ซาอุฯ สั่งไล่ทูตอิหร่าน พ้นประเทศใน 24 ชม
ซาอุฯ สั่งไล่ทูตอิหร่าน พ้นประเทศใน 24 ชม.
ซาอุดีอาระเบียประกาศให้เจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านหลายคนเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์
รายงานโดยสำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ - ซาอุดีอาระเบียแถลงเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่าได้ประกาศให้เจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านหลายคนเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ และสั่งให้พวกเขาออกจากราชอาณาจักรภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น จากการโจมตีอย่างต่อเนื่องของเตหะรานต่อซาอุดีอาระเบีย และประเทศอาหรับอื่น ๆ
กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ระบุว่า ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารประจำสถานทูตอิหร่านในกรุงริยาด ผู้ช่วยของเขา และเจ้าหน้าที่อีก 3 คนของคณะทูต ได้รับแจ้งให้เดินทางออกจากประเทศแล้ว
กระทรวง ฯ ย้ำการประณามของราชอาณาจักรต่อ “การโจมตีอย่างโจ่งแจ้ง” ของอิหร่านต่อซาอุดีอาระเบีย ประเทศสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าว (GCC) และประเทศอาหรับจำนวนหนึ่ง
กระทรวง ฯ กล่าวว่า การที่อิหร่านยังคงโจมตีดินแดนซาอุดีอาระเบีย โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสถานที่ทำการทางการทูตในราชอาณาจักร ถือเป็นการ “ละเมิดอย่างชัดเจน” ต่อกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการเคารพในอธิปไตยของรัฐ
กระทรวง ฯ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวละเมิดข้อตกลงปักกิ่ง ซึ่งเป็นข้อตกลงที่จีนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในปี 2023 ที่ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านตกลงที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ รวมถึงมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2817 (2026) และขัดแย้งกับสิ่งที่กระทรวง ฯ อธิบายว่า เป็นการอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่านว่ายึดมั่นในคุณค่าและหลักการของศาสนาอิสลาม
ก่อนหน้านี้ ซาอุดีอาระเบียได้เตือนว่า การโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิหร่านจะนำไปสู่การยกระดับที่มากขึ้น และจะมีผลกระทบร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีทั้งในปัจจุบันและอนาคต
แถลงการณ์เน้นย้ำว่าราชอาณาจักร “จะไม่ลังเล” ที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนปกป้องพลเมือง ผู้พำนัก และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งยืนยันสิทธิของรัฐในการป้องกันตนเอง
สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านและจุดชนวนสงครามในตะวันออกกลาง นับตั้งแต่นั้นมา เตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธทั่วภูมิภาค รวมถึงการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งกล่าวว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง และไม่ได้อนุญาตให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นฐานในการโจมตี
ที่มา: www.english.alarabiya.net
https://news.muslimthaipost.com/news/40025
บทความที่น่าสนใจ
- เหตุระทึกสหรัฐฯ ชายติดอาวุธพุ่งชนโบสถ์ยิว ก่อนถูกยิงดับ
- นักฟุตบอลหญิงอิหร่านเปลี่ยนใจ ไม่ลี้ภัยหลังคุยกับเพื่อนร่วมทีม
- สนามบินตาบา จุดหลบหนีสงครามของชาวอิสราเอล
- โอมานประณามศึกอิหร่าน ซัดสหรัฐฯ–อิสราเอล “ผิดศีลธรรม”
- กาตาร์เตือนทรัมป์ ศึกอิหร่านเสี่ยงผลกระทบร้ายแรง
- ทรัมป์ลั่น “สงครามกับอิหร่านจบแล้ว” พร้อมมีชื่อคนแทน คอเมเนอี
- อิหร่านแถลง เรือรบถูกโจมตีนอกศรีลังกา เสียชีวิต 104 ราย โยงสหรัฐฯ
- ใครคือ “ผู้นำจิตวิญญาณ” คนใหม่ของอิหร่าน? บุคคลที่โลกกำลังจับตา
- ศึกหนักเลบานอน! ฮิซบอลเลาะฮ์ปะทะอิสราเอล หลังยกพลขึ้นบก
- ทรัมป์ลั่นอยากมีบทบาทเลือกผู้นำอิหร่านคนต่อไป ชี้ผู้นำปัจจุบัน “ยอมรับไม่ได้”
- เกิดอะไรขึ้น? ซาอุดีอาระเบียผันน้ำมันหลายล้านบาร์เรลไปทะเลแดง
- ทูตอิหร่านปฏิเสธข่าว สั่งโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในริยาด
- อิหร่านยืนยันผู้นำสูงสุดเสียชีวิต หลังเหตุโจมตีร่วมสหรัฐฯ–อิสราเอล
- อิหร่าน-รัสเซียบรรลุข้อตกลงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ
