3 จังหวัดใต้ คนจะรวยขึ้นได้! ถึงเวลามองชายแดนใต้ในฐานะ 'พื้นที่แห่งโอกาส' ไม่ใช่ 'พื้นที่แห่งปัญหา'
3 จังหวัดใต้ คนจะรวยขึ้นได้! ถึงเวลามองชายแดนใต้ในฐานะ 'พื้นที่แห่งโอกาส' ไม่ใช่ 'พื้นที่แห่งปัญหา'
โดย ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด
ข้อมูลน่ารู้ กับความเข้าใจผิด:
1. คำว่า "จังหวัดยากจน" ที่ สศช. ใช้ ไม่ได้วัดจาก GDP จังหวัด หรือรายได้เฉลี่ยของคน แต่ใช้ เส้นความยากจน (Poverty Line) เป็นมาตรฐานหลัก ซึ่งสอดคล้องกับตัวชี้วัด SDG ของสหประชาชาติ
2. เส้นความยากจน (Poverty Line) ในปี 2567 สศช. กำหนด เส้นความยากจน = 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน
ตัวอย่าง ครอบครัว 2 คน ถ้ามีรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคเฉลี่ยต่ำกว่า 3,078 × 2 = 6,156 บาท/เดือน จะถือว่าอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
3. ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ทั้ง 3 จังหวัดรวมกันมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวล (GPP (Gross Provincial Product) = มูลค่าการผลิตหรือรายได้รวมของจังหวัด หรือ GDP จังหวัด) รวมเพียงประมาณ 10.7% ของเศรษฐกิจภาคใต้ ขณะที่สงขลาเพียงจังหวัดเดียวมีสัดส่วนประมาณ 17.5% ของเศรษฐกิจภาคใต้
ภาพจำ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายคนมักนึกถึงคำว่า "ความยากจน" "ความไม่สงบ" หรือ "พื้นที่ด้อยโอกาส" แต่หากมองผ่านข้อมูลเชิงเศรษฐกิจและศักยภาพของพื้นที่ พบว่า สิ่งที่ชายแดนใต้ขาด ไม่ใช่ทรัพยากรหรือศักยภาพ หากคือ "ระบบเศรษฐกิจ" ที่สามารถเปลี่ยนศักยภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นความมั่งคั่งของประชาชน
ตลอดกว่า 17 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้งบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า 2.6 แสนล้านบาท แต่เหตุใด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ยังคงติดอันดับจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดของประเทศ?
งบประมาณแก้ปัญหาชายแดนใต้ 17 ปี 267,700 ล้านบาท ประเทศไทยใช้งบแก้ไขปัญหาชายแดนใต้เฉลี่ยปีละประมาณ 15,000–16,000 ล้านบาท ขณะที่เศรษฐกิจของจังหวัดนราธิวาสทั้งจังหวัดมีมูลค่าราว 50,000 ล้านบาทต่อปี
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ในปี 2567 จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ติดอันดับ 2, 3 และ 4 ของจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดของประเทศไทย โดยยะลามีสัดส่วนคนจน 25.41% ปัตตานี 25.39% และนราธิวาส 21.07% ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่คำถามสำคัญกว่าคือ "เราจะทำอย่างไรให้คนในพื้นที่รวยขึ้น?" คำถามนี้สำคัญกว่าการถามว่า "ทำไมพื้นที่นี้จึงยากจน"
ความยากจน ไม่ได้แปลว่าไม่มีศักยภาพ
.... หลายคนเข้าใจผิดว่าพื้นที่ที่มีคนจนมาก คือพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพ แต่ในความเป็นจริง จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมีต้นทุนทางเศรษฐกิจที่หลายพื้นที่ของประเทศไม่มี
- พื้นที่นี้เป็นฐานประชากรมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีประชากรมุสลิมหลายล้านคน เป็นฐานผู้บริโภค แรงงาน และผู้ประกอบการที่สำคัญ
- จังหวัดชายแดนใต้เป็นประตูการค้าสู่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดของอาเซียน การค้าชายแดนและการเชื่อมโยงโลจิสติกส์สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มหาศาล
- พื้นที่นี้มีอัตลักษณ์ด้านอาหารฮาลาล วัฒนธรรมอิสลาม และการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
ซึ่งเน้นย้ำว่า (ชายแดนใต้ไม่ได้ขาด "โอกาส" แต่ยังขาด "ระบบ" ที่จะเปลี่ยนโอกาสให้เป็นรายได้)
จากการแก้ปัญหา สู่การสร้างความมั่งคั่ง
..... ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะมีมุสลิมจำนวนมาก แต่เพราะยกระดับฮาลาลให้เป็น ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ (National Economic Strategy) ผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรม มาตรฐาน การส่งออก การลงทุน และการสร้างแบรนด์ระดับโลก
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การพัฒนาชายแดนใต้มักถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดด้านความมั่นคงและการแก้ปัญหาความยากจน แต่หากต้องการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างแท้จริง วิธีคิดอาจต้องเปลี่ยนจาก "จะช่วยคนจนอย่างไร" เป็น "จะสร้างคนรวยเพิ่มขึ้นอย่างไร" เพราะเมื่อคนมีรายได้สูงขึ้น การจ้างงานเพิ่มขึ้น ธุรกิจเติบโต และการลงทุนเกิดขึ้น ความยากจนก็จะลดลงเองอย่างยั่งยืน
6 ยุทธศาสตร์ ที่จะทำให้คนใต้รวยขึ้น
การพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ควรมุ่งสร้าง "Halal Economy Ecosystem" ที่เชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่คุณค่า ไม่ใช่เพียงการผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว ได้แก่
1. อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ( Food Industry) ยกระดับจากการขายวัตถุดิบ ไปสู่การแปรรูป การสร้างแบรนด์ และการส่งออก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าในพื้นที่ ย้ำว่าการเพิ่ม value สินค้าสำคัญอย่างยิ่ง
2. การท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim Friendly Tourism) พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บริการ และมาตรฐานที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลก ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง ณ ปัจจุบัน กลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย มีความนิยมมาเที่ยวมากขึ้น แต่ครั้น หากเกิดปัญหา
ความไม่สงบ ก็พร้อมที่จะหยุดมาเที่ยวทันที ล่าสุด เมื่อเกิดเหตุ รัฐบาลมาเลเซีย ก็มีคำสั่งเตือนภัย และข้าราชการจะเข้ามาก็ต้องทำหนังสื่อแจ้งหน่วยงาน นี้คือข้อจำกัด
3. การค้าชายแดนและโลจิสติกส์ ใช้ความได้เปรียบของพื้นที่ในการเชื่อมโยงไทยกับมาเลเซีย และต่อยอดสู่ตลาดอาเซียน (ปัญหา Logistic ก็หนักไม่เชื่อ ลองส่งสินค้าไปในโซนนี้ก็จะทราบ หรือแม้แต่ระบบประกันภัยเองก็ตาม)
4. การยกระดับผู้ประกอบการฮาลาล (Halal SME Upgrade) สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงมาตรฐาน เทคโนโลยี เงินทุน และตลาดใหม่
5. เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy & E-Commerce) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ขายสินค้าได้ทั่วประเทศและทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (ช่องว่างตรงนี้ ถ้าคนในพื้นที่ ทำ Logistic เองและรับช่วง,เป็นพันธมิตรกับแพลทฟอร์มอื่นก็น่าจะเห็นโอกาส)
6. การพัฒนาคน สร้างทักษะใหม่ด้านภาษา เทคโนโลยี ธุรกิจ และนวัตกรรม เพื่อให้คนรุ่นใหม่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต
เปลี่ยนพื้นที่รายได้ต่ำ ให้เป็นฐานเศรษฐกิจฮาลาลของอาเซียน
ตลาดฮาลาลโลกมีผู้บริโภคมากกว่า 2,000 ล้านคน ประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน หรือสหราชอาณาจักร ต่างเร่งลงทุนเพื่อดึงดูดตลาดมุสลิม ในขณะที่ประเทศไทยมีจังหวัดที่เป็นฐานประชากรมุสลิม มีวัฒนธรรมฮาลาล และมีทำเลที่เชื่อมโยงกับมาเลเซียโดยตรง หากสามารถพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมฮาลาล การท่องเที่ยวมุสลิม และการค้าชายแดนได้ ก็ย่อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการลดจำนวนคนจน แต่คือการสร้างเศรษฐกิจที่ทำให้คนในพื้นที่มีโอกาสสร้างรายได้ มีงานที่มีคุณค่า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ถึงเวลามองชายแดนใต้ด้วยมุมใหม่
.... ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ไม่ควรถูกจดจำเพียงในฐานะจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูง แต่ควรถูกมองในฐานะ "พื้นที่ยุทธศาสตร์" ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาลของประเทศไทย (ไม่ใช้แค่รัฐสร้างภาพแล้วเงียบหาย) การเปลี่ยนมุมมองจาก "พื้นที่ปัญหา" เป็น "พื้นที่แห่งโอกาส"
... อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะในท้ายที่สุด เป้าหมายของการพัฒนาไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขความยากจนลดลง แต่คือการทำให้ประชาชนมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากศักยภาพของพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ เมื่อวันนั้นมาถึง ประโยคที่ว่า "3 จังหวัดใต้ คนจะรวยขึ้นได้!" จะไม่ใช่เพียงพาดหัวข่าว หากจะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ของคนทั้งพื้นที่
อ้างอิง
1. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย ปี 2567. กรุงเทพฯ: สศช.
2. ข้อมูล GPP จังหวัดต่าง ตารางสถิติ ผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด พ.ศ. 2567 (GPP 2024) - สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
3. งบประมาณ กอ.รมน 18 ปี “กอ.รมน.” งบความมั่นคง 1.23 แสนล้าน - ปี 70 ดับไฟใต้ 100% ? - ThaiPublica
