วังเก่าจะบังติฆอ (อิสตานอร์อาซัมจาวอ)

9 ธค. 60     4609

วังเก่าจะบังติฆอ  (อิสตานอร์อาซัมจาวอ)

วังเก่าจะบังติฆอ  

ประวัติความเป็นมาของชุมชน         

วังเก่าจะบังติฆอ  เป็นวังโบราณของเจ้าเมืองปัตตานี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำปัตตานีตรงสามแยกจะบังติกอบนเส้นทางถนนหน้าวัง ซึ่งเป็นถนนลาดยางเลียบแม่น้ำปัตตานีถนนนี้เชื่อมระหว่างตัวเมือง ซึ่งตั้งต้นจากที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี เลียบแม่น้ำปัตตานีไปต่อกับถนนยะรัง เป็นเส้นทางรถยนต์เชื่อมระหว่างปัตตานีกับจังหวัดยะลา

ประวัติศาสตร์

ประมาณปี พ.ศ.  2382 ได้เกิดความขัดแย้งในเมืองกลันตัน (มาเลเซียปัจจุบัน)ถึงขั้นสู่รบระหว่างพระยากลันตันตนกูสนิ(ปากแดง)กับตนกูบือซาหรือตนกูมูฮำมัด ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาด้วยเหตุตนกูบือซาน้อยใจพระยากลันตันตนกูสนิที่ตนไม่ได้ครอบครองเมืองอื่นๆ ตลอดจนเรื่องทรัพย์สมบัติบ่าวไพรของตนกูบือซาเหตุการณ์ลุกลามมากขึ้น เมื่อตนกูบือซาได้ชักชวนพระยาบาโงย ช่วยกันรวบรวมผู้คนตั้งค่ายสู้รบกับพระยากลันตัน ด้วยเหตุนี้กองทัพกรุงเทพฯซึ่งมีพระยาศรีพิพัฒน์ยกทัพตั้งหมั้นที่เมืองสงขลา และมอบหมายให้พระยาไชยายกกองทัพเรือไปเมืองกลันตันและนำพระยากลันตันตนกูสนิกับตนกูบือซามาพบพระยาพิพัฒน์ ณ เมืองสงขลา เพื่อไกล่เกลี่ยและสามารถประนีประนอมได้ จึงให้กลับไปเมืองกลันตัน ในปีต่อมาได้เกิดทะเลาะวิวาทอีกครั้ง เมื่อความทราบถึงกรุงเทพฯทำให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริถ้าปล่อยให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ความวุ่นวายต้องเกิดขึ้นไม่สิ้นสุดประกอบตำแหน่งเจ้าเมืองปัตตานีว่างลงจึงทรงแต่งตั้งตนกูบือซาเป็นเจ้าเมืองปัตตานีคนแรกแห่งราชวงศกลันตัน(กำปงลาว์)บ้านทะเลความบาดหมางระหว่างพระยากลันตันตนกูสนิกับตนกูบือซาจึงยุติไปตนกูบือซาเมื่อเดินทางมาถึงปัตตานีพร้อมกับพาครอบครัวประมาณ1,388ครอบครัว มีชายหญิงประมาณ 6,863คน พระยาตรังกานูจัดเรือช่วยรับส่งตนกูบือซาจำนวน 30ลำ เมื่อเดินทางมาถึงปัตตานีได้สร้างที่ประทับขึ้นเป็นครั้งแรกบริเวณชายทะเลคือหมู่บ้านตันหยงดาโตะอำเภอยะหริ่ง ปัจจุบัน ต่อมาตนกูบือซาเห็นว่าที่นี้ไม่เหมาะสมด้านภูมิศาสตร์จึงเรียนดาโตะ(ขุนนาง)ผู้ทรงคุณวุฒิที่ศักดิ์ตระกลูแวหรือวันนำหน้าจำนวน 12 ท่าน
ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการย้ายที่ประทับเพื่อจะสร้างวังใหม่ดาโตะทั้งหลายได้หาสถานที่ที่เหมาะสมนั้นคือ บริเวณจะบังติกอ(หรือวังเก่าปัจจุบัน)เพราะน้ำท่วนไม่ถึงน้ำบ่อใสสะอาดมีแม่น้ำไหลผ่าน 3 ด้านไปออกปากอ่าวปัตตานี วังเก่าจะบังติกอเดิมเรียกว่า กอตอจือเบาะห์ปูเยาะห์ตำหนักที่ประทับ เรียกว่า อิสตานอร์อาซัมจาวอ

วังเก่าจะบังติฆอ  (อิสตานอร์อาซัมจาวอ)

สร้างในสมัยตนกูมูฮัมหมัด ( พ.ศ. 2388- 2399) เชื้อสายราชวงค์กลันตันซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองปัตตานี วังจะบังติกอตั้งอยู่ริมแม่น้ำปัตตานีตรงสามแยกตำบล จะบังติกอในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ตัววังหันหน้าไปทางทิศตะวันออก บนเนื้อที่ 7 ไร่   

วังนี้สร้างโดยสถาปนิกชาวจีน ตัววังล้อมรอบด้วยกำแพงทึบก่ออิฐถือปูน รูปทรงของวังเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดใหญ่ หลังคาทรงปั้นหยา หรือแบบลีมะ ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกพื้นสูง 1 เมตร สร้างด้วยไม้ ภายในอาคารมีห้องโถงขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่ทำงานของเจ้าเมือง ส่วนด้านหลังของห้องโถงจะเป็นที่อยู่อาศัยของภรรยาและบริวารวังจะบังติกอได้ใช้เป็นศูนย์กลางการปกครองในท้องถิ่นและเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าเมืองปัตตานี  คนต่อ ๆ มาได้แก่ ตนกูปูเต๊ะ บุตรชายคนโตของตนกูมูฮัมหมัด เมื่อตนกูปูเต๊ะถึงแก่กรรม   บุตรชายคนโต คือ ตนกูตีมุง ได้เป็นเจ้าเมือง  ต่อจนกระทั่งถึงสมัยตนกูอับดุลกอร์เดร์ เจ้าเมืองคนสุดท้าย เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้จัดการปฏิรูปการปกครองทั่วประเทศ จึงได้ยุบเมืองต่าง ๆ ทั้ง 7 เมืองได้แก่ เมืองปัตตานี ยะหริ่ง ยะลา รามันห์ สายบุรี ระแงะ และหนองจิก รวมเป็นมณฑล เรียกว่า มณฑลปัตตานี ต่อมาวังซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองก็เปลี่ยนสภาพไปกลายเป็นเพียงที่อยู่อาศัยของบุตรหลานและบรรดาญาติ ๆ สืบต่อมาถึงปัจจุบัน

วังเก่าจะบังติฆอ  (อิสตานอร์อาซัมจาวอ)

ข้างหลังกำแพงวังเก่าจะบังติกอ ปัตตานี ไม่มีวังเดิมให้เห็นแล้ว เนื่องจากได้ผุพังไปตามกาลเวลา ลูกหลานเจ้าเมืองเดิมจึงได้สร้างบ้านรูปทรงธรรมดาทั่วไปอาศัยอยู่แทนที่วังเดิม 
คงเหลือแต่ตัวกำแพงวังเท่านั้นที่ยังคงรูปแบบเดิมไว้ เหลือไว้เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้ดู ศึกษา เรียนรู้

 เจ้าเมืองปัตตานีราชวงค์กลันตันจะบังติกอที่ปกครองเมืองปัตตานีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2388-2449 มีทั้งหมด 5 พระองค์


ตนกูบือซา หรือ ตนกูมูฮัมหมัดตนกูปูเต๊ะตนกูตีมุง หรือ รายอโต๊ะเยาะห์ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน ไม่ได้ประทับในวังจะบังติกอ แต่ได้สร้างวังใหม่ทางทิศตะวันออกของวังเก่าติดกับมัสยิดรายอจะบังติกอปัจจุบันตนกูอับดุลกอเดร์ กามารุดดิน ได้ประทับที่วังใหม่จะบังติกอ ซึ่งเป็นวังของบิดาเป็นผู้สร้างแต่ปัจจุบันกลายเป็นที่รกร้างและเป็นเชื้อสายราชวงศ์กลันตันองค์สุดท้ายที่ปกครองเมืองปัตตานี   

                                                  
สถานที่ฝั่งศพของเจ้าเมืองทั้ง 5 พระองค์


1.      ตนกูบือซาหรือตนกูมูฮำหมัด ศพของพระองค์ไปฝังไว้ ณ สุสานตันหยงดาโต๊ะ   (แหลมโพธิ์ )

2.      ตนกูปูเต๊ะ ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ เมืองกลันตัน ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน

3.      ตนกูตีมุงหรือรายอโต๊ะเยาห์ ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ สุสานกูโบร์โต๊ะเยาะห์ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัปัตตานี

4.      ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ กูโบร์โต๊ะเยาะห์ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

5.      ตนกูอับดุลกอเดร์ กามารุดดิน ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ เมืองกลันตัน ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน

วังเก่าจะบังติฆอ  (อิสตานอร์อาซัมจาวอ)

ที่มา                        www.thailandsusu.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost