10 อาชีพหญิงไทย ส่งผล "อารมณ์เหวี่ยง"


10 อาชีพหญิงไทย ส่งผล "อารมณ์เหวี่ยง" พนง.ออฟฟิศ ผู้บริหาร นักธุรกิจ เครียดสุด

ผู้หญิงไทยในปัจจุบันมีบทบาททางสังคมมากขึ้น การศึกษาที่มีการพัฒนาทำให้ผู้หญิงเกิดความเท่าเทียมกับผู้ชาย ผู้หญิงและผู้ชายเริ่มไม่มีความแตกต่างในหน้าที่การงาน นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมีแต่ผู้ชายมาโดยตลอด แต่วันนี้...เรามีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก แสดงให้เห็นถึงความทัดเทียมทางสังคมที่ต่างจากในอดีต
 
ในหลายๆ สาขาอาชีพ มีผู้หญิงเป็นผู้นำในการรับผิดชอบงาน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่มักมีการเปรียบเทียบการทำงานระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ผู้หญิงจะมีอารมณ์ที่แปรปรวน ต่างจากผู้ชายที่มักมีนิสัยของความเป็นผู้นำ และมีอารมณ์มั่นคงกว่า
 
เมื่อไม่นานมานี้    ไบเออร์ เฮลธ์แคร์ ฟาร์มา จัดสัมมนาเรื่อง 10 อาชีพสุดเหวี่ยงในผู้หญิงไทย ที่โรงแรมเชอร์ราตัน แกรนด์ สุขุมวิท มีการเปิดเผยผลวิจัยของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พบว่า  อาชีพของผู้หญิงที่ก่อให้เกิดความเครียดและมีอารมณ์เหวี่ยงมากที่สุด คือ

       1. พนักงานออฟฟิศ ร้อยละ 24.65 

       2. ผู้บริหารหรือนักธุรกิจ ร้อยละ 18.23 

       3. พนักงานคอลเซ็นเตอร์ ร้อยละ 12.19
 
       4. พนักงานบัญชีและการเงิน

       5. ครู-อาจารย์

       6. แม่บ้าน

       7. แพทย์และพยาบาล

       8. ดารานักแสดง

       9. แอร์โฮสเตส

       10. ครีเอทีฟ
 
สำหรับสาเหตุปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดนั้นคือ ปัญหาส่วนตัว ภาระงานมากแต่เวลามีจำกัด ถูกเจ้านายว่ากล่าวตักเตือน มีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมของการทำงานไม่ดี ต้องพบปะผู้คนมากมายหลากหลายแบบ หรืออาจเกิดจากนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนใจร้อน เจ้าอารมณ์ ขี้หงุดหงิด บางคนก็เครียดเพราะต้องการพิสูจน์ผลงานให้เป็นที่ยอมรับหรือต้องการแข่งขันกับคนอื่น หรืออาจเกิดจากภาระงานที่มีความละเอียด เข้มงวด เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เครียดได้
 
น.ส.สิรินทร์ทิพย์ มณีรัตน์ นักสะกดจิตชั้นสูง จากศูนย์ให้คำปรึกษาและการสะกดจิตบำบัด กล่าวว่า ปัจจุบันคนเรามีความเครียดมากขึ้นทั้งผู้หญิงและชาย แต่ผู้หญิงจะมีภาวะเครียดที่สูงกว่า โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว จากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้ผู้หญิงต้องทำงานทั้งนอกบ้านและในบ้าน จึงเป็นเหตุให้มีความเครียดสูง ซึ่งเกิดจากทั้งปัจจัยภายนอกคือ สังคม หน้าที่การงาน และจากภายในคือ ร่างกาย จิตสำนึก และบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล
 
นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผู้หญิงมักมีอารมณ์แปรปรวนที่สุดคือ ช่วงก่อนมีประจำเดือนประมาณ 5-7 วัน และคนที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในเลือดจะลดระดับลง ทำให้การควบคุมประสาทจากสมองลดลงด้วย นอกจากจะมีอาการทางกายที่ปวดท้องน้อย ท้องอืดแล้ว ยังมักมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ซึ่งตัวเองมักรู้สึกไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาจะเกิดกับคนรอบข้างที่ต้องรองรับอารมณ์
 
ดังนั้นการทำความเข้าใจและยอมรับระหว่างกัน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะคนเรามักควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ ดังนั้นคนรอบข้างจึงควร "ยอมรับ" และ "ทำใจ" ว่า อารมณ์ของผู้หญิงนี้มี "ขึ้น" มี "ลง" และตัวผู้หญิงเองก็ควรมีการควบคุมบ้าง โกรธได้ โมโหได้ แต่อย่าเกินพอดีจนทำให้คนรอบข้างไม่กล้าคุยด้วย และควรแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องอารมณ์ให้ได้
 
จะได้เป็นที่รักของคนอื่น...แม้จะเหวี่ยงอีกกี่ครั้งก็ตาม!

ที่มา : มติชน

อัพเดทล่าสุด