ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

1 มิย. 61     1082

ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

จากกรณี นิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ อดีตสมาชิกและหัวหน้าวงวงเฉลียง และนักแต่งเพลงชาวไทยที่มีชื่อเสียง เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจดนตรี ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และผู้บริหารค่ายสหภาพดนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เนื้อหาในหนังสือ THE VISIONARY ถอดรหัส กษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต โดยก่อนหน้านี้ได้มีการนำเนื้อหามาโพสต์ไว้หลายตอนแล้ว คือตั้งแต่ตอนที่1 เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ (20ก.ย.)ได้มาถึงตอนที่ 9 โดยมีข้อความที่กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่9 กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้งหมดระบุไว้ดังนี้

ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

#ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต ตอนที่ ๙

นอกจากความใกล้ชิดและความทุ่มเทของในหลวงเพื่อประชาชนภาคใต้แล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้พระองค์เปิดใจกับชาวบ้านที่นี่ได้สำเร็จ คือการยอมรับในตัวตนของเขา

เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างมากขึ้น ในหลวงจึงทรงเริ่มศึกษาคัมภีร์อัลกุรอาน

ในปี 2505 พระองค์ทรงได้รับคัมภีร์อัลกุรอานเล่มหนึ่งจากกงสุลซาอุดิอาระเบีย ก็เกิดความคิดจะแปลเป็นภาษาไทยขึ้นมาด้วยทรงอยากให้คนไทยเข้าใจความหมายของคัมภีร์อย่างถูกต้องแม่นยำ จึงทรงมอบหมายให้จุฬาราชมนตรีแปลจากต้นฉบับภาษาอาหรับโดยตรง

ครั้นแปลเสร็จ ก็รับสั่งให้นำไปพระราชทาน โดยทรงย้ำให้ราชเลขาธิการห่อพระคัมภีร์ด้วยผ้าเยียรบับสวยๆ เพราะนี่เป็นคัมภีร์สูงสุดของศาสนา ที่แม้แต่ชาวมุสลิมเองก็ต้องชำระร่างกายให้สะอาดปราศจากสิ่งอันเป็นมลทินเสียก่อนจึงจะสัมผัสได้


ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

จะเห็นได้ว่าทรงพิถีพิถันกับรายละเอียดแม้จะไม่ใช่ศาสนาที่ทรงยึดถือก็ตาม สิ่งนี้แสดงถึงความใส่ใจ อีกทั้งยังเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันอีกด้วย

ทีนี้ เมื่อเข้าถึงใจประชาชนได้แล้วได้เวลาลงมือแก้ปัญหาเสียที

ป่าพรุ คือตัวการสำคัญของเรื่องนี้

ในจังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ป่าพรุอยู่ถึงสามแสนไร่ จากจำนวนประมาณสี่แสนไร่ทั่วประเทศ ด้วยความที่ป่าพรุเป็นแอ่งน้ำขังธรรมชาติ ทำให้ประชาชนที่นี่มีที่ดินสำหรับเพาะปลูกทำมาหากินไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ในหลวงจึงทรงคิดว่า หากจัดการน้ำในพรุได้ชาวบ้านก็จะมีพื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มขึ้น

เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง พระองค์ก็ทรงพบว่านอกจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว สภาพดินที่เป็นกรดจัดของนราธิวาสก็ทำให้ดินเปรี้ยวจนปลูกพืชไม่ขึ้น

ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

พระองค์จึงทรงสร้างพื้นที่ทดลองแก้ปัญหาดินเปรี้ยวขึ้นที่ศูนย์ศึกษาฯ พิกุลทอง มีการลงสำรวจพื้นที่ที่มีปัญหาหนักเช่น บ้านโคกอิฐ-โคกใน ที่เดินทางไปลำบากเพราะเป็นเกาะในป่าพรุ แต่ก็ประทับเรือและมีชาวบ้านช่วยกันเข็นเรือเข้าไปถึงหมู่บ้าน

บางครั้งก็ถึงขั้นลุยลงไปในพรุลึกถึงเอวเพื่อให้รู้สภาพป่าพรุ กระทั่งทรงชิมน้ำในนั้นเพื่อทดสอบความเปรี้ยวของดิน ทรงทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อให้ชีวิตชาวบ้านที่นั่นดำเนินไปอย่างเป็นปกติสุขให้ได้ จนวันหนึ่งก็ถึงเวลาที่จะนำผลการทดลองไปใช้ในพื้นที่จริงที่บ้านโคกอิฐ-โคกใน ก็ปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด พระองค์มีความสุขอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นภาพทุ่งนาเหลืองอร่าม ถึงกับตรัสว่า

“เราเคยมาโคกอิฐ-โคกใน ตรงนั้นทำนาได้แค่ 5 ถัง 10 ถัง แต่ตอนนี้ได้ถึง 40-50 ถัง อันนี้สิเป็นชัยชนะ”  เพราะนอกจากชาวบ้านจะไม่ต้องซื้อข้าวกินแล้ว วันนี้ยังสามารถขายข้าวได้อีกด้วย

ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ในหลวงทรงเข้ามาทุ่มเท ช่วยแก้ไขปัญหาของชาวบ้านในภาคใต้ หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จากเดิมที่ไม่มีอะไรเลย แต่วันนี้กลับมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน แหล่งน้ำ ที่เพาะปลูก ถนน กระแสไฟฟ้า และอื่นๆ อีกมาก
เช่นเดียวกับความรู้สึกของผู้คนที่เปลี่ยนไป อย่างเมื่อครั้งที่เสด็จฯ กลับจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นทางที่ลำบากมากเพราะเป็นภูเขาและมีหลุมบ่อตลอดทาง และระหว่างเดินทางฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ จนดูเป็นอันตรายต่อการเดินทาง

เมื่อชาวบ้านในบริเวณนั้นได้ข่าวก็รีบเดินทางมาเฝ้าฯ ทันที โดยแต่ละคนนำตะเกียงและเทียนมาจุดให้เกิดแสงไฟส่องสว่างเป็นทางเสด็จฯ

ในหลวงและสมเด็จพระราชินีเห็นดังนั้นก็ทรงแวะลงมาทักทายพูดคุยกับชาวบ้าน ขบวนเสด็จฯ จึงเคลื่อนที่ไปได้ช้ามาก กว่าทั้งสองพระองค์จะถึงตำหนักก็เป็นเวลาตีห้าครึ่งของวันรุ่งขึ้น ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้นยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง

ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

แม้จะเป็นเส้นทางสายเดิม แต่วันนี้ความรู้สึกของประชาชนที่นี่กลับต่างออกไป เพราะในหลวงทรงเข้ามาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของคนไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปอย่างสิ้นเชิง

ทุกๆ เดือนกันยายนของเมื่อหลายสิบปีก่อนจะเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านที่นี่รอคอย เพราะนั่นคือเวลาที่ในหลวงจะเสด็จฯ มาประทับที่ภาคใต้

คำพูด ‘รายอซีแย’ ที่เคยติดปากคนในพื้นที่ ก็เปลี่ยนไปกลายเป็นคำว่า ‘รายอกีตอ’

ที่แปลว่า ‘กษัตริย์ของเรา’

-----


KEYS OF SUCCESS

ยอมรับในความต่าง

แตกต่างกันเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ายอมรับในตัวเขาได้ เขาก็ยอมรับในตัวเราเช่นกัน

ใจเขาเป็นหลัก ใจเราเป็นรอง

คิดถึงใจคนอื่นให้มากกว่าตัวเราเอง แล้วใครจะไม่รักเราได้ลงคอ

จบบทที่ ๓

#TheVisionary

ในหลวง ร.9 ทรงอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ชิมน้ำป่าพรุนราฯ เสด็จฯยะลากลางคืนนาน 12 ชม.

เป็นเพื่อน Line กับเรา