มัสยิดอายุ 1,200 ปี ถูกค้นพบหมู่บ้านปาเลสไตน์


สำนักข่าวมสุลิมไทยโพสต์: มัสยิดอายุ 1,200 ปี ถูกค้นพบหมู่บ้านปาเลสไตน์

หน่วยงานค้นคว้าทางโบราณคดีของอิสราเอล (IAA) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ในระหว่างการดำเนินการเพื่อสร้างย่านชุมชนใหม่ ในเมืองราฮัต (Rahat) ทางตอนใต้ของประเทศ ที่มีชาวเบดูอินปาเลสไตน์อาศัยอยู่ ได้มีการขุดพบซากมัสยิดที่เชื่อว่ามีอายุมากกว่า 1,200 ปี ทำให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับการเปลี่ยนจากศาสนาคริสต์ มานับถือศาสนาอิสลาม ของคนในภูมิภาคนี้

มัสยิดตั้งอยู่ในทะเลทรายเนเกฟ (เรียกในภาษาอาหรับว่า ‘นากัป’) ประกอบด้วย ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีผนังด้านหนึ่ง ที่มีช่องเว้าครึ่งวงกลมในผนัง ที่หันไปยังทิศใต้ซึ่งเป็นทิศกิบลัต (ทิศที่ตั้งกะอฺบะอฺ ในนครมักกะฮ์) แถลงการณ์ยังระบุว่า สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์นี้ แสดงให้เห็นว่า สิ่งก่อสร้างนี้เคยใช้เป็นมัสยิด ที่จุผู้ปฏิบัติศาสนกิจได้เพียงไม่กี่สิบคนต่อครั้ง

มัสยิดอายุ 1,200 ปี ถูกค้นพบหมู่บ้านปาเลสไตน์

ไม่ไกลจากมัสยิดยังพบอาคารที่มีลักษณะหรูหรา โดยพบซากเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและสิ่งประดิษฐ์จากแก้ว ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งของผู้อยู่อาศัย

เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา นักโบราณคดีได้ค้นพบมัสยิดอีกแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง ที่คาดว่าสร้างในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 7 – 8 ซึ่งสามารถกำหนดได้ว่า ศาสนสถานของอิสลามทั้ง 2 แห่งนี้ อยู่ในกลุ่ม “อาคารที่เก่าแก่ที่สุดที่เคยรู้จักกันในโลก”

มัสยิด อาคาร และบ้านเรือนอื่น ๆ ที่พบในบริเวณใกล้เคียง แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในแถบภาคเหนือของทะเลทรายเนเกฟ โดยมีการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม ตลอดจนการปกครอง และวัฒนธรรมใหม่ในภูมิภาค

“สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ ถูกจัดตั้งขึ้น สืบต่อจากการปกครองของไบแซนไทน์ก่อนหน้านี้ และศาสนาคริสต์ที่มีอิทธิพลเหนือดินแดนแห่งนี้มาเป็นเวลานานหลายร้อยปี” การพิชิตดินแดนของชาวมุสลิมเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 7

แถลงการณ์ของ IAA ยังระบุว่า มัสยิด โบราณสถาน และอาคารต่าง ๆ ที่พบในราฮัต จะได้รับการเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปัจจุบัน

ภาพที่ถ่ายจากมัสยิดที่เพิ่งถูกพบใหม่ เผยให้เห็นคนงานชาวปาเลสไตน์กำลังละหมาดอยู่ภายในอาคารที่เคยเป็นมัสยิด

มัสยิดอายุ 1,200 ปี ถูกค้นพบหมู่บ้านปาเลสไตน์

ทะเลทรายเนเกฟเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเบดูอินปาเลสไตน์ กว่า 300,000 คน ชาวเบดูอินเป็นชนกลุ่มน้อยที่ยากจนที่สุดของอิสราเอล และยังถูกกีดกันจากสวัสดิการพื้นฐานของประเทศ

อิสราเอลกำหนดถิ่นฐานที่อาศัย และตั้งชุมชนให้ชาวเบดูอินอาศัยอยู่ในเมืองที่รัฐสร้างขึ้นจำนวนหนึ่ง โดยมีการดำเนินนโยบายนี้มาช้านาน ในขณะที่ชาวเบดูอินส่วนมากยอมที่จะอาศัยอยู่ในเมืองเหล่านี้ แต่คนอื่น ๆ ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านประวัติศาสตร์ของพวกเขา ที่ปลูกฝังดินแดนมาโดยบรรพบุรุษ ซึ่งส่วนใหญ่อิสราเอลยึดเอาเป็นทรัพย์สินของรัฐ เนื่องจากชุมชนชาวเบดูอินถูกเวนคืนที่อยู่อาศัยในขณะที่สร้างรัฐอิสราเอล หรือพวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ (จากการถูกกลั่นแกล้ง)ในการจดทะเบียนโฉนดกับหน่วยงานใหม่

หมู่บ้านเหล่านี้ไม่ได้รับการรับรองโดยรัฐบาลอิสราเอล ทำให้ชาวบ้านไม่ได้รับการบริการขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน ไฟฟ้า น้ำประปา หรือโรงเรียนสำหรับเยาวชน

ที่มา: www.english.alaraby.co.uk

https://news.muslimthaipost.com/news/36375

อัพเดทล่าสุด