เผามัสยิดในเวสต์แบงก์ อัล-อัซฮัรประณามหนัก ชี้เป็น ‘ก่อการร้าย’
เผามัสยิดในเวสต์แบงก์ อัล-อัซฮัรประณามหนัก ชี้เป็น ‘ก่อการร้าย’
สถาบันอัล-อัซฮัรประณามเหตุวางเพลิงมัสยิดในเขตเวสต์แบงก์ เรียกว่าเป็น ‘อาชญากรรมก่อการร้าย’
รายงานโดยสำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ - อัล-อัซฮัร ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงหลังจากมีการเผามัสยิดในเขตเวสต์แบงก์ โดยอธิบายเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “อาชญากรรมก่อการร้าย” ที่กระทำโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลในช่วงเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์
ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ สถาบันอิสลามที่มีอิทธิพลแห่งนี้ประณามการโจมตีมัสยิดอบู บัคร อัล-ซิดดิก ในหมู่บ้านเทล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนาบลัส โดยกล่าวว่าเป็นการแสดงออกถึง “การก่อการร้ายของไซออนิสต์ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้คน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และผืนดินพร้อมกัน”
ภาพ Issam Rimawi – Anadolu Agency
อัล-อัซฮัรกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และแสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่สักการะ แถลงการณ์เพิ่มเติมว่า การโจมตีสถานที่ทางศาสนาสะท้อนให้เห็นถึงอาชญากรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้นต่อชาวปาเลสไตน์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
สถาบันดังกล่าวเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับความรุนแรงในวงกว้างในภูมิภาค โดยระบุว่าการเผามัสยิดและการโจมตีสถาบันทางศาสนา เกิดขึ้นควบคู่ไปกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อพลเรือนในฉนวนกาซา ซึ่งยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความเงียบงันของนานาชาติและความล้มเหลวในการหยุดยั้งการละเมิด
อัล-อัซฮัร เตือนว่า การโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากความรับผิดชอบอาจยิ่งทำให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายและศีลธรรม โดยการปกป้องพลเรือนและสถานที่ทางศาสนาของชาวปาเลสไตน์ หยุดยั้งการละเมิด และดำเนินการให้ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบ
ตามรายงานของทางการปาเลสไตน์ ผู้ตั้งถิ่นฐานได้จุดไฟเผาบางส่วนของมัสยิดและพ่นสีสเปรย์เหยียดเชื้อชาติบนกำแพง รวมถึงคำขวัญต่าง ๆ เช่น “แก้แค้น” เหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดและได้รับการยืนยันจากกระทรวงศาสนสมบัติของปาเลสไตน์
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของผู้ตั้งถิ่นฐานทั่วเขตเวสต์แบงก์ รวมถึงเยรูซาเลมตะวันออก ข้อมูลจากสำนักประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า ในปี 2025 มีการโจมตีโดยผู้ตั้งถิ่นฐานมากกว่า 1,800 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อชุมชนชาวปาเลสไตน์ประมาณ 280 แห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่รามัลเลาะฮ์ นาบลัส และเฮบรอน
จากข้อมูลของสหประชาชาติ เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 830 คน และเสียชีวิต 9 คน ในปี 2025 เฉพาะในช่วงต้นปี 2026 มีการบันทึกการโจมตีเพิ่มเติมอีกหลายสิบครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย และครอบครัวต้องพลัดถิ่น
ข้อมูลของสหประชาชาติยังแสดงให้เห็นว่า ชาวปาเลสไตน์ 694 คนต้องพลัดถิ่นในเดือนมกราคม 2026 เนื่องจากการใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานและการจำกัดการเข้าถึง ซึ่งเกินจำนวนผู้พลัดถิ่นทั้งหมดตลอดปี 2024
ที่มา: www.middleeastmonitor.com
https://news.muslimthaipost.com/news/39963
บทความที่น่าสนใจ
- อิสราเอลปิดด่านเข้าเบธเลเฮม บุกค้นเมืองอัล-เดาฮา
- อิสราเอลไฟเขียวตั้งทูตประจำโซมาลิแลนด์คนแรก
- ทรัมป์เดือด! ขู่ตัดการค้าสเปน หลังถูกฉีกหน้า
- เปิดตัวเลขช็อกโลก! สหรัฐทุ่มกว่า 779 ล้านดอลลาร์ โจมตีอิหร่านแค่วันแรก
- อิหร่านตั้งสภาผู้นำชั่วคราว ดัน “อะลีเรซา อาราฟี” นั่งฝ่ายศาสนจักร
- อิหร่านเริ่มเปลี่ยนผ่านอำนาจวันนี้! ตั้งสภาผู้นำชั่วคราว หลังคาเมเนอีถูกสังหาร
- อิหร่านตั้งทีม 3 คน นำเปลี่ยนผ่านอำนาจหลังคาเมเนอีเสียชีวิต
- อิหร่านยืนยันผู้นำสูงสุดเสียชีวิต หลังเหตุโจมตีร่วมสหรัฐฯ–อิสราเอล
- สหรัฐฯ ออกโรงแก้ข่าว หลังฮัคคาบีกล่าว “มันโอเคถ้าอิสราเอลจะยึดตะวันออกกลางทั้งหมด”
- สเปนเรียกร้อง EU กดดันอิสราเอล ปมสงครามกาซายืดเยื้อ
- เนทันยาเตรียมจัดตั้งประเทศพันธมิตรต้านแนวรบซุนนีและชีอะห์
- อิหร่านโต้กลับ! เรียกร้องหลักฐาน หลังถูกกล่าวหาสังหารผู้ประท้วงหลายหมื่นคน









