เจลาตินกับเรื่องฮาลาล

17 มค. 61     836

เจลาตินกับเรื่องฮาลาล

ข่าว เจลาติน จะดังมากเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะเพิ่งจะรู้จักในอาหารฮาลาล เจลาตินไม่เพียงแต่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น ยังใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์ ฟิล์มถ่ายรูป อุตสาหกรรมยา อื่นๆ อีกมากมาย

เจลาติน เป็นสารประกอบเชิงซ้อนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ผลิตจากการไฮโดรไลซิส (การสลายตัวด้วยน้ำ) ของเนื้อเยือที่เรียกว่า คอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ทุกชนิด (ประมาณ 25% ของเนื้อ หนัง และกระดูก) ซึ่งคอลลาเจนส่วนใหญ่ จะมาจากวัตถุดิบ 2 อย่างคือ กระดูกและหนังสัตว์ โดยนำมาผลิตเจลาตินในเชิงธุรกิจอีกทอดหนึ่ง

เจลาตินกับเรื่องฮาลาล

ในเรื่องนี้ในหมู่มุสลิมเกิดการขัดแย้งกันมากมาย ต่างก็มีหลักฐานและเหตุผลมาสนับสนุน การฟัตวาแยกเป็นฝ่ายๆ ดังนี้

1.เป็นอุลามาอ์ในแนวท่านอิหม่ามซาฟีอี วินิจฉัยตรงๆ ว่า ถ้าหนังหรือกระดูกที่นำมาผลิตเจลาติน มาจากสัตว์ที่ฮาลาลบริโภค เจลาตินก็ฮาลาล

2. เป็นอุลามาอ์จากอเมริการเหนือ รวมทั้งจากยุโรป ดร.ยูซุฟ อัลกอรฎอวี(ประธานอุลามาอ์โลก) วินิจฉัยว่า เจลาตินทุกชนิดเป็นสารที่ผ่านการแปรสภาพ หรือสลายตัว (อิสทิฮาละห์) ไปแล้วจากต้นกำเนิดเดิม ถือว่า ไม่เป็นนายิส และฮาลาลในการบริโภค (แม้จะมาสัตว์ที่ตายเองหรือสัตว์นายิส เช่น สุกรเป็นต้น) ซึ่งขัดแย้งกับฝ่ายที่ 1

3. ความเห็นของท่านศาตราจารย์เชคอับดุสซตาร ซาอีด ได้ฟัตวาว่า ถ้าสัตว์ถูกเชือดโดยอะฮ์ลุลกีตาบ หรือไม่ทราบผู้เชือด เนื้อมันก็ฮาลาล เจลาตินก็ฮาลาลด้วย แต่ถ้าถูกฆ่าโดยวิธีที่อิสลามไม่อนุญาต เนื้อมันไม่ฮาลาล เจลาตินก็ไม่ฮาลาลด้วย

4. ท่านเชกเด ซาอี ฟัตวาว่า เจลาตินที่ได้มาจากสัตว์ที่อิสลามอนุมัติให้บริโภคเนื่อได้ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ ฯลฯ นั้นฮาลาล ถึงแม้ว่า จะได้รับการฆ่าตามหลักการของศาสนาอิสลาม เพราะยึดหลักที่ว่า กระดูก เขา ฟัน เล็บ ของมัน เป็นสิ่งฎอเฮ็ร (สะอาดไม่ใช่นายิส) โดยสรุปฝ่ายนี้ไม่รับเจลาตินจากสุกร หรือสัตว์อื่นๆ ที่อิสลามห้ามบริโภคเนื้อมัน

ทั้ง 4 ฝ่ายขัดแย้งกันมากมาย จริงๆ แล้ว องค์กรศาสนาสูงสุดของเรา ควรแต่งตั้งคณะฟัตวาจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกสาขา ร่วมกันวินิจฉัยในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ต้องคุยกันว่า การอิสติฮาละห์ หรือการแปรสภาพเป็นอย่างไร การแปรสภาพมากขนาดไหน ถึงจะเรียกว่า แปรสภาพ และยอมรับได้ ต้องคุยร่วมกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ และนักการศาสนา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  ผุสดี มุหะหมัด 

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost