ทลายโรงทำแท้งเถื่อน มุสลิม กลางยี่งอ นราธิวาส

21 มีค. 61     24261

ทลายโรงทำแท้งเถื่อน มุสลิม กลางยี่งอ นราธิวาส

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561  ทีมกฎหมายมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ และทีมงานมูลนิธิฯ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เข้าไปแจ้งความเรื่องทำแท้งเถื่อนดังกล่าวที่ สภอ.ยี่งอ เพื่อสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่พื้นที่ ต.ลูโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส

โดยทางมูลนิธิฯ ได้ส่งชุดล่อซื้อการทำแท้ง นำร่องเข้าหายายชรา มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ว่ารับทำจริงตามประชาชนที่มาร้องเรียนหรือไม่ โดยสอบถามว่าทำอย่างไร ใช้ยาประเภทใดในการทำแท้ง ราคาต่อครั้งเท่าไหร่ ซึ่งช่วงระหว่างการถาม มีการบันทึกเสียงไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐาน เนื่องจากหากมาไม่ชอบมาพากล ยายชราท่านนี้จะปฎิเสธทำทันที ซึ่งชุดล่อซื้อ ได้แสดงบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้หลักฐานมามัดตัวว่า ทางยายชราท่านนี้ได้ทำอาชีพนี้จริง

หลังจากนั้นทางชุดล่อซื้อ ได้ส่งสัญญาณบางอย่างให้ทางทีมกฎหมายมูลนิธิ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่มาร่วมในครั้งนี้ ประสานมายังที่เกิดเหตุโดยเร็ว ซึ่งได้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมโดยการมีบทบาทสมมุติในบ้านของยานชรา ได้สาธิตทำวิธีการทำแท้งเป็นเช่นไร ซึ่งคาดว่าผู้หญิงที่มาทำแท้งทุกราย มีความทรมานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะติดเชื้อ และส่งผลเสียต่อสุขภาพในที่สุด ซึ่งมีเคสผป่วยจากกรณีนี้ กับยายชราท่านนี้ ขณะนี้อยู่มามือแพทย์แล้ว

ทลายโรงทำแท้งเถื่อน มุสลิม กลางยี่งอ นราธิวาส

จากที่ทีมข่าวร่วมลงพื้นที่ และสัมภาษณ์ นายสายัณห์ สุขจันทร์ หัวหน้าทีมกฎหมายมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ได้เผยว่า ยายชรานี้ ทำมาประมาน 32 ปีแล้ว ตอนนี้ยายอายุ 72 ทำตั้งแต่อายุ 40 ซึ่งผู้หญิงที่มาทำแท้งส่วนใหญ่ วัย 17-22 ปี อยู่ในช่วงกำลังศึกษา ก่อนหน้านี้มีหน่วยงานมาลงพื้นที่หลายครั้งแล้ว ทั้งทางอำเภอยี่งอ สาธารณสุขจังหวัดและอำเภอ ซึ่งหยุดไปบางช่วงและกลับมาทำต่อ เนื่องด้วยฐานะบ้านยายไม่ค่อยจะดีนัก และยายเป็นคนหารายได้เข้าครอบครัวคนเดียว และการทำในหนึ่งครั้งได้ถึง 2000-5000 บาท ใช้เวลาเพียง 15 - 30 นาทีเท่านั้น และวันนี้มีคลิปเสียง คลิปวิดีโอ ที่เป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถเอาผิดยายนี้ได้ทันที เบื้องต้นรอเพียงพิจารณาจากทีมกฎหมายเสียก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องร้ายแรง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

ต่อมาหลังจากลงพื้นที่จากจุดเกิดเหตุ ทางทีมงาน มมส. ได้เข้าพบ นางวรรณี สาธารณสุขอำเภอยี่งอ เผยต่อว่า ที่ผ่านมาทางสาธารณสุขได้เข้าไปชี้แจง และขอให้ยายยุติบทบาทนี้โดยเร็ว เนื่องจากรับทราบว่ามีคนไข้หลายราย ที่ยายได้ทำแท้งทำให้ไปนั้น ป่วย ติดเชื้อ และบางรายถึงขั้นเสียชีวิต ด้วยการไม่มีความรู้ทางการแพทย์ ใช้วิธีจากความรู้ที่ยายคิดค้นมาเอง นอกจากให้ทางยายยุติเรื่องนี้แล้ว ยังหาทางออก อาชีพอื่นๆที่สามารถสร้างรายได้ให้ยายและครอบครัวได้ ท้ายที่สุดยายก็ไม่หยุดพฤติกรรมผิดๆอย่างนี้ และไม่ใส่ใจจากข้อเสนอของทางสาธารณสุขอำเภอยี่งอเสนอไป

ข้อสรุปจากทีมฝ่ายกฎหมาย มมส หลังจากนี้จะนำเรื่องเสนอคณะกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับ ผู้รับทำเเท้งหรือไม่สำหรับความผิดที่ผ่านมาของผู้รับทำเเท้ง เเต่ทั้งนี้หากพบว่า หลังจากนี้ ผู้รับทำเเท้ง ยังทำเบอีก ทางมูลนิธิฯจะดำเนินคดีทันที

ทลายโรงทำแท้งเถื่อน มุสลิม กลางยี่งอ นราธิวาส

แท้จริง อิสลามไม่อนุญาตให้ทำแท้ง หลังจากที่ใส่วิญญาณแล้ว ถึงแม้จะด้วยการเห็นชอบและเห็นพ้องต้องกันระหว่างสามีภรรยาก็ตาม เพราะแท้ที่จริงแล้ว การกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการฆ่าชีวิตหนึ่งโดยไม่ถูกต้องตามหลักศาสนา ดังนั้นมันเข้าภายใต้ คำดำรัสของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)

ท่านอิบนุยุซัยยฺ (เสียชีวิตปีที่ ฮ.ศ.741) ซึ่งท่านได้กล่าวว่า : เมื่อหนึ่งเมื่อใดที่มดลูกของผู้หญิงนั้นรับน้ำอสุจิแล้ว ดังนั้นได้อนุญาตทำการยับยั่งต่อต้านและทำลายมัน และยิ่งไปกว่านั้นหากว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงใส่วิญญาณให้มันแล้ว เพราะการกระทำดังกล่าว เป็นการฆ่าชีวิตหนึ่งด้วยมติเอกฉันท์ของบรรดาปวงปราชญ์ (ดูได้จากหนังสือ القوانين الفقهية หน้าที่ 141) 

(อ่านเพิ่มเติม: ลูกซินา อนุญาตให้ทำแท้ง ได้หรือไม่? )



ที่มา:   White news
news.muslimthaipost.com

เป็นเพื่อน Line กับเรา

Muslimthaipost Social Network :

Facebook Muslimthaipost
Youtube Muslimthaipost
Instagram Muslimthaipost
Twitter Muslimthaipost