สุชาติ แจง อัยย์ อปพส. ปมหมิ่นศาสนาอิสลาม อย่างไร้สติ!


สุชาติ แจง อัยย์ อปพส. ปมหมิ่นศาสนาอิสลาม อย่างไร้สติ!

ผศ.ดร.สุชาติ เศษฐมาลินี อัดคลิปชี้แจง อัยย์ เลขาฯอปพส. ปมหมิ่นศานาอิสลาม กล่าวหา อัลลอฮ์คือซาตาน ฆาตกร มัสยิดคือแหล่งรวมฆาตกร...

ประเด็นสำคัญ

- คลิปนายอัยย์ ต่อว่า พระผู้เป็นเจ้า “อัลลอฮ์คือซาตาน เพราะสอนให้ฆ่าคนทำสงคราม” ผศ.ดร.สุชาติ เตือนมุสลิมให้มีสติไม่ต่อว่ากลับอย่างหยาบคาย แต่ควรใช้วาจาให้สุภาพ

– กุรอานสอนให้ฆ่าคนทำสงครามจริง แต่เป็นบริบทในระหว่างสงคราม กุรอานยังมีสอนในบริบทอื่นๆอีกมากมาย เช่น ทรัพย์เชลย ระหว่างทำสงครามต้องมีจริยธรรม ห้าม ฆ่าสตรี เด็ก นักบวช ทำลายศาสนสถาน เป็นต้น

– มัสยิดไม่ใช่แหล่งรวมฆาตกร แต่เป็นสถานที่ไว้ทำความทำความดี การละหมาดคือการละเว้นความชั่ว ฉะนั้นคนละหมาดคือคนดี

-พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก กำลังอุปถัมภ์ ศาสนาหยาบช้า ป่าเถื่อน ศาสนาที่พระผู้เป็นเจ้าเป็นซาตาน ฆาตกร อย่างนั้นหรือ?

ขอให้ท่านใช้สติ คิดให้มากๆ และเอาเวลาไปศึกษาแก่นศาสนาพุทธให้ดีดีกว่า

สุชาติ แจง อัยย์ อปพส. ปมหมิ่นศาสนาอิสลาม อย่างไร้สติ!

นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส. )

กรณี นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ (อปพส. ) กล่าววาจาจาบจ้วง พระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) ในศาสนาอิสลาม ว่าเป็นซาตาน ฆาตกร เพราะมีคำสอนในกุรอาน และขณะละหมาด ให้ฆ่าคน ฟันคอ ตัดมือเป็นต้น

นอกจากนี้ มัสยิดยังเป็นแหล่งซ่องสุมฆาตกร มุสลิมที่ละหมาดอยู่ไม่รู้ว่าทราบคำแปลนี้หรือไม่ หากทราบแล้วจะละหมาดอยุ่หรือไม่? แบบนี้หรือที่เรียกว่า มุสลิมเพื่อสันติ สอนให้ตัดคอ ทำสงคราม ใครที่ไม่เห็นด้วยกับมุสลิม ก็ต้องทำสงครามหรือ? นี่คือความจริงที่ อาจารย์วัชรพล สยามวานิช แปลเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2562

สุชาติ แจง อัยย์ อปพส. ปมหมิ่นศาสนาอิสลาม อย่างไร้สติ!

ผศ.ดร.สุชาติ เศษฐมาลินี รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่

ผศ.ดร.สุชาติ เศษฐมาลินี ผู้อำนวยการสถาบันศาสนาวัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่ และรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงพี่น้องมุสลิมที่เห็นจำนวนมากคงไม่สบายใจ อยากให้มุสลิมตั้งสติ และต้องขอบคุณไปยังคุณอัยย์ เพราะทำให้มีโอกาสได้ชี้แจ้งต่อเพื่อนต่างศาสนิกเพิ่มมากขึ้น ทำให้นึกถึงเหตุการณ์โลกตะวันตก เมื่อมีการกล่าวหามุสลิม ผู้คนก็ยิ่งสนใจอิสลาม ว่าอิสลามสอนแบบนั้นจริงหรือไม่

ดังนั้น ผศ.ดร.สุชาติ จึงได้อธิบายสรุปคำกล่าวหาของกลุ่ม อปพส. เป็นข้อๆดังนี้

1. คำสอนในกุรอานมีการทำร้ายคนต่างศาสนา ฟันที่ก้านคอ ตัดนิ้วมือ

ผศ.ดร.สุชาติ ระบุว่า มุสลิมต้องตระหนัก เป็นสิ่งที่มีจริงในอัลกุรอาน

ซูเราะห์ที่ 8 อัล-อันฟาน อายะที่ 12 : “จงรำลึกขณะที่พระเจ้าของเจ้าประทานโองการแก่มลาอิกะฮ์ ว่า แท้จริงข้านั้นร่วมอยู่กับพวกเจ้าด้วย ดังนั้นพวกเจ้าจงทำให้บรรดาผู้ศรัทธามั่นคง เถิด ข้าจะโยน ความกลัวเข้าไปในหัวใจของบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธา แล้วพวกเจ้าจงฟันลงบนก้านคอ และจงฟันทุก ๆ ส่วนปลายของนิ้วมือ จากพวกเขา”

ประเด็นที่คุณอัยย์ ไม่ได้พูดถึงนั้นคือ คำกล่าวในกุรอานนี้อยู่ในบริบทอะไร กุรอานไม่ได้ถูกประทานลงมาเป็นรูปเล่มสำเร็จครั้งเดียว ตอนที่ท่านศาสดามูฮัมหมัดรับโองการจากพระผู้เป็นเจ้า ท่านใช้เวลา 13 ปีในนครมักกะห์ และ 10 ปีในมะดีนะห์ ทยอยลงมาตามบริบท ซึ่งในช่วง 13 ปีแรกไม่มีการทำสงครามไม่มีการต่อสู้เพราะพระผู้เป็นเจ้าไม่อนุญาต จนกระทั้งศาสนทูต นบีมูฮัมหมัด ถูกไล่ล่าเอาชีวิตจนท่านต้องอพยพหนีการตามล่าไปยังนครมะดีนะห์ ตรงกับ( ปี ค.ศ.622 ) จึงถือเป็นการเริ่มปีฮิจเราะห์ศักราช ในอิสลาม

โองการแรกที่อนุญาตให้มุสลิมทำสงคราม คือ ฮ.จ.ที่ 2 อยู่ในซูเราะห์ที่ 22 องค์การที่ 39 สำหรับบรรดาผู้ (ที่ถูกโจมตีนั้น) ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้ได้ เพราะพวกเขาถูกข่มเหง และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงสามารถที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างแน่นอน

ผศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณอัยย์ พูดคือพูดไม่หมด ไม่ต่างจากกลุ่มมุสลิมบางกลุ่มที่ยกบางส่วนเอาเฉพาะความรุนแรงมามาอ้างเพื่อกลุ่มของตนเอง

เมื่อมีการอนุญาตให้ทำสงครามได้แล้ว ต้องมีการฝึกฝน ในทัศนะอิสลามไม่ใช่การใช้ความรุนแรงอย่างไร้ขอบเขต ไม่มีทำสงครามเพื่อความแค้น การทำสงครามเป็นไปเพื่อปกป้องตนเอง คำสอนในอิสลามขณะที่ทำสงครามนั้น ชีวิตมนุษย์ ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ กุรอานจึงมีคำกล่าวไว้

ซูเราะห์ที่ 5 อายะที่ 32 การฆ่าผู้หนึ่งผู้ใดโดยปราศจากความเป็นธรรมถือเป็นบาปใหญ่ เหมือนกับการฆ่ามนุษยชาติทั้งหมดและการไว้ชีวิตใครคนหนึ่งถือเป็นความดีเหมือนกับการไว้ชีวิตมนุษย์ทั้งหมด
แม้แต่เรื่องเชลย อิสลามก็ได้สอนไว้ ว่า ห้ามทำร้าย เชลย

กฎหมายเกี่ยวกับหลักมนุษยธรรมในการทำสงคราม ซึ่งในหลักหลายๆอย่าง อิสลามได้วางมาตั้งแต่ 1400 ปี การทำสงครามต้องมีจริยธรรมกำกับ ห้ามทำร้ายผู้หญิง เด็ก นักบวช ศาสนสถาน

สุชาติ แจง อัยย์ อปพส. ปมหมิ่นศาสนาอิสลาม อย่างไร้สติ!

ผศ.ดร.สุชาติ เศษฐมาลินี รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่

2. คำสอนเช่นนี้ทำให้มุสลิมฆ่าคนอื่น แบบหน้าชื่นตาบาน

คำสอนของ ท่านนบีมุฮัมมัด ได้มีการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการห้ามทำร้ายพระและนักบวช รวมทั้งศาสนสถานของทุกศาสนา ตลอดจนห้ามการทำร้ายศพ ห้ามทำร้ายเด็ก สตรี คนชรา และประชาชนผู้บริสุทธิ์
ท่านนบีมุฮัมมัด ถึงกับกล่าวว่า “ฉันคือศัตรูกับใครก็ตามที่ทำร้ายเพื่อนต่างศาสนิกให้ได้รับบาดเจ็บ และหากฉันเป็นศัตรูกับใครแล้ว ฉันจะไปยืนยันสิ่งนั้นต่อพระผู้เป็นเจ้าในวันพิพากษา”มัสยิดคือแหล่ง รวมฆาตกร

อิสลามสอนให้รับใช้ผู้อื่น ไม่เคยถูกสอนให้ฆ่าผู้อื่นแล้วเข้าสวรรค์ สิ่งที่คุณอัยย์บิดเบือน นั้น ชาวพุทธรับไม่ได้ อยากฝากว่า ไม่มีศาสนาไหนอยู่ได้ 1400 ปี จะบอกว่าฆ่าคนทั้งโลก

3. มุสลิมรู้คำสอนแบบนี้จะละหมาดอยู่ไหม วันละ 5 เวลา มัสยิดคือแหล่งรวมฆาตกร

ผศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า ก่อนเริ่มละหมาดจะเริ่มต้นด้วย บิสมิลลา แปลว่า ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงพระกรุณาปรานีผู้ทรงพระเมตตายิ่งเสมอ และต่อด้วย บรรดาการสรรเสริญทั้งหลายเป็นกรรมสิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า นี่คือคำสอนอิสลามตั้งแต่เด็กจนโตที่ตนได้ศึกษามา และที่สำคัญการละหมาดในกุรอาน แท้จริงการละหมาดคือการยับยั้งความชั่วช้าลามก สิ่งไม่ดี การละหมาดคือการขัดเกลา เพื่อที่จะออกไปเป็นคนดีในสังคม

เป็นไปไม่ได้ที่ศาสนาหนึ่ง ขณะทำพิธีละหมาดจะมีแต่การด่า สาปแช่งศาสนาอื่น ประเทศไทยมี มัสยิดกว่า 4000 แห่ง มีมัสยิดไหนหรือ? ที่คนมุสลิมละหมาดแล้วออกไปฆ่าคนอื่น ไปยิงคนอื่น

จากงานศึกษา พบว่ากลุ่มมุสลิมรุนแรง ที่ไปร่วมกับไอซิส ISIS เป็นกลุ่มที่ไม่ไปมัสยิดไม่เอาศาสนา

การต่อต้านไม่เอามัสยิดของกลุ่ม คุณอัยย์ ต้องการจะถีบให้เยาวชน คนทั่วไปออกจากมัสยิดหรือ?

ผศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่ออีกว่า ตัวเลขอัตราการฆาตกรรมในประเทศไทย ไม่ได้เกิดจากมุสลิมที่มาละหมาดในมัสยิด ข้อมูลระบุว่า ในปี 2559 มีอัตราการฆาตกรรมในไทยมีกว่า 3,000 คน ตัวเลขนี้สูงกว่าสหรัฐ สูงกว่าประเทศมาเลเซีย 8 เท่า ทั้งที่มาเลย์เป็นประเทศมุสลิม นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีอัตราการฆ่ากันตาย สูงกว่า อิรัก ซึ่งประเทศอิรัก ถูกมองจากทั่วโลกว่าเป็นประเทศที่อันตรายที่สุด แม้ว่าการฆ่ากันตายในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมาจากพี่น้องชาวพุทธเพราะมีจำนวนประชากรมากกว่า แต่มุสลิมไม่เคยโจมตีว่าเป็นคำสอนจากศาสนาพุทธ ทุกศาสนา มีคนสุดโต่ง ไม่ว่าพุทธ ในศรีลังกา ศาสนาคริสต์ ในไอแลนด์ มุสลิม ใน อินเดีย

ในขณะเดียวกัน ที่สังคมยังอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะแก่นของทุกศาสนานั้น มีสันติภาพ
เหตุการณ์ในพม่า 2013 เผาโรงเรียนมุสลิม เผาศาสนสถานมัสยิด มีเด็กนักเรียน 40 คน ถูกโยนเข้าไปในกองเพลิงเสียชีวิต ซึ่งตนเองได้เดินทางไปพบกับมุสลิมที่ประสบเหตุการณ์เมื่อปี 2013 ในพม่า ได้บอกในชุมชนมุสลิมว่า อย่าไปเหมารวม

สุชาติ แจง อัยย์ อปพส. ปมหมิ่นศาสนาอิสลาม อย่างไร้สติ!

ผศ.ดร.สุชาติ เศษฐมาลินี รองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่

4. การดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนาอื่น

คุณอัยย์พูดถึงอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นพระผู้เป็นเจ้า ในศาสนาอิสลาม ทั่วโลกทุกวินาที มีคนพูดถึงความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า วันนี้คุณอัยย์ ใช้คำพูดว่าอัลลอฮ์ คือ ซาตาน คือ ฆาตกร อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะด่าว่า พระผู้เป็นเจ้า คนมุสลิมก็ไม่สามารถจะไปต่อว่าอย่างหยาบคายกลับได้ และอยากฝากบรรดามุสลิมทุกท่าน ที่ได้เห็นคลิปคุณอัยย์ ขอให้อดทน อย่าไปละเมิดศาสนาอื่น อย่ากล่าวคำหยาบคาย

ซึ่งอัลลอฮ์ได้กล่าวสอนไว้ในกุรอาน ความว่า

“และพวกเจ้าจงอย่าด่าว่า บรรดาที่พวกเขาวิงวอนขอ อื่นจากอัลลอฮ์ แล้วพวกเขาก็จะด่าว่าอัลลอฮ์เป็นการละเมิด โดยปราศจากความรู้ ในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้สวยงามแก่ทุกชาติ ซึ่งการงานของพวกเขา และยังพระเจ้าของพวกเขานั้น คือการกลับไปของพวกเขา แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขากระทำกัน”

“จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า แท้จริงพระเจ้าของพระองค์และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในทางที่ถูกต้อง” (ซูเราะห์ อัน-นะห์ลฺ 16-125)

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอาศัยความอดทน และการละหมาดเถิด แท้จริงอัลลออ์นั้นทรงอยู่ร่วมกับผู้อดทนทั้งหลาย” (ซูเราะห์ อัล-บะเกาะเราะฮ 2-153)

สุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากฝากคุณอัยย์ มุสลิมเข้ามาในสังคมไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา เราได้ต่อสู้ร่วมสร้างชาติไทยกันมา ซึ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เอง มุสลิมเชียงใหม่ได้ร่วมบริจาคที่ดิน 225ไร่ 2 งาน ให้แก่สนามบินเชียงใหม่ ในสังคมไทยไม่ว่าท่านจะไปไหน ท่านจะเจอมุสลิมทุกที่ เพราะอิสลามสอนเรา ว่า มนุษย์ที่ดีเลิศ คือ มนุษย์จะต้องสร้างประโยชน์ให้กับแผ่นดิน

มุสลิมอยู่มาตลอดประวัติศาสนตร์ ด้วยสันติสุข ด้วยสายพระเนตรพระเจ้าอยู่หัว แม้มุสลิมจะเป็นคนส่วนน้อยในประเทศ แต่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

สิ่งที่ท่านกำลังกล่าวหาอิสลามอยากให้ท่านคิดให้มาก พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก กำลังอุปถัมภ์ ศาสนาหยาบช้า ป่าเถื่อน ศาสนาที่พระผู้เป็นเจ้าเป็นซาตาน ฆาตกร อย่างนั้นหรือ? ขอให้ท่านเอาเวลาไปศึกษาแก่นศาสนาพุทธให้ดีดีกว่า

วันนี้ชาวพุทธส่วนใหญ่เขาอับอาย ในตัวท่าน พี่น้องชาวพุทธที่มีสติ เขาไม่เห็นด้วยกับท่าน พวกเขายิ่งกลับมาสนใจอิสลามมากขึ้น หวังว่าจะมาช่วยกันสร้างความรักดีกว่า วันนี้ไม่แน่ใจว่าท่านจะทำร้ายรัฐบาล หรือทำลายอิสลาม กันแน่

ขอบคุณมุสลิมเชียงใหม่นิวส์

คลิป สุชาติ เศรษฐมาลินีชี้แจงกรณีอัยย์ เพรชทอง กับองค์กรปกป้องพุทธศาสนาเพื่อสันติ

https://youtu.be/7yzf-6Fwe4w

 ที่มา: beritathai.com

อัพเดทล่าสุด