ่งขึ้นก็มีโอกาสได้เข้าเฝ้าสุลต่านรัฐเคดาห์”หลังเหตุการณ์ในวันนั้น น้องเมย์เด็กหญิงธรรมดาในประเทศไทย ก็กลายเป็นเจ้าหญิงทายาทพระนางมัสสุหรีที่ชาวมาเลเซียให้การเคารพนับถือเป็นอย่างมากในฐานะทายาท และผู้ปลดเปลื้องคำสาป เรื่องราวและภาพถ่ายของเธอได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับในมาเลเซีย

โดยหลังการไปถอนคำสาปที่เกาะลังกาวีในครั้งนั้น ทำให้เกาะต้องคำสาปแห่งนี้ เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ประกอบทางรัฐบาลมาเลเซียได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นคืนชีพเกาะลังกาวี จนกลายเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน แม้วันนี้เวลาจะผ่านไปนานร่วม 7 ชั่วอายุคน ยาวนานกว่า 200 ปี แต่เรื่องเล่าและหลักฐานความบริสุทธิ์ของพระนางมัสสุหรียังคงปรากฏชัดอยู่ ณ เกาะลังกาวี ให้ระลึกถึงตลอดไป
หลังเหตุการณ์ในวันนั้น น้องเมย์เด็กหญิงธรรมดาในประเทศไทย ก็กลายเป็นเจ้าหญิงทายาทพระนางมัสสุหรีที่ชาวมาเลเซียให้การเคารพนับถือเป็นอย่างมากในฐานะทายาท และผู้ปลดเปลื้องคำสาป เรื่องราวและภาพถ่ายของเธอได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับในมาเลเซีย

“เกาะลังกาวี” อยู่ในเขตปกครองประเทศมาเลเซียอยู่ใกล้กับเกาะตะรุเตา และจังหวัดสตูลมาก

ที่มา                        hereyim.com 
 

เป็นเพื่อน Line กับเรา