ตามรายงานของสำนักข่าวอนาโดลู เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า สหรัฐ ฯ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมา 4 เดือน โดยระบุถึงกรอบการทำงานเป็นขั้นตอนที่เชื่อมโยงมาตรการทางเศรษฐกิจ การตรวจสอบนิวเคลียร์ และพันธกรณีด้านความมั่นคงในภูมิภาค
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ ฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ฝ่ายสหรัฐ ฯ และโดยประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ในนามของเตหะราน
เจ้าหน้าที่กล่าวในการแถลงข่าวว่า บันทึกความเข้าใจนี้ “ให้โครงสร้างสำหรับการเจรจาและความสัมพันธ์ของเราในอนาคต”
“ยิ่งอิหร่านเต็มใจที่จะร่วมมือกับเราในโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขา ในการตรวจสอบว่า พวกเขาไม่ได้สร้างอาวุธนิวเคลียร์ ในการไม่ให้เงินสนับสนุนลัทธิหัวรุนแรงและการก่อการร้ายในภูมิภาคมากเท่าไร พวกเขาก็จะได้รับการต้อนรับเข้าสู่เศรษฐกิจโลกมากขึ้นเท่านั้น” เจ้าหน้าที่ระดับสูงกล่าวเสริม
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การจราจรเริ่มเพิ่มขึ้นแล้วในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ แต่เตือนว่าการกลับสู่สภาวะปกติอย่างเต็มรูปแบบภายใน 2 สัปดาห์นั้น “ไม่น่าจะเป็นไปได้” เนื่องจากมีทุ่นระเบิดและระดับความเสี่ยงที่ลูกเรือยอมรับได้แตกต่างกัน
เจ้าหน้าที่สหรัฐ ฯ กล่าวว่า รายละเอียดข้อตกลงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง โดยจะเริ่มการเจรจาทางเทคนิคในปลายสัปดาห์นี้ ภายใต้การนำของรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์
เกี่ยวกับรายงานเรื่องการปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ รวมถึงกองทุนฟื้นฟูประเทศมูลค่า 300 พันล้านดอลลาร์ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ประเด็นนี้ได้รับการหารือแล้ว แต่ “สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงาน”
“คุณไม่สามารถให้พวกเขาเข้าถึงเงินทุนหรือปล่อยเงินทุนให้พวกเขาได้ หากพวกเขาจะนำเงินนั้นไปใช้สนับสนุนการก่อการร้ายและความไม่มั่นคงในภูมิภาคมากขึ้น” เจ้าหน้าที่กล่าวเสริม
ที่มา : www.middleeastmonitor.com
บทความที่น่าสนใจ