สำนักข่าวอนาโดลูรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า นายนาบิล ฟาห์มี เลขาธิการสันนิบาตอาหรับ กล่าวว่าทางการอิสราเอลได้ขัดขวางแผนการของเขาในการเยือนดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง
โฆษกของเขาแถลงผ่านทางโซเชียลมีเดีย X ว่า “ทางการปาเลสไตน์ได้แจ้งให้สำนักเลขาธิการทราบถึงการปฏิเสธของอิสราเอล ที่จะอนุญาตให้นายนาบิล ฟาห์มี เยือนดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง”
เขากล่าวว่าการเยือนครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งของประชาชนปาเลสไตน์ และพบกับประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส แห่งปาเลสไตน์ ที่เมืองรามัลเลาะฮ์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง
นายฟาห์มีกล่าวเสริมว่า เขาเลือกการเยือนดินแดนที่ถูกยึดครองเป็นจุดหมายปลายทางต่างประเทศแรกของเขา “เนื่องจากความสำคัญของประเด็นปาเลสไตน์ และเพื่อเน้นย้ำว่า ประเด็นนี้จะยังคงอยู่ในลำดับความสำคัญสูงสุดของโลกอาหรับ”
โฆษกเรียกร้องให้มีการลงโทษอิสราเอลสำหรับการละเมิดสิทธิของชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่า “การปกป้องแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐนั้น จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากทุกประเทศ ที่สนับสนุนสันติภาพที่เป็นธรรม”
เขากล่าวเสริมว่า “การเปิดโปงการกระทำของอิสราเอลที่เข้ายึดครองดินแดน และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชาวปาเลสไตน์นั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง”
ฟาห์มีเข้ารับตำแหน่งประธานสันนิบาตอาหรับอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ต่อจากอาห์เหม็ด อาบูล ไกต์ เขาเป็นเลขาธิการสันนิบาตอาหรับคนที่ 9 นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1945 และเป็นชาวอียิปต์คนที่ 8 ที่ดำรงตำแหน่งนี้
นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มสงครามกับฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 73,000 คน และบาดเจ็บกว่า 173,000 คน ตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขของปาเลสไตน์
การโจมตีครั้งนี้ยังก่อให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนประมาณ 90% ของพื้นที่ที่ถูกปิดล้อม
นับตั้งแต่นั้นมา เวสต์แบงก์ก็เผชิญกับการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงที่กองทัพอิสราเอลและผู้ยึดครองก่อขึ้น ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 1,175 คน บาดเจ็บ 12,919 คน และถูกจับกุมประมาณ 24,000 คน
ที่มา : www.middleeastmonitor.com
บทความที่น่าสนใจ