ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน แห่งเลบานอน ปฏิเสธการยึดครองเลบานอนตอนใต้ของอิสราเอล และการแทรกแซงจากต่างชาติอื่น ๆ โดยกล่าวถึงอิหร่าน ในวันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน ขณะที่การเจรจารอบที่ 5 ระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเริ่มต้นขึ้นในกรุงวอชิงตัน
ตามรายงานจากสำนักงานของเขา อูนกล่าวว่า “เราจะไม่ยอมรับสิ่งใดน้อยไปกว่าการยุติการยึดครองของอิสราเอล และในขณะเดียวกัน การล่มสลายของการแทรกแซงจากต่างชาติ เพราะทางเลือกเดียวของเราคืออธิปไตยของชาติ และสิ่งที่เรายึดมั่นคือรัฐเลบานอน”
เขายังแสดงความหวังว่าการเจรจารอบใหม่นี้จะเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญบนเส้นทางสู่การบรรลุสิ่งที่เราปรารถนา เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนของเรา” นั่นคือ “การฟื้นฟูอำนาจอธิปไตยของเลบานอนอย่างสมบูรณ์เหนือผืนดินทุกตารางนิ้ว”
เลบานอนเริ่มการเจรจารอบใหม่กับอิสราเอลในวันอังคารที่กรุงวอชิงตัน โดยเลบานอนมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าการเจรจาโดยตรง แม้ว่าการเจรจาจะถูกบดบังด้วยการตัดสินใจของอิหร่าน ที่จะรวมเลบานอนไว้ในการเจรจากับสหรัฐ ฯ ก็ตาม
เจ้าหน้าที่เลบานอนยืนยันว่า การเจรจาแบบเผชิญหน้ากับอิสราเอลเป็นหนทางเดียวที่จะยุติสงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่ 2 มีนาคม เมื่อกองกำลังฮิซบอลเลาะฮ์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยิงใส่อิสราเอลและกระตุ้นให้อิสราเอลทำการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในเลบานอนไปแล้วกว่า 4,000 คน
แต่การเจรจาระหว่างเลบานอนและอิสราเอล 4 รอบตั้งแต่เดือนเมษายนล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่ยั่งยืน แต่ในทางกลับกัน ช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุดในการสู้รบเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากที่อิหร่านและสหรัฐ ฯ ตกลงทำบันทึกความเข้าใจที่ระบุว่าการสู้รบจะยุติลงในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอนด้วย
ข้อตกลงดังกล่าวทำให้กลุ่มฮิซบอลเลาะฮ์มีกำลังใจขึ้น และสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลเลบานอน ซึ่งผู้นำของเลบานอน รวมถึงอูน ได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อิหร่านไม่สามารถเจรจาในนามของเลบานอนได้
ที่มา : www.english.alarabiya.net
บทความที่น่าสนใจ