ดาร์ฟูร์อันตราย วิกฤตอาหารลุกลาม สงครามยังคุกรุ่น
ดาร์ฟูร์อันตราย วิกฤตอาหารลุกลาม สงครามยังคุกรุ่น
ผู้เชี่ยวชาญเตือน ภาวะขาดแคลนอาหารกำลังลุกลามในดาร์ฟูร์ ขณะสงครามก็ยังดำเนินต่อไป
รายงานโดยสำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ - กลุ่มเฝ้าระวังความอดอยากระดับโลก ระบุเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่าภาวะขาดแคลนอาหารกำลังลุกลามในภูมิภาคดาร์ฟูร์ ทางตะวันตกของซูดาน ที่ถูกทำลายจากสงคราม และขณะนี้ได้ลุกลามไปยังอีก 2 เมืองในพื้นที่เดียวกัน
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มนี้ระบุเมื่อปีที่แล้ว ว่าประชาชนในเมืองเอล-ฟาเชอร์ เมืองหลักของดาร์ฟูร์ ซึ่งถูกกองกำลังกึ่งทหารยึดครองหลังจากปิดล้อมนาน 18 เดือน กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร
นับตั้เงแต่เดือนเมษายน 2023 สงครามได้ครอบงำซูดาน หลังจากเกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างกองทัพของประเทศ กับกองกำลังกึ่งทหารสนับสนุนเร็ว (Rapid Support Forces – RSF) ที่ทรงอิทธิพล ความขัดแย้งนี้ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่สหประชาชาติเรียกว่า วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก
รายงานเกี่ยวกับการแพร่กระจายของภาวะขาดแคลนอาหาร โดยการจัดระดับความมั่นคงทางอาหารแบบบูรณาการ (Integrated Food Security Phase Classification หรือ IPC) เกิดขึ้นในขณะที่ RSF โจมตีโรงพยาบาลทหารในซูดานใต้ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย รวมถึงผู้อำนวยการทางการแพทย์ของโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีก 3 คน
เครือข่ายแพทย์ซูดาน ซี่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ติดตามสถานการณ์สงคราม กล่าวว่า การโจมตีในเมืองคูอิก จังหวัดคอร์โดฟานใต้ ทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 8 คน ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นพลเรือนกี่ราย
แถลงการณ์ของเครือข่ายแพทย์ ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ “ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดด ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชุดการโจมตีที่เกิดขึ้นในรัฐคอร์โดฟานใต้” และทำให้ “โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้”
องค์การสหประชาชาติประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตในสงครามในซูดานกว่า 40,000 คน แต่หน่วยงานช่วยเหลือต่าง ๆ เชื่อว่า จำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้นหลายเท่า และมีผู้คนกว่า 14 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตน
ในสัปดาห์นี้ สหรัฐ ฯ และสหประชาชาติ ระบุว่า พวกเขากำลังพยายามระดมการสนับสนุนจากนานาชาติ เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ซูดาน โดยเริ่มจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมซูดานขึ้นใหม่ ด้วยเงินบริจาค 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ จากเอมิเรตส์และสหรัฐอเมริกา
รัฐบาลทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ว่า จะบริจาค 200 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ให้กับโครงการนี้ จากงบประมาณ 2,000 ล้านดอลล่าร์ ที่จัดสรรไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อสนับสนรุนรโครงการด้านมนุษยธรรมทั่วโลก เอมิเรตส์ระบุว่า จะบริจาค 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ฯ ซาอุดีอาระเบียและประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศให้คำมั่นว่าจะบริจาค แต่ยังไม่ได้ระบุจำนวนเงิน
ที่มา: www.arabnews.com
https://news.muslimthaipost.com/news/39871
บทความที่น่าสนใจ
- อดีตบิ๊กสหภาพยุโรปกว่า 400 คน จี้แรง ถึงเวลา “ลงมือจริง” ต่ออิสราเอล ไม่ใช่แค่ประณาม
- อยากฟื้นฟูกาซา ต้องปลอดอาวุธ? เงื่อนไขล่าสุดจากเนทันยาฮู
- คำพูดที่โลกควรรับฟัง จาก ผจก.แมนฯ ซิตี้ เรื่องกาซา
- ปลดแบนรัสเซียหรือไม่? ประธานฟีฟ่าชี้ การแบนไม่ก่อประโยชน์
- อิหร่านไม่ถอย! ผู้นำย้ำเจรจาสหรัฐฯ ต้องอยู่ใต้ผลประโยชน์ชาติ
- ด่านราฟาฮ์เปิดแล้ว ทำไมวันแรกมีผู้ผ่านออกแค่สิบกว่าคน?
- ปาเลสไตน์ประกาศเลือกตั้งรัฐสภา PLO ครั้งแรก
- สเปนประณามอิสราเอล สั่งห้าม “แพทย์ไร้พรมแดน” เข้าประเทศ
- อิหร่านชี้กองทัพยุโรป เป็น “กลุ่มก่อการร้าย”
- คลื่นผู้ประท้วงหลั่งไหลกลางลอนดอน ใหญ่สุดนับตั้งแต่หยุดยิงกาซา
- ผบ.ทัพอิสราเอลคาด สหรัฐฯ เล็งถล่มอิหร่าน เร็วสุดใน 2 สัปดาห์
- จุดยืนไม่เปลี่ยน! ซาอุฯ ไม่เปิดดินแดน–น่านฟ้าให้สงคราม
- ปธน.อิหร่านแจง สงครามไม่เป็นผลดีทั้งสองประเทศ