เผยเอกสารลับ! การทุจริตเงินหนุนรายหัวนักเรียนชายแดนใต้ หากจริงมีอึ้ง!!

12 มีค. 61     1055

เผยเอกสารลับ! การทุจริตเงินหนุนรายหัวนักเรียนชายแดนใต้ หากจริงมีอึ้ง!!

หากพักข้อกล่าวหาฉกรรจ์ที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารและครูบางคนของโรงเรียนบากงพิทยา หรือ "ปอเนาะบากง" อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เอาไว้ก่อน เพราะเรื่องกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

แต่สิ่งที่ต้องยอมรับ คือ ประเด็นการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการเบิกจ่ายงบอุดหนุนรายหัวนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เคยมีมาก่อนแล้ว โดยกระทรวงศึกษาธิการในยุค คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ดำเนินการเรื่องนี้แบบ "เงียบๆ" มาอย่างต่อเนื่องหลายปี สาเหตุที่พยายาม "ทำแบบเงียบๆ" ก็เพราะมีความอ่อนไหวสูง...

จากการตรวจสอบพบว่า มีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาฯ นับร้อยแห่งที่แจ้ง "รายชื่อนักเรียนซ้ำซ้อน" ทำให้ได้รับงบอุดหนุนฯเกินจริง จนทางกระทรวงฯ เรียกคืนงบอุดหนุน รวม 3 ปีงบประมาณ มากถึง 134 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมงบอุดหนุนเงินเดือนครู และเบี้ยเสี่ยงภัยอีกจำนวนมาก

ล่าสุด จากสำนักข่าวอิศรา ได้รายงานว่า หลังเกิดกรณีโรงเรียนบากงพิทยา ได้รับ "เอกสารลับ" เป็นสรุปรายงานการตรวจสอบปัญหาการทุจริตงบอุดหนุนรายหัวนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการบรรยาย "วิธีการทุจริต" เอาไว้อย่างละเอียด ซึ่งหากเป็นจริงก็ถือว่าน่าตกใจมาก

เผยเอกสารลับ! การทุจริตเงินหนุนรายหัวนักเรียนชายแดนใต้ หากจริงมีอึ้ง!!

เริ่มจากโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนจากรัฐบาลสูงเกินจริง เพราะแจ้งจำนวนนักเรียนเท็จ โดยเงินอุดหนุนรายหัว อยู่ที่ปีละ 14,000 บาทต่อคน แจ้งเกินกี่คน ได้เงินเกินไปเท่าไหร่ ก็คูณเข้าไปได้เลย

 เงินอุดหนุนแบ่งเป็น 5 หมวด คือ ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผู้เรียน โดยหมวดแรกกับหมวดสุดท้าย คือ ค่าเล่าเรียน กับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผู้เรียน ทางโรงเรียนก็รับไปเลย 

ส่วนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องแบบนักเรียน ต้องมีการสั่งซื้อจากร้านค้าภายนอก ปรากฏว่าก็มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย ทำการ "จัดซื้อเท็จ" โดยร้านค้าในเครือข่ายจะทำใบเสร็จรับเงินปลอมขายให้กับโรงเรียน มีการทำตรายางปลอมส่งไปให้โรงเรียนในเครือข่ายปั๊มกันเอง บางร้านเลิกกิจการ เปลี่ยนชื่อไปแล้ว แต่ยังมีใบเสร็จเบิกงบรัฐอยู่จนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้น ในเครือข่ายนี้ยังมีบริษัทตรวจสอบบัญชี เพื่อทำ "บัญชีงบดุลเท็จ" ให้กับโรงเรียน และที่สำคัญเชื่อว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องร่วมมือด้วย เพราะใบเสร็จต่างๆ เบิกกับสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด หรือ สช.จังหวัด จึงสันนิษฐานว่าน่าจะมี "เงินทอน"มอบให้กันด้วย เนื่องจากมีส่วนต่างจากการเบิกงบเกินจริงจำนวนมาก และทำกันมาต่อเนื่องหลายปี 

เผยเอกสารลับ! การทุจริตเงินหนุนรายหัวนักเรียนชายแดนใต้ หากจริงมีอึ้ง!!

นี่คือวงจรทุจริตงบอุดหนุนรายหัวนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบข้อมูลมา โดยอ้างตัวเลขว่ามีโรงเรียนเกี่ยวข้องราว 100 โรง ร้านค้าราวๆ 10 แห่ง รวมถึงบริษัทตรวจสอบบัญชี ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงมีลิสต์รายชื่อหมดแล้ว ส่วนในทางคดีจะมีหลักฐานดำเนินการถึงขั้นไหน ต้องรอดู

ล่าสุด ได้มีการเสนอให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ตั้ง "คณะทำงานพิเศษ" ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง และดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตเหล่านี้ โดยได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงาน เช่น สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานสรรพากรในพื้นที่, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เป็นต้น

นอกจากนั้น ฝ่ายความมั่นคงยังเสนอให้ สช. หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนกลาง สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สอบสวนหาตัวผู้รับผิดชอบกับปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้น เพราะมีการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนเกินจริงมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็มีการเรียกคืนเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน 3 ปีงบประมาณย้อนหลัง สูงถึง 134 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาไม่มีการดำเนินคดี เพราะอ้างว่าเป็นความผิดพลาดในการตั้งเบิก

เบื้องต้นจึงเชื่อว่า อาจมีผลประโยชน์ร่วมกันในลักษณะ "เงินทอน" เหมือน "เงินทอนวัด" และกรณี "ทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง" ซึ่งกำลังเป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ด้วย

ที่มา:  www.thainews.easybranches.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา