สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ผนึก TMTA ประกาศปฏิญญา “Khao Yai Muslim-Friendly Valley” เดินหน้ายกระดับเขาใหญ่สู่จุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ผ่านโครงการ GMHI by TMTA
เขาใหญ่ผนึก TMTA ดัน “Khao Yai Muslim-Friendly Valley” สู่จุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวมุสลิม
สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ผนึก TMTA ประกาศปฏิญญา “Khao Yai Muslim-Friendly Valley” เดินหน้ายกระดับเขาใหญ่สู่จุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ผ่านโครงการ GMHI by TMTA
เสริมศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการ รองรับตลาดท่องเที่ยวมุสลิมโลกที่คาดว่าจะมีมูลค่าการใช้จ่ายถึง 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573
เขาใหญ่ นครราชสีมา – 30 ตุลาคม 2569 – สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ (Khao Yai Tourism Association: KYTA) ผนึกกำลังสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ผ่านโครงการ GMHI by TMTA (Global Muslim Friendly Hospitality Index) ประกาศปฏิญญา “Khao Yai Muslim-Friendly Valley” เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์การยกระดับเขาใหญ่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับนานาชาติที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม พร้อมเสริมสร้างองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และส่งเสริมมาตรฐานการบริการที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวเขาใหญ่ พร้อมเสริมบทบาทการเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวภาคอีสาน
การประกาศปฏิญญาดังกล่าวจัดขึ้นภายในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Khao Yai Muslim-Friendly Valley” ณ ห้องประชุมแกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ โดยมีผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 40 ราย ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารและคาเฟ่ แหล่งท่องเที่ยว ร้านจำหน่ายของฝาก ธุรกิจเวลเนสและสปา ตลอดจนบริษัทนำเที่ยว เพื่อร่วมเรียนรู้แนวทางการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม และสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวของเขาใหญ่ให้เติบโตไปด้วยกัน
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับพฤติกรรม ความต้องการ และหลักปฏิบัติทางศาสนาของนักท่องเที่ยวมุสลิม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาบริการตามแนวทางมาตรฐาน Muslim-Friendly ยกระดับคุณภาพการบริการ และสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เปิดโอกาสทางธุรกิจจากตลาดท่องเที่ยวมุสลิมที่กำลังเติบโต และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจท้องถิ่น ควบคู่กับการรักษาเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเขาใหญ่ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวธรรมชาติและการพักผ่อนที่สำคัญของประเทศไทย
เปิดโอกาสเขาใหญ่สู่ตลาดท่องเที่ยวมุสลิมโลกที่กำลังเติบโต
ข้อมูลจากรายงาน Mastercard–CrescentRating Global Muslim Travel Index (GMTI) 2026 ระบุว่า ในปี 2568 มีการเดินทางระหว่างประเทศของนักท่องเที่ยวมุสลิม 196 ล้านครั้ง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 262 ล้านครั้งในปี 2573 โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสูงถึง 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ประชากรมุสลิมทั่วโลกราว 2.22 พันล้านคน ประมาณร้อยละ 70 มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งเป็นนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ค้นหาข้อมูลและตัดสินใจผ่านช่องทางดิจิทัล
ในรายงานเดียวกัน ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 จาก 150 จุดหมายปลายทางทั่วโลก (58 คะแนน) และอันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม(Non-OIC) ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ที่ขยับขึ้นมามีคะแนนเท่ากับไทย การพัฒนาความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวระดับพื้นที่อย่างเขาใหญ่จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะการต่อยอดจุดแข็งด้านธรรมชาติ ที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลก
สาระสำคัญของ
- ความเข้าใจ: ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเขาใหญ่เข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม และพัฒนาบริการที่เป็นมิตรอย่างเหมาะสมกับประเภทธุรกิจ
- ข้อมูลที่ถูกต้อง: สื่อสารข้อมูลด้านอาหาร สถานที่ละหมาด และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโปร่งใส ตรงตามข้อเท็จจริง
- เครือข่าย: เชื่อมโยงที่พัก ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และร้านของฝาก เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวมุสลิม
- มาตรฐาน: เข้าร่วมการประเมินและพัฒนาตามเกณฑ์ GMHI อย่างต่อเนื่อง
นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร
นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ กล่าวว่า “เขาใหญ่มีศักยภาพในการก้าวสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ด้วยความโดดเด่นด้านธรรมชาติ ที่พัก อาหาร และกิจกรรมสำหรับครอบครัว โดยปัจจุบันเขาใหญ่มีนักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางมาเยือนอยู่แล้ว ทั้งจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาตลาดท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้เติบโตมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือการยกระดับความพร้อมของผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิมได้อย่างเหมาะสม การประกาศปฏิญญาในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ สร้างความเชื่อมั่น และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจจากฐานนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ พร้อมผลักดันให้เขาใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลกสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจและประทับใจ”
นายมารุต เมฆลอย
“ตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างต่อเนื่อง เขาใหญ่มีจุดแข็งที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว ทั้งธรรมชาติ ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านข้อมูลที่ชัดเจนและบริการที่เข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยว การเป็น Muslim-Friendly ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจต้องได้รับการรับรองฮาลาล (Halal Certification) แต่เป็นการพัฒนาความพร้อมด้านบริการและการอำนวยความสะดวก ซึ่งเริ่มต้นได้จากสิ่งง่าย ๆ เช่น การให้ข้อมูลอาหารอย่างตรงไปตรงมา การจัดเตรียมพื้นที่ละหมาดที่เหมาะสม และบุคลากรที่สามารถให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง เราไม่ได้กำลังเปลี่ยนเขาใหญ่ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมเท่านั้น แต่กำลังยกระดับเขาใหญ่ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทุกคน” นายมารุต เมฆลอย ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตนายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ผู้ร่วมก่อตั้ง Global Muslim Friendly Hospitality Index (GMHI) และผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร สถาบันเครือข่ายพัฒนาธุรกิจฮาลาลนานาชาติ (IHBI) กล่าว
ดร.ฟูอัด กันซัน
“ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลก ผมรู้สึกดีใจที่สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน Muslim-Friendly ซึ่งยังเป็นเรื่องใหม่มากในประเทศไทย การพัฒนามาตรฐานนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน Muslim-Friendly Hospitality ในระดับสากล เพราะการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดี คือการต้อนรับทุกคนด้วยความเข้าใจ เคารพในความแตกต่าง และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน” ดร.ฟูอัด กันซัน ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เลขาธิการสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) และผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานฮาลาลและมาตรฐานงานบริการที่เป็นมิตรต่อมุสลิม กล่าว
ดร.ฟูอัด กล่าวเพิ่มเติมว่า GMHI (Global Muslim Friendly Hospitality Index) คือมาตรฐานการบริการที่เข้าใจความต้องการ วิถีชีวิต และหลักปฏิบัติทางศาสนาของนักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลก ซึ่ง TMTA ริเริ่มและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย
จากความรู้ สู่การลงมือทำ
ภายในงาน ผู้ประกอบการได้รับฟังการบรรยายพิเศษจาก นายมารุต เมฆลอย ในหัวข้อ “From Opportunity to Destination: Unlocking the Muslim Travel Market for Khao Yai” เพื่อเปิดมุมมองโอกาสทางธุรกิจในตลาดท่องเที่ยวมุสลิม และ ดร.ฟูอัด กันซัน ในหัวข้อ “Beyond Halal: What Makes a Destination Truly Muslim-Friendly?” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาบริการที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปแบบกลุ่มผสม 6 กลุ่ม เพื่อออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวมุสลิมในเขาใหญ่ ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน โดยเชื่อมโยงธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว และเวลเนสเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนเงินทุนจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย การให้คำปรึกษาเฉพาะกิจการผ่าน GMHI Business Clinic และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ AI 101 เพื่อเสริมทักษะการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ โดยมี ชมรมนักบริหารงานทรัพยากรบุคคลเขาใหญ่ เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงความร่วมมือและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่
นอกเหนือจากการพัฒนาองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานการบริการแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยนโอกาสทางการตลาดให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวในช่วงเปิดกิจกรรมว่า “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ภาครัฐให้ความสำคัญภายใต้แนวทาง Reinvent Thailand เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะตลาดท่องเที่ยวมุสลิมที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง การผลักดันเขาใหญ่สู่การเป็น Khao Yai Muslim-Friendly Valley จึงไม่เพียงเป็นการเปิดตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ แต่ยังเป็นโอกาสในการยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น
ไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลังที่ดำเนินธุรกิจตามหลักชะรีอะฮ์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่รองรับผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่รายย่อยและ MSMEs ไปจนถึง SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ เราพร้อมอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาหรือยกระดับธุรกิจเข้าสู่ตลาดฮาลาลและการท่องเที่ยวแบบ Muslim-Friendly ตั้งแต่ต้นทางของการเปลี่ยนผ่าน ด้วยการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งเพื่อปรับปรุงสถานประกอบการ พัฒนาสินค้าและบริการ ยกระดับมาตรฐาน ตลอดจนขยายกิจการเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
เราเชื่อว่าการพัฒนา Muslim-Friendly Destination จะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ เมื่อผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่คุณค่าเติบโตไปด้วยกัน ตั้งแต่ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว ไปจนถึงผู้ผลิตสินค้าและบริการในชุมชน ไอแบงก์จึงมุ่งเป็นมากกว่าผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ต้องการเป็นพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจฮาลาลที่เข้มแข็ง สอดคล้องกับแนวทาง Value-Based Banking ที่มุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ผู้ประกอบการที่สนใจประเมินความพร้อมและพัฒนาบริการตามเกณฑ์ GMHI สามารถลงทะเบียนได้ที่ gmhi.co หรือติดต่อทีม GMHI โทร 091-164-4919
เกี่ยวกับ GMHI by TMTA
Global Muslim Friendly Hospitality Index (GMHI) เป็นโครงการของสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ระบบประเมินและจัดอันดับความพร้อมของสถานประกอบการในการให้บริการที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ในระดับ 3–7 ดาว ครอบคลุมด้านอาหารฮาลาล การจัดการเครื่องดื่ม การละหมาด สิ่งอำนวยความสะดวก การบริการของพนักงาน และการบริการช่วงรอมฎอน ทั้งนี้ GMHI เป็นการประเมินงานบริการ ไม่ใช่การรับรองฮาลาลของผลิตภัณฑ์อาหาร
เกี่ยวกับสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ (KYTA)
สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ (Khao Yai Tourism Association: KYTA) เป็นองค์กรที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเขาใหญ่อย่างยั่งยืน โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระจายประโยชน์สู่ท้องถิ่น ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลก เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “One Health for Wellbeing” ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างผู้คน ธรรมชาติ และสรรพชีวิต พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “Low Carbon Khao Yai for All” เพื่อสร้างเขาใหญ่ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพที่เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
เกี่ยวกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์)
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินธุรกิจตามหลักชะรีอะฮ์ ให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนและผู้ประกอบการทุกกลุ่ม โดยมีผลิตภัณฑ์รองรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ MSMEs, SMEs ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจในอุตสาหกรรมฮาลาลและการท่องเที่ยวแบบ Muslim-Friendly เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Value-Based Banking
https://news.muslimthaipost.com/news/40811
บทความที่น่าสนใจ
- MEGA HALAL Bangkok 2027 ผนึก 11 พันธมิตร เดินหน้าดันไทยสู่เวทีเศรษฐกิจอิสลามโลก
- เปิดตำนาน 'ฮาลาลมหานคร' จุดเริ่มต้นของมหกรรมฮาลาลที่ยิ่งใหญ่
- กรมการท่องเที่ยวดัน Muslim Friendly Tourism ดร.บัญญัติ ชี้โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
- มาเลเซียจับมือธนาคารพัฒนาอิสลาม! เดินเกมใหญ่ ดันเศรษฐกิจโลกมุสลิมสู่เวทีโลก
- เด็กหญิงอาเซอร์ไบจานวัย 10 ปี ประกาศไม่ถอดฮิญาบ หลังโรงเรียนมีข้อจำกัด
- ประท้วงฮิญาบในลอนดอน ค้านข้อจำกัดการสวมฮิญาบในโรงเรียนอาเซอร์ไบจาน
- ห้ามสวมฮิญาบ ในโรงเรียนอาเซอร์ไบจาน ดราม่า เกิดอะไรขึ้นกับนักเรียนมุสลิม?
- หมอกควันปกคลุมมาเลเซีย! สั่งปิดโรงเรียนหลายพื้นที่ กระทบเด็กนับล้าน
- สนามบินแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ห้องละหมาด แต่มี มัสยิดขนาด 5,000 ตร.ม. อยู่ในสนามบิน!
- ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่ทำไมร้านฮาลาลเพิ่มขึ้น เมืองใหญ่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิม








