หญิงสาวมุสลิม เล่าเรื่องผู้โดยสารที่กลัวจนไม่อยากนั่งข้างเธอ แต่แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกัน

24 ธค. 60     1316

หญิงสาวมุสลิม เล่าเรื่องผู้โดยสารที่กลัวจนไม่อยากนั่งข้างเธอ แต่แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกัน

ภาพถ่ายเซลฟี่ที่ทำให้เราได้เห็นว่าถึงแม้จะต่างศาสนาแต่มิตรภาพดีๆก็เกิดขึ้นได้เสมอ


Jiva Akbor หญิงสาวชาวมุสลิมที่ได้แชร์เรื่องราวของตัวเองลงบน Facebook ซึ่งเชื่อว่า เรื่องราวของเธอนี้จะทำให้เรารู้สึกมีความหวังกับการได้เห็นมนุษย์ที่ต่างชาติพันธุ์ ศาสนา และ ความเชื่อ อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ Akbor ได้ส่งข้อความหาเพื่อนของเธอเพื่อแสดงความเห็นอกเห็นใจที่เพื่อนของเธอที่รถเสียว่า “ขอให้อัลเลาะห์จงอยู่กับคุณและผ่านวันร้ายๆนี้ไปได้” แต่เมื่อผู้โดยสารที่นั่งข้างๆ เธอได้เห็นข้อความที่ส่งไปทำให้เธอเกิดอาการตื่นตระหนกและกลัวจนไม่อยากจะนั่งที่ตรงนั้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอต้องเสียความมั่นใจไปเพียงเพราะเธอเป็นมุสลิม เธอเริ่มตั้งสติและเข้าไปอธิบายด้วยความอ่อนน้อมและใจเย็นว่า ข้อความที่ส่งไปเป็นเพียงภาษาอารบิกและมีความหมายถึงพระเจ้าเฉกเช่นเดียวกันกับศาสนาอื่นๆ เธอไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ

 

ทั้งสองจึงได้เรียนรู้ความแตกต่างและทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งนั่นนำพาให้เกิดมิตรภาพใหม่ๆ ขึ้นระหว่างการเดินทางแถม ทั้งสองยังสัญญาต่อกันอีกด้วยว่า จะพยายามติดต่อและช่วยเหลือกันและกันหลังจากนี้


หญิงสาวมุสลิม เล่าเรื่องผู้โดยสารที่กลัวจนไม่อยากนั่งข้างเธอ แต่แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกัน

ข้อความที่ทั้งสองส่งให้กันแสดงความเป็นห่วงเป็นใยต่อกันและยังติดต่อกันอยู่เสมอ

 


หลังจากที่ Akbor ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊คของตัวเองเรื่องราวนี้ก็ถูกแชร์ไปมากกว่า 8,000 ครั้ง เราไปดูปฏิกริยาของชาวเน็ตทั่วโลกกันดีกว่าว่าจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้าง

“ยอดเยี่ยมมาก เป็นเรื่องดีที่เราควรจะสอนให้เรียนรู้มากกว่าการมานั่งตัดสินกัน จริงอยู่การทำความเข้าใจในความต่างบางทีอาจทำให้เราโมโหได้ง่ายๆ แต่นั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนควรทำเพื่อให้โลกนี้น่าอยู่สำหรับคนรุ่นหลังต่อไป”

หญิงสาวมุสลิม เล่าเรื่องผู้โดยสารที่กลัวจนไม่อยากนั่งข้างเธอ แต่แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกัน

“เป็นเรื่องราวที่วิเศษสุดๆ หวังว่าทุกคนจะสามารถคุยกันได้แบบนี้ดีกว่าโหมกระหน่ำความบ้าคลั่งใส่กันอย่างที่เป็นอยู่”

 

หญิงสาวมุสลิม เล่าเรื่องผู้โดยสารที่กลัวจนไม่อยากนั่งข้างเธอ แต่แล้วทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกัน


“นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจดีๆและทำลายสิ่งที่ขวางกั้นเราไว้ระหว่างความแตกต่าง คงจะดีถ้าสื่อหันมานำเสนอเรื่องราวเหล่านี้มากขึ้นและสนใจไปที่การทำให้ผู้คนรวมเป็นหนึ่งเดียวแน่นอนว่าต้องดีกว่าการแบ่งแยกกันอย่างที่เป็นอยู่แน่นอน” 


 
ถึงแม้ว่า ปัจจุบันสื่อใหญ่ๆ ทั่วโลกมักจะกล่าวถึงชาวมุสลิมในเหตุการณ์ก่อการร้ายจนทำให้หลายๆ คนต่างเกิดอาการกลัวอย่างเหตุการณ์ข้างต้น 
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คนมีความเชื่อและทัศนคติที่แตกต่างจากเราจะเป็นคนไม่ดี เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ การเข้าใจกันและเรียนรู้ที่จะอยู่บนความแตกต่างซึ่งกันและกันต่างหาก

www.catdumb.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา