ผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายชาวอิสราเอลโจมตีชาวปาเลสไตน์ใน 13 จุดทั่วเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง
13 จุดเดือด! ผู้ตั้งถิ่นฐานอิสราเอลโจมตีปาเลสไตน์
ผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายชาวอิสราเอลโจมตีชาวปาเลสไตน์ใน 13 จุดทั่วเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง
รายงานโดยสำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ - เจ้าหน้าที่และพยานชาวปาเลสไตน์รายงานว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่ผิดกฎหมายได้ก่อเหตุโจมตีอย่างเป็นระบบใน 13 จุดในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ทำให้ชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายเป็นวงกว้าง
ภาพจาก Nedal Eshtayah – Anadolu Agency
สำนักข่าววาฟาของปาเลสไตน์รายงานว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายได้เปิดฉากโจมตีพร้อมกันตั้งแต่ช่วงดึกวันที่ 21 มีนาคม ในหลายจังหวัด โดยจุดไฟเผาบ้านเรือนและยานพาหนะ และขว้างปาหินใส่รถยนต์ของชาวปาเลสไตน์
การโจมตีที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นที่หมู่บ้านอัล-ฟุนดุก ใกล้เมืองเจนิน ซึ่งผู้ตั้งถิ่นฐานที่ผิดกฎหมายได้เผาบ้านเรือนและยานพาหนะ และทุบกระจก ขณะที่ชาวบ้านพยายามต่อสู้และดับไฟ วาฟารายงาน
ในหุบเขาจอร์แดนตอนเหนือ ผู้ตั้งถิ่นฐานได้โจมตีชาวปาเลสไตน์ในชุมชนอีน อัล-ฮิลเวห์ และฉีดสเปรย์พริกไทยใส่พวกเขา ตามรายงานของสำนักข่าว
นอกจากนี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมาย ยังขว้างปาหินใส่รถยนต์ของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่หุบเขาจอร์แดนตามถนนหลายสาย รวมถึงถนนรามัลลาห์-นาบลัส ใกล้ด่านตรวจซาอาตารา ตามถนนเลี่ยงเมืองใกล้บูร์อิน ใกล้ฮาริสทางตะวันตกของซัลฟิต และในตูกูใกล้เบธเลเฮม โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากการโจมตีเหล่านี้
เช้าวันที่ 22 มีนาคม ชาวปาเลสไตน์ 3 คนได้รับบาดเจ็บ หลังจากผู้ตั้งถิ่นฐานโจมตีหมู่บ้านจาลุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของนาบลัส จุดไฟเผารถยนต์ 4 คันและอาคารสภาหมู่บ้าน ตามรายงานของสภาเสี้ยวเดือนแดงปาเลสไตน์ หนึ่งในผู้บาดเจ็บได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงจากการถูกทำร้ายร่างกายระหว่างการโจมตี
สื่อวาฟา ระบุว่า ในเมืองบรูคิน ในเขตซัลฟิต ชาวปาเลสไตน์อีกสามคนได้รับบาดเจ็บเมื่อผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายขว้างปาหินใส่รถของพวกเขา นอกจากนี้ ผู้ตั้งถิ่นฐานยังโจมตีเมืองเดียร์ ชาราฟ และเดียร์ อัล-ฮาตาบ ใกล้กับนาบลัส เผารถยนต์และทรัพย์สิน ตามคำบอกเล่าของพยานและแหล่งข่าวชาวปาเลสไตน์
พยานกล่าวว่าผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายที่เดินทางมาด้วยยานพาหนะหลายคัน ได้จุดไฟเผารถดันดิน รถบรรทุก และรถยนต์ที่จอดอยู่ในเดียร์ ชาราฟ และพยายามโจมตีบ้านเรือนแต่ไม่สามารถเข้าไปได้
ในเดียร์ อัล-ฮาตาบ สภาเสี้ยวเดือนแดงปาเลสไตน์กล่าวว่ามีผู้บาดเจ็บ 10 คน รวมถึง 1 คนที่ถูกยิงด้วยกระสุนจริง 6 คนถูกทำร้าย 1 คนสูดดมควัน และอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากก้อนหิน วาฟา รายงานว่าผู้ตั้งถิ่นฐานยังได้จุดไฟเผาบ้านเรือนและยานพาหนะในหมู่บ้านระหว่างการโจมตีด้วย
แหล่งข่าวในท้องถิ่นระบุว่า ในการโจมตีอีกครั้งหนึ่งในช่วงเช้าวันที่ 23 มีนาคม ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลบุกโจมตีโรงเรียนมัธยมในเมืองฮาวาราทางใต้ของนาบลัส ถอดธงปาเลสไตน์ออก ชักธงอิสราเอลขึ้น และพ่นสโลแกนเหยียดเชื้อชาติเป็นภาษาฮิบรูบนผนัง กระทรวงศึกษาธิการปาเลสไตน์กล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการละเมิดความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันการศึกษาและเป็นการโจมตีสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย
ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการของปาเลสไตน์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายได้ก่อเหตุโจมตี 511 ครั้งทั่วเขตเวสต์แบงก์ ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 7 ราย จากการถูกยิง
นับตั้งแต่เริ่มสงครามในฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 การโจมตีโดยกองกำลังอิสราเอลและผู้ตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายในเขตเวสต์แบงก์ ได้คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ไป 1,133 ราย บาดเจ็บประมาณ 11,700 ราย และนำไปสู่การจับกุมผู้คนประมาณ 22,000 คน
ในคำตัดสินครั้งสำคัญเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2024 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ประกาศว่า การยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอลนั้นผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้มีการอพยพออกจากที่ตั้งถิ่นฐานทั้งหมดในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออก
ที่มา: www.middleeastmonitor.com
https://news.muslimthaipost.com/news/40031
บทความที่น่าสนใจ
- เอมิเรตส์เตรียมรบอิหร่าน เมินกระแสหยุดยิง
- อิสราเอลต้องทำสงครามอิหร่านต่อ แม้ไร้แรงหนุนจากสหรัฐฯ
- อิหร่านประกาศ “ฮอร์มุซเปิดแล้ว!” แต่เรือทั่วโลกยังผวา
- อังกฤษโต้ทันควัน! ปัดอิหร่านจะโจมตีลอนดอน
- ฟัตวาเรียกร้อง! ละหมาดอีด “ใกล้อัลอักซอที่สุด” แม้มัสยิดยังถูกปิด
- UN เตือน! เสี่ยง “กวาดล้างชาติพันธุ์” หลังชาวปาเลสไตน์ 36,000 คนถูกไล่ถิ่น
- คืนที่ 29 รอมฎอน ฉลองอ่านอัลกุรอานจบเล่ม ที่มัสยิดฮะรอม
- รพ.กาซาเผย อิสราเอลโจมตีรถตำรวจ ดับ 8 ราย
- อิหร่านเตือน! ระวังแผนโจมตีใหญ่ ซ้ำรอย 9/11 พร้อมใส่ร้าย
- อิหร่านพร้อมร่วมสอบสวน กับประเทศในภูมิภาค ปมโจมตีปริศนา
- พลิกคดี? อิสราเอลยกเลิกข้อหาทหาร คดีทรมานผู้ต้องขังปาเลสไตน์
- โอมานย้ำจุดยืน ไม่ฟื้นสัมพันธ์อิสราเอล และไม่ร่วมสภาสันติภาพ
