ประณามยับ! ศาลอิสราเอลอนุญาต 'ยิวเข้าสวดมนต์' ที่อัลอักซอได้


สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์ : ประณามยับ! ศาลอิสราเอลอนุญาต 'ยิวเข้าสวดมนต์' ที่อัลอักซอได้

รามัลเลาะฮ์ – วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ศาลปกครองของอิสราเอลในกรุงเยรูซาเล็ม ออกคำพิพากษาอนุญาตให้ชาวยิวปฏิบัติศาสนกิจที่มัสยิดอัลอักซอได้ ทั้ง ๆ ที่ อัลอักซอ เป็นศาสนสถานของเฉพาะชาวมุสลิมมาช้านาน คำพิพากษาดังกล่าวได้รับการประณามอย่างรุนแรงทั้งใน และต่างประเทศ รวมทั้งมีการเตือนถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้น

ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์เตือนว่า คำตัดสินของศาลอิสราเอลเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อสถานะทางประวัติศาสตร์ของ อัล-ฮะรอม อัล-ชารีฟ (พื้นที่ลานและตัวอาคารทั้งหมด) ซึ่งรวมทั้งมัสยิดอัลอักซอ โดมแห่งศิลา และอาคารมัสยิดอื่น ๆ อันเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและมติของสหประชาชาติอย่างเปิดเผย

ประณามยับ! ศาลอิสราเอลอนุญาต

แถลงการณ์ยังเตือนถึง การที่ทางการอิสราเอลอนุญาตให้มีการเดินขบวน flags march ของชาวอิสราเอล ที่จะมีขึ้นในเขตยึดครองเยรูซาเล็มในวันที่ 29 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐ ฯ เข้าแทรกแซง เพื่อหยุดการละเมิดต่อชาวปาเลสไตน์ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิมโดยด่วน

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้ชาวปาเลสไตน์เผชิญหน้ากับการทำร้ายและการละเมิด โดยเน้นว่า กรุงเยรูซาเล็ม พร้อมทั้งชาวคริสต์ ชาวมุสลิม และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในที่แห่งนี้ จะเป็นนครหลวงอันถาวรสำหรับรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต

กระทรวงการต่างประเทศของชาวปาเลสไตน์ และชาวต่างชาติ พากันประณามอย่างหนักแน่นต่อการตัดสินของศาลดังกล่าว โดยพิจารณาว่า คำตัดสินนี้เป็นดังการประกาศรัฐประหารอย่างเป็นทางการของอิสราเอล ต่อสถานะที่เป็นอยู่ของอัลอักซอ และเป็นการประกาศสงครามศาสนาอย่างชัดแจ้ง

ประณามยับ! ศาลอิสราเอลอนุญาต

ในขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจอร์แดน ได้ออกแถลงการณ์ประณามคำตัดสินของศาลอิสราเอล และว่า คำตัดสินนี้เป็นโมฆะและไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และตามปฏิญญาที่ลงนามกันไว้ในปี 1967 ไม่รับรองคำตัดสินของศาลอิสราเอลในเขตยึดครองปาเลสไตน์ซึ่งรวมทั้งในเยรูซาเล็มตะวันออก และว่าจอร์แดนไม่ยอมรับอำนาจตุลาการของอิสราเอลเหนือกรุงเยรูซาเล็ม

นาย ฮัยตัม อะบู อัล-ฟูล รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจอร์แดน ยังเตือนชาวยิวหัวรุนแรงถึงการละเมิดความศักดิ์สิทธิ์ของมัสยิดอัล-อักซอ โดยเน้นว่า อาคารต่าง ๆ บนพื้นที่ทั้งหมด 144 dunum (ประมาณ 360 ไร่) ของมัสยิดอัล-อักซอ เป็นของชาวมุสลิม และหน่วยงานวากัฟของรัฐบาลจอร์แดน มีสิทธิ์ขาดตามกฎหมายในการรับผิดชอบกิจการของมัสยิด และเป็นผู้มีสิทธิ์อนุญาตให้ผู้ใดเข้า หรือเยี่ยมชมมัสยิดได้เท่านั้น

ที่มา: www.english.wafa.ps

https://news.muslimthaipost.com/news/36275

อัพเดทล่าสุด