'อิสลามจะคงอยู่ภายในตัวเธอเสมอ' นางงามมุสลิมเปิดใจ สาเหตุแท้จริงที่ประกวด Miss Asia Pacific 2018


สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์:  'อิสลามจะคงอยู่ภายในตัวเธอเสมอ' นางงามมุสลิมเปิดใจ สาเหตุแท้จริงที่ประกวด Miss Asia Pacific 2018

สูง ผิวสีแทน น่ารัก และเป็นมุสลิม สาวลูกครึ่งฟิลิปปินส์คว้ามงกุฎนางงามเอเชีย แปซิฟิค นานาชาติ 2018 ( Miss Asia Pacific International 2018) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เธอมีนามว่า ชารีฟา อารีฟ โมฮัมมัด โอมาร์ อากีล วัย 21 ปี เธอได้ตำแหน่งนางงาม Mutya ng Pilipinas 2018 จากฟิลิปปินส์ และเธอได้ทำให้ประเทศฟิลิปปินส์ มีนางงามที่ชนะเลิศจากเวทีนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการจัดประกวดมาตั้งแต่ปี 1993 (พ.ศ.2536)

ชารีฟา เปิดใจสาเหตุที่เข้าประกวดนางงาม ผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า "เธอเริ่มเข้าประกวดในเวทีต่างๆ ตั้งแต่อายุ 19 ปี และขึ้นเวทีมาแล้ว 8 ครั้ง และเธอถูกประณามจากพี่-น้องมุสลิมทั้งชาย-หญิงในชุมชน"

ชารีฟากล่าวให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาไม่รู้ว่าเธอเข้าร่วมในการประกวดความงามต่างๆ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ และเพื่อให้ชุมชนมุสลิมที่เธออาศัยอยู่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก

เธอยังกล่าวว่า พวกเขาโจมตีเธอโดยใช้ศาสนาของเธอเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอสวมชุดว่ายน้ำ และว่าสิ่งที่เธอต้องการคือ การลบความอัปยศที่บรรดามุสลิมถูกตราหน้าในสื่อ ไม่ใช่มุสลิมทุกคนจะเป็นฆาตกรและผู้ก่อการร้าย และว่า เธอรู้สึกภาคภูมิใจที่จะบอกว่า มุสลิมมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมีน้ำใจ

ชารีฟา จบการศึกษาระดับต้นที่ วิทยาลัยนอร์ทเตรอะ ดาม แห่งซาลามาน (Notre Dame of Salaman College) ในเลอบัค เขตสุลต่าน กุดารัต (Lebak , Sultan Kudarat) (อยู่ในเขตปกครองตนเองมินดาเนา)

ชีวิตวัยเด็กของเธอไม่สะดวกสบายนัก เธอเล่าว่า มาจากครอบครัวที่ยากจนมาก บิดาที่เสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นลูกครึ่งชาวกาต้าร์-อิหร่าน ส่วนมารดาเป็นมุสลิมเชื้อสายโมโร ชนท้องถิ่นในมินดาเนา ได้พบรักกับบิดาของเธอเมื่อเดินทางไปทำงานที่บ้านของเขาในประเทศกาต้าร์ หลังจากนั้นทั้งคู่เดินทางกลับมาแต่งงานที่เมืองโกตาบาโต (Cotabato City)

เมื่อแต่งงานได้ 7 วัน บิดาของชารีฟาเดินทางกลับไปประเทศกาต้าร์ และไม่กลับมาอีกเลย แถมยังหย่าแม่ของเธออีกด้วย มารดาของชารีฟาจำต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศอีกครั้งเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกสาว ที่ส่งไปให้ยายเลี้ยงที่เมืองปารัง (Parang) เธอกับยาย ต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่ง แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจอยู่ที่เลอบัค ในปัจจุบัน ชารีฟา ไม่เคยพบหน้าพ่อตัวเป็นๆ เธอติดต่อกับเขาผ่านทางโทรศัพท์ พ่อพยายามช่วยสนับสนุนเธอ แต่เมื่อเขาป่วยก็ได้หยุดความช่วยเหลือไป

ดังเช่นเยาวชนมุสลิมทั่วไป ชารีฟา เรียนศาสนาและภาษาอาหรับในวัยเด็ก เธอคุ้นเคยกับศาสนาและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับอิสลาม เธอกล่าวว่า สำหรับเธอแล้ว ชุดว่ายน้ำเป็นเพียงงานศิลปะอย่างหนึ่ง แต่อัลลอฮ์รู้ถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเธอ และเธอขออภัยโทษจากพระองค์ทุกเมื่อเชื่อวัน เธอวิงวอนขอให้เจตนาทั้งหลายของเธอคงอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ และขอให้คนที่ประณามเธอเข้าใจในความตั้งใจของเธอด้วย

ไม่ต้องกล่าวก็ได้ว่า เรื่องราวของเธออาจจะกระตุ้นให้ผู้หญิงจากชุมชนมุสลิมดำเนินรอยตาม โดยเฉพาะในการเข้าร่วมประกวดนางงาม หรือแต่งกายแบบเปิดเผยเนื้อหนังมากขึ้น แต่ชาริฟา กล่าวว่า ทุกสิ่งที่เธอทำ คือ ทางเลือกส่วนตัวของเธอเอง และเธอไม่ได้ต้องการเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงหลักการศาสนา

ชารีฟา กล่าวว่า เธอไม่สามารถถอดเอกลักษณ์ความเป็นมุสลิมออกจากตัวตนของเธอได้ ดังนั้น ไม่ว่าเธอจะไปในที่ใด อิสลามจะคงอยู่ภายในตัวเธอเสมอ

ที่มา:  www.lifestyle.inquirer.net

https://news.muslimthaipost.com/

อัพเดทล่าสุด