ชวนมุสลิมละหมาดขอพร ให้เหยื่อโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย


สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์:  ชวนมุสลิมละหมาดขอพร ให้เหยื่อโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย

จาการ์ต้า - กระทรวงกิจการศาสนาแห่งอินโดนีเซีย เชิญชวนมุสลิมในอินโดนีเซียจัดพิธีละหมาดฆอเอ็บ (Salat al-Gha’ib) ให้แก่เหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุชุลมุนที่เกิดขึ้นในสนามฟุตบอล Kanjuruhan Stadium ในเขตมาลัง ชวาตะวันออก เมื่อวันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา การละหมาดกอเอ็บ คือ การละหมาดขอพรให้แก่ผู้เสียชีวิตโดยปราศจากร่างของผู้ตาย

ชวนมุสลิมละหมาดขอพร ให้เหยื่อโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย

ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการอิสลามและแนวทางชาริอะฮ์ ได้ระบุว่า มีการออกหนังสือเวียนแนะนำเกี่ยวกับการละหมาดฆอเอ็บ ไปยังมั้สยิดต่าง ๆ โดยทางกระทรวง ฯ จะจัดละหมาดฆอเอ็บให้กับเหยื่อโศกนาฏกรรมสนามกีฬา Kanjuruhan ที่มัสยิดอิสติกลัล (Istiqlal Masjid) หลังจากการละหมาดญุมอัตวันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ และได้กล่าวแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และคาดหวังว่า เหตุการณ์เช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ชวนมุสลิมละหมาดขอพร ให้เหยื่อโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ นายซัยนุดดีน อะมาลี รัฐมนตรีกระทรวงเยาวชนและกีฬา ระบุว่า มีการจัดตั้งทีมร่วมอิสระเพื่อสืบค้นความจริง (the Independent Joint Fact-Finding Team – TGIPF) ซึ่งจะประสานงานกับกระทรวงการเมือง กฎหมายและกิจการความมั่นคง เพื่อสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่สนามฟุตบอล Kanjuruhan Stadium ในเขตมาลัง ชวาตะวันออก เมื่อเย็นวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 129 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 34 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 180 คน ยังมียานพาหนะที่เสียหายจำนวน 13 คัน ในจำนวนนี้ 10 คันเป็นรถตำรวจ เหตุชุลมุนและความตื่นตระหนกเกิดขึ้นหลังจบการแข่งขันฟุตบอล

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า จากผู้ชมฟุตบอลจำนวนราว 40,000 คน มีเพียง 3,000 คน ที่ลงไปก่อเหตุชุลมุนในสนาม ทุกอย่างยังราบรื่นระหว่างการแข่งขันฟุตบอล แต่หลังจากจบเกม ผู้สนับสนุนทีม Arema FC จากมาลัง จำนวนหนึ่งรู้สึกผิดหวังที่ทีมของตนแพ้ ทีม Persebaya จากสุราบายา 3:2 ลูก จึงบุกเข้าไปในสนามเพื่อค้นหาผู้เล่นและเจ้าหน้าที่ การแพ้ครั้งนี้ของทีม Arema FC เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี

ชวนมุสลิมละหมาดขอพร ให้เหยื่อโศกนาฏกรรมสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย

หัวหน้าตำรวจชวาตะวันออกกล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะพยายามป้องกัน โดยเบี่ยงเบนมิให้ผู้สนับสนุนลงไปในสนาม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ถูกบังคับให้ต้องยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายฝูงชน และการยิงแก๊สน้ำตาทำให้ประชาชนกรูกันไปที่ทางออกจุดหนึ่ง จากนั้นความชุลมุน ความแออัด และความตื่นตระหนกจึงเกิดขึ้น หลายคนถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออกเพราะขาดออกซิเจน และหลายคนล้มลงทำให้ถูกเหยียบจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากดังกล่าว

ที่มา: www.en.antaranews.com

https://news.muslimthaipost.com/news/36654

อัพเดทล่าสุด