จุฬาราชมนตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยา

19 มีค. 61     704

จุฬาราชมนตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยา

จุฬาราชมนตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยา
โดย: อ.อาลี เสือสมิง

ราชทินนาม จุฬาราชมนตรีในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีบรรดาศักดิ์เป็น “พระจุฬาราชมนตรี” ว่าที่เจ้ากรมท่าขวาเคียงคู่มากับตำแหน่ง “โชดึกราชเศรษฐี” หรือ โชฎึกราชเศรษฐี ว่าที่ เจ้ากรมท่าซ้าย

กรมท่าขวา เป็นหน่วยงานด้านการค้าและการติดต่อกับชาวต่างชาติในสังกัดกรมพระคลัง มีหน้าที่รับผิดชอบทางด้านการค้า การเดินเรือพาณิชย์ และการต่างประเทศ ได้ว่า แขกประเทศชวา มลายู อังกฤษ ในประกาศรัชกาลที่ 4 กำหนดว่า “ให้มีหน้าที่ดูแลการค้าข้างฝ่ายแขกอินเดีย แขกอาหรับ แขกชาวมลายู และพราหมณ์ที่มีบ้านเมืองตั้งอยู่ในฝั่งขวาคุ้งทะเลไทย (“เรื่องตั้งเจ้าท่าเป็นหลวงวิสุทธิ์สาครดิษฐ์ จ.ศ.1221” , หอสมุดแห่งชาติ , เลขที่ 25 , สมุดไทยดำ)

ในพระธรรมนูญมีกล่าวถึงตราประจำตำแหน่งของพระจุฬาราชมนตรี แต่ไม่ทราบว่ามีรูปร่างอย่างไร ในบัญชีตราโคมวิสาขบูชาในรัชกาลที่ 4 ได้บอกถึงรูปตราไว้ว่า “พระยาจุฬาราชมนตรีตรารูปกำปั่น สามเสามีใบพระยาโชดึกราชเศรษฐีตรารูปสำเภามีเสามีใบ”

อย่างไรก็ตามถึงแม้ขุนนางกรมท่าขวาส่วนใหญ่จะเป็นพวกมุสลิมแต่ยังมีขุน นางและผู้ชำนาญการชาวต่างชาติกลุ่มอื่นๆ ที่รับราชการในหน่วยงานนี้ เช่น ชาวโปรตุเกส ชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดู และชาวอาร์เมเนีย เป็นต้น ขุนนางชาวต่างชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มาจากฝั่งตะวันตกของสยามหรือ เกี่ยวข้องกับชาวตะวันตกได้แก่กลุ่มพวกเข้ารีตที่นับถือศาสนาคริสต์ นอกจากนี้กรมท่าขวายังติดต่อค้าขายอยู่กับมุสลิมที่มาจากรัฐอิสลามในเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ คือ มลายูจาม และรัฐในหมู่เกาะอินโดนีเซีย

จุฬาราชมนตรีในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ภาพประกอบจากปกหนังสือ ขุนนางกรมท่าขวา  จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์


นับตั้งแต่การกำเนิดขึ้นของกรมท่าขวาและราชทินนาม จุฬาราชมนตรี นั้นเรามิอาจทราบได้ว่า มีบุคคลใดดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ว่าที่เจ้ากรมท่าขวามาก่อนโดยเฉพาะช่วงแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ. 2153-2171 / ค.ศ. 1615-1628) แต่ในหนังสือประวัติสกุลบุนนาคและเฉกอะหมัดกล่าวอ้างถึงครั้งสมเด็จพระเจ้า ทรงธรรมว่ามีแขกเจ้าเซ็นสองคนพี่น้องเข้ามาค้าขายในกรุงศรีอยุธยา

เมื่อจุลศักราช 964 ปีขาล จัตวาศก (พ.ศ. 2145) คนพี่ชื่อ เฉกอะหมัด คนน้องชื่อ มหะมัดสะอิด ท่านเฉกอะหมัดเป็นที่สนิทชิดชอบและเป็นที่ปรึกษาราชการต่างประเทศของเจ้า พระยาพระคลังในเวลานั้นด้วย ครั้งนั้นสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งให้เป็นพระยาเฉกอะหมัดรัตนราชเศรษฐี เจ้ากรมท่าขวา ว่าที่จุฬาราชมนตรี และในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าพระยาบวรราชนายก จางวางกรมมหาดไทย (ส. พลายน้อย ; “ขุนนางสยาม” สำนักพิมพ์มติชน 2537 หน้า 163)

ปีที่เฉกอะหมัดเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2145-2146) นั้นตรงกับแผ่นดินสมเด็จพระเอกาทศรถ และได้เข้ารับราชการเมื่อลุแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เฉกอะหมัดจึงเป็นจุฬาราชมนตรีคนแรกที่สามารถสืบค้นตัวตนได้ แต่มิได้หมายความว่า เฉกอะหมัดเป็นปฐมจุฬาราชมนตรี เพราะก่อนหน้านั้น ราชทินนามจุฬาราชมนตรีมีปรากฏอยู่แล้วในกฏหมายที่ตราขึ้นนับแต่แผ่นดิน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แต่ไม่ปรากฏว่าเป็นผู้ใดเท่านั้นเอง

จึงได้ความ ว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จุฬาราชมนตรีมีบทบาทและหน้าที่ในราชสำนักสยาม โดยทำหน้าที่ดูแลการค้า การติดต่อกับต่างชาติ และการควบคุมประชาคมต่างชาติจากภูมิภาคฝั่งตะวันตก ในบางรัชสมัยจุฬาราชมนตรีได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากรมท่ากลาง กรมอาสาจาม-มลายู หรือพระคลังตลอดจนฝ่ายตุลาการอีกด้วยซึ่งเป็นไปตามพระบรมราโชบายของพระมหา กษัตริย์แต่ละพระองค์ จุฬาราชมนตรีในบางรัชสมัยจึงมิได้ว่าที่เจ้ากรมท่าขวาเท่านั้น อีกทั้งยังถูกจัดว่าเป็นเสนาบดีผู้ใหญ่ในราชสำนักสยามที่มีความสำคัญทั้งใน ฝ่ายพลเรือนและฝ่ายกลาโหมอีกด้วย

เพิ่มเติม: ความหมายของคำว่า จุฬาราชมนตรี

คำว่า “จุฬาราชมนตรี” เป็นการสมาสศัพท์  3 คำมาต่อกันเป็นศัพท์เดียว อันได้แก่ จุฬา+ราช+มนตรี ซึ่งคำศัพท์แต่ละคำมีความหมายดังต่อไปนี้

  1. จุฬา (บาลีว่า จุฬา , สันสกฤติ ว่า จูฑา) เป็นคำนาม หมายถึง จุก โดยปริยายหมายถึงที่สูงสุดของศีรษะ เช่น ยอดหัว มงกุฏ เป็นต้น
  2. ราช (ราด , ราดชะ-) เป็นคำนาม หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน พญา  (ใช้แก่สัตว์) เช่น นาคราช คือ พญานาค สีหราช คือ พญาราชสีห์ คำนี้มักใช้ประกอบกับคำอื่น , ถ้าคำเดียวมักใช้ว่า ราชา
  3. มนตรี เป็นคำนาม หมายถึง ที่ปรึกษา ผู้แนะนำ ที่ปรึกษาราชการ ข้าราชชั้นผู้ใหญ่ 

เมื่อนำคำศัพท์ทั้ง 3 คำนำมาสมาสเข้าด้วยกันจะมีความหมายว่า ที่ปรึกษาสูงสุดของพระเจ้าแผ่นดิน หรือหัวหน้าของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ปรึกษาหรือแนะนำพระเจ้าแผ่น ดินหรือราชการ คำว่า จุฬาราชมนตรีโดยปริยายยังหมายถึง ตำแหน่งประธานมุสลิมที่ทางราชการแต่งตั้ง และมีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า องคมนตรี คือ ผู้มีตำแหน่งที่ปรึกษาในพระองค์พระมหากษัตริย์

สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
ที่มา: alisuasaming.org

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost