"ทรัมป์" ยืนยันจะรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

7 ธค. 60     358

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาแถลงยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลในวันนี้ (6 ธ.ค.) อย่างแน่นอน ท่ามกลางความไม่พอใจของโลกอาหรับและประชาคมนานาชาติ

สาเหตุที่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาใหม่ เป็นเพราะคำสั่งเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการตั้งสถานทูตสหรัฐฯ ในอิสราเอล ซึ่งมีผลตั้งแตปี 1995 (พ.ศ.2538) และต้องต่อเวลาทุก 6 เดือน เพิ่งหมดอายุลงในวันนี้ (4 ธันวาคม) ขณะที่นายทรัมป์เคยหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้วว่าเขาจะสั่งย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากเทลอาวีฟไปยังเยรูซาเล็มให้ได้ ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่านายทรัมป์อาจต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เป็นไปตามคำสัญญาที่เคยหาเสียงไว้ หรือในกรณีที่เขาไม่สามารถย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปยังกรุงเยรูซาเลมได้ เพราะถูกเจ้าหน้าที่รัฐทักท้วง ก็อาจต้องประกาศยอมรับกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลแทน เพื่อลดแรงกดดันจากกลุ่มผู้ที่สนับสนุนรัฐบาล

เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า การรับรองสถานะของกรุงเยรูซาเลมในครั้งนี้เป็นการ "ยอมรับสภาพความเป็นจริง" ตามความเห็นของนายทรัมป์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การกำหนดเขตแดนที่ชัดเจนระหว่างอิสราเอลและรัฐปาเลสไตน์จะยังคงต้องรอให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงโดยเห็นพ้องกันเสียก่อน ส่วนสถานะของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเยรูซาเลมจะไม่ได้รับผลกระทบจากการนี้อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯชี้ว่า นายทรัมป์อาจสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศเริ่มเตรียมดำเนินการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากกรุงเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเลมในเร็ววันนี้ แต่จะยังไม่มีการเคลื่อนย้ายจริงจนกว่าอาคารสถานทูตแห่งใหม่จะก่อสร้างเสร็จเสียก่อน ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายปีหลังจากนี้

ชาวปาเลสไตน์เผาภาพของผู้นำสหรัฐฯในการประท้วงเมื่อวานนี้ ( 5 ธ.ค.)

ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากพากันประท้วงต่อต้านแผนการประกาศรับรองของสหรัฐฯดังกล่าว ส่วนบรรดาผู้นำโลกอาหรับ รวมทั้งผู้นำฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปต่างออกคำเตือนถึงผู้นำสหรัฐฯว่า การกระทำเช่นนี้เท่ากับทำลายกระบวนการสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียมีพระราชดำรัสว่า การที่สหรัฐฯตัดสินใจรับรองกรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และเตรียมการย้ายสถานทูตของตนไปยังกรุงเยรูซาเลมด้วยนั้น "จะเป็นการยั่วยุอย่างรุนแรงชัดเจนต่อมุสลิมทั่วโลก" ส่วนประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ขู่ว่า ตุรกีจะตัดขาดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล หากสหรัฐฯ ดำเนินการดังกล่าวจริง ด้านหัวหน้ากลุ่มฮามาสซึ่งปกครองฉนวนกาซาบอกว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ "ล้ำเส้น" สำหรับชาวมุสลิม

สถานะของกรุงเยรูซาเลม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางศาสนายูดายของชาวยิว รวมทั้งของศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ ถือเป็นประเด็นหลักในปัญหาความขัดแย้งที่มีมานานระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ซึ่งต่างก็อ้างว่านครศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้คือเมืองหลวงของตน ในอดีตบรรดาผู้นำสหรัฐฯ ต่างยืนกรานมาโดยตลอดว่า จะต้องแก้ไขปัญหานี้ผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพเท่านั้น

ทั้งนี้ อิสราเอลและอียิปต์ต่อสู้กันในสงครามตะวันออกกลาง หรือสงคราม 6 วัน เมื่อปี 1967 ทำให้อิสราเอลยึดครองพื้นที่ซึ่งเคยเป็นดินแดนอาหรับมาได้หลายส่วน รวมถึงเขตเวสต์แบงก์และกรุงเยรูซาเลมฝั่งตะวันออก รัฐบาลอิสราเอลสนับสนุนให้ประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ดังกล่าว จนปัจจุบันมีชาวยิวอาศัยอยู่กว่า 200,000 คน หลายชาติชี้ว่าอิสราเอลละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อิสราเอลไม่ยอมรับข้อกล่าวหานี้

ที่มา       บีบีซี

เป็นเพื่อน Line กับเรา