ทำไมบรูไนไม่ยอมรวมชาติกับมลายู


ทำไมบรูไนไม่ยอมรวมชาติกับมลายู

เมื่อที่สุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดินที่ 3 (Sultan Omar Ali Saifuddin) แห่งบรูไน  ประกาศว่า บรูไนไม่รับช่วยเหลือรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมาเลเซีย ทำให้ต่วนกูอับดุลเราะห์มานได้พยายามใช้ความกดดันมากมายแก่บรูไน ด้วยการเรียกคืนครู ผู้รู้เป็นร้อย ๆ และเจ้าหน้าที่แผ่นดินมลายูซึ่งอยู่ในบรูไน สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุให้บรูไนในขณะนั้นพบกับปัญหาการบริหาร แต่ทว่าสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดินที่ 3 แห่งบรูไน ยังคงดำรงอยู่ในระหว่างนั้นสุลต่านบรูไนไม่เป็นที่ยอมรับ 

ทำไมบรูไนไม่ยอมรวมชาติกับมลายู

ซึ่งในเวลานั้นมีการปรึกษาหารือกับรัฐบาลกลางแผ่นดินมลายู ได้มีการแต่งตั้งสุลต่านบรูไนให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำที่สุดในสภากษัตริย์มลายู

หมายเหตุ ยังดี เปอร์ตวน อากง (มาเลย์: Yang di-Pertuan Agong) ในภาษามลายู หมายถึง ผู้ปกครองสูงสุด เป็นตำแหน่งอย่างเป็นทางการของประมุขแห่งรัฐของสหพันธรัฐมาเลเซีย 
พระมหากษัตริย์ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมาจากเจ้าผู้ครองรัฐทั้ง 9 รัฐ บนคาบสมุทรมาเลย์ จากทั้งหมด 13 รัฐของมาเลเซีย ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี และหมุนเวียนกันไปตามลำดับ
พระอัครชายาใน ยังดี เปอร์ตวน อากง มีตำแหน่งเรียกว่า รายา ประไหมสุหรี อากง บางรายที่เป็นเจ้าผู้ครองรัฐสิ้นพระชนม์ก่อนได้ครอบครองตำแหน่งนี้เพราะ 9*5 เท่ากับ 45 ปีและว่างเว้นตำแหน่งกลับมาเป็นใหม่ได้อีกเนื่องจากมาจากการเลือกตั้งและล๊อบบี้กันภายในส่วนหนึ่ง

ศัพท์แสลงของคนไทยไปเที่ยวมาเลย์ ให้อากงเจรจา คือ การให้สินบนหรือให้เงินกับเจ้าหน้าที่รัฐ

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญและไม่เป็นที่ยอมรับของสุลต่าน คือ ในแง่ของภาษีส่วนกลางของน้ำมันที่มีมากถึง 10% ที่ยาวนาน 10ปี หลังจากนั้นส่วนกลางต้องการนำควบคุมน้ำมันจากบรูไน
ข้อขัดแย้งจากความพยายามรวบรวมของมาเลเซีย คือ เพื่อลดภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์ และเพื่อนำสู่การได้รับเอกราชจากอาณานิคมอังกฤษ ในตอนท้ายมันได้ถูกผลักดันโดยสุลต่านบนเหตุที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขดังที่ได้กล่าวไปในข้างต้น

ในวันนี้บรูไนได้เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกองค์กรสหประชาชาติ และอาเซียน ซึ่งนั้นหมายความว่าเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการยอมรับไม่เพียงแต่ในฐานะเพื่อนบ้านของเขาเท่านั้น อีกทั้งยังได้รับการยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

นอกจากนี้คนบรูไน ยังถือว่ามีค่าแรงที่สูง ราคาน้ำมันต่ำที่สุดและมีสวัสดิการทางด้านการศึกษาฟรีจนถึงระดับอุดมศึกษาในช่วงท้ายของปีที่แล้ว รัฐบาลบรูไนได้กล่าวผ่าน รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานเปิดเผยความรู้สึกผิดหวังเพราะประชาชนส่วนใหญ่เลือกทำงานบริษัท และซัพพลายเออร์อุตสาหกรรมน้ำมัน รัฐมนตรีได้กล่าวว่า แม้ว่าบรูไนจะยินดีรับการลงทุนจากต่างชาติ แต่ถ้าหากไม่จริงจังในการโอกาสคนท้องถิ่นได้ทำงาน บริษัทหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่บรูไน

นี่คือคำเตือนเข้มงวดและเปิด ผมเชื่อว่ามี บริษัทในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซจะเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังหนึ่งในคำพูดที่ทำให้นึกถึงสุลต่าน โอมาร์ อาลี ไซฟุดดินที่ 3 ได้กล่าวเฉกเช่นเดียวกับลีกวนยูเมื่อสิ่งคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซีย สุลต่านโอมาร์อาลีได้กล่าวว่า "คุณเป็นเสมือนคนบรูไน นั่นคือสิ่งที่ดีกว่าสำหรับคุณ"

ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้วและไม่สามารถแก้ไขได้อีก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากบรูไนควรจะรับความช่วยเหลือให้เป็นส่วนหนึ่งกับมาเลเซียหรือไม่?

สมมิฐานของฉัน:

1. บรูไนไม่ใช่เพียงแต่จะถูกเก็บภาษีจากน้ำมันเท่านั้น 95% ของน้ำมันจากบรูไน ได้ถูกส่งไปที่ส่วนกลาง และเหลือไว้ที่บรูไนเพียง5%
2. รายได้ต่อหัวของประชาชนชาวบรูไนอาจจะเท่ากับชาวซาราวัก นั่นคือ 30,000 ริงกิต เปรียบเทียบกับปัจจุบันคือ 62,000ริงกิต

หมายเหตุ

รายาเก่ากำลังก่อการกบฎเรียกร้องดินแดนเป็นอิสระญามาลุล กิราม ที่ 3 ผู้อ้างตนเป็นสุลต่านแห่งซูลู ประกาศคำสั่งให้กลุ่มติดอาวุธฟิลิปปินส์บนเกาะบอร์เนียว รัฐซาบาห์หยุดยิงแล้ว วันนี้(7) พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลมาเลเซียยุติการล่าสังหารคนของตนด้วย

3. คนบรูไนจะซื้อน้ำมันในราคาที่แพงกว่าปัจจุบัน
4. คนบรูไนที่ต้องการไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
ต้องยืมเงินจาก PTPTNนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดดอกเบี้ย
5. คนบรูไนจะได้รับตำแหน่งทางการงานภาคอุตสาหกรรมน้ำมันต่ำกว่าปัจจุบัน
6. ราคารถนำเข้าจะแพง และคนบรูไนจำเป็นต้องซื้อรถProton Perodua.
7. ถนนระหว่างในเมืองที่บรูไนจะเป็นทางเดียว 
และมีการจัดสรรผลประโยชน์ของเครือข่ายเหมือนซาราวัก ที่ถนนแคบและบาง

ขอให้พระเจ้าอวยพรวิญญาณสุลต่านโอมาร์อาลี Saifuddin III และสถานที่ของเขาในหมู่ผู้ศรัทธา อามีน

ที่มา:  ดาบแห่งอัลเลาะห์ แอนตี้ไซออนิสต์

news.muslimthaipost.com

อัพเดทล่าสุด