Muslim-friendly: ความตั้งใจดี หรือการลดทอนอิสลาม
Muslim-friendly: ความตั้งใจดี หรือการลดทอนอิสลาม
เรียบเรียงโดย ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด
ในช่วงนี้ สังคมได้สื่อสารคำใหม่ในโซเชียลพอสมควร คำว่า Muslim-friendly ปรากฏถี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในธุรกิจอาหาร การท่องเที่ยว โรงแรม ไปจนถึงงานอีเวนต์ต่าง ๆ
คำนี้มักถูกใช้ในความหมายเชิงบวก เป็นสัญญะของ “ความเปิดกว้าง” และ “การต้อนรับมุสลิม” แต่ในอีกด้านหนึ่ง
แต่ผู้เขียนคิดวิพากษ์และตั้งคำถามที่ว่า คือ Muslim-friendly คือความตั้งใจดีจริง หรือกำลังลดทอนแก่นของอิสลามให้เหลือเพียงภาพจำผิวเผิน
ในมุมผู้เขียนมองว่า Muslim friendly ถูกประกอบสร้างความหมายให้มาปะทะต่อสู้กับ Halal food โดยลดทอนกระบวนการหรือทำให้ simple นั้นเอง (เฉพาะเรื่องอาหาร เท่านั้น)
ในเชิงเจตนา คำว่า Muslim-friendly มักเริ่มต้นจากความหวังดี ธุรกิจจำนวนมากต้องการสื่อสารว่า “เราไม่ปิดกั้นมุสลิม” หรือ “เราพยายามอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคมุสลิม” เช่น ไม่มีหมู มีพื้นที่ละหมาด หรือมีเมนูที่ระบุว่าเหมาะกับมุสลิม ในบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม นี่คือความพยายามเชิงบวกที่มองเห็นและสัมผัสกันได้
แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ Muslim-friendly ถูกใช้แทนที่ หรือถูกทำให้กลบความหมายของคำว่า “ฮาลาล” โดยสิ้นเชิง เพราะสำหรับมุสลิม อาหารฮาลาลไม่ใช่แค่ “ไม่มีหมู” และไม่ใช่เพียง “ความสบายใจทางใจ” หากแต่เป็นระบบคุณค่า กระบวนการ และความรับผิดชอบทางศาสนา ตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีเชือด การแปรรูป การจัดเก็บ ไปจนถึงการป้องกันการปนเปื้อน คำว่า Muslim-friendly ที่ไม่อธิบายกระบวนการเหล่านี้ จึงอาจกลายเป็นเพียง “ฉลากทางการตลาด” มากกว่าหลักประกันทางศรัทธา และมักมีวาทกรรมที่ถูกหยิบยกขึ้น “Muslim friendly หรือคือ มุสลิมทานได้ ใช้ไหม!!”
ในเชิงวาทกรรม Muslim-friendly ทำงานอย่างแนบเนียน มันไม่ปฏิเสธอิสลามโดยตรง แต่ “ลดระดับความเข้มข้นของศาสนาลง” ให้กลายเป็น “ไลฟ์สไตล์หนึ่ง” ที่ใครก็อ้างได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อมาตรฐานศาสนา นี่คือจุดที่หลายคนเริ่มกังวลว่า เรากำลังเดินจาก “การเคารพศรัทธา” ไปสู่ “การทำให้ศรัทธาเบาบางลงเพื่อขายได้ง่ายขึ้น” หรือไม่ (ผู้บริโภครับผิดชอบตัวเอง คิดเอง กินเอง ว่างั้น)
อีกเรื่องที่ผู้เขียนคิดว่าสำคัญคือ อำนาจในการนิยาม ใครเป็นคนกำหนดว่าอะไรคือ Muslim-friendly? เป็นนักการตลาด เป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของร้าน หรือเป็นชุมชนมุสลิม หากนิยามนี้ถูกผูกขาดโดยตลาด โดยไม่มีเสียงของศาสนาและชุมชนเข้าไปกำกับ คำนี้ย่อมเสี่ยงต่อการถูกใช้เกินขอบเขต และบิดเบือน บิดเบี้นว ความหมายดั้งเดิมของอิสลามโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น ปัญหาอาจไม่ใช่ตัวคำว่า Muslim-friendly แต่คือ “วิธีใช้” และ “ความรับผิดชอบต่อความหมาย” หากใช้เป็นขั้นเริ่มต้น เพื่อเชิญชวนให้สังคมเรียนรู้และก้าวไปสู่มาตรฐานฮาลาลที่ชัดเจน คำนี้ย่อมมีคุณค่ามากที่สุดเลย แต่ในทางกลับกัน หากใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรฐาน เพื่อไม่ต้องอธิบายกระบวนการ หรือเพื่อสร้างภาพว่าพอแล้วสำหรับมุสลิม นั่นอาจไม่ใช่ความตั้งใจดีอีกต่อไป และจะสร้างพฤติกรรมคุ้นชิน จนชินชา และเชยเมยภายในที่สุด
ข้อพึงคิด ทีามักถูกมองข้ามคือ โครงสร้างความรับผิดชอบ ระหว่าง Muslim-friendly กับ ฮาลาล นั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สมมุติว่า ร้านอาหารจำนวนหนึ่ง เลือกนิยาม Muslim-friendly ด้วยตัวเอง จากการค้นคว้า โดย AI อ่านบทความ ดูตัวอย่างจากที่อื่น หรือ “คิดว่าเข้าใจแล้ว” โดยไม่มีระบบกำกับ ไม่มีผู้รับรอง และไม่มีผู้รับผิดชอบอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ระบบฮาลาล ไม่ได้ยืนอยู่บนความตั้งใจส่วนบุคคล แต่ตั้งอยู่บน สถาบัน กระบวนการตรวจสอบ และ ความรับผิดชอบทางศาสนา ที่ชัดเจน เมื่อเกิดปัญหา ย่อมมีผู้ถูกตั้งคำถาม และมีกลไกในการชี้แจง แก้ไข หรือเยียวยา
ความเปราะบางจึงเกิดขึ้นทันที เมื่อร้านที่ประกาศตัวว่า Muslim-friendly เผชิญเหตุการณ์ทางสังคม เช่น การละเลยตรวจสอบส่วนผสม การใช้วัตถุดิบต้องห้ามโดยอ้างว่า “ใส่นิดเดียว” หรือแม้แต่กรณีเชฟแอบผสมเหล้าจีนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของอาหาร โดยมองว่าเป็นเทคนิคการทำอาหารทั่วไป เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้สร้างปัญหาแค่ในระดับร้าน แต่กระทบ ความเชื่อมั่นของสังคมมุสลิมทั้งระบบ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะต้องเรียกร้องความรับผิดชอบจากใคร
จุดนี้ Muslim-friendly จึงอาจกลายเป็น “พื้นที่สีเทา” ที่ดีพอสำหรับการตลาด แต่ไม่เพียงพอสำหรับศรัทธา ย้ำชัดๆว่า (ไม่เหมาะสม) เมื่อไม่มีผู้รับผิดชอบ ความผิดพลาดจึงมักถูกอธิบายว่าเป็น “ความไม่รู้” หรือ “ไม่ได้ตั้งใจ” ทั้งที่ในมุมมองของอิสลาม เรื่อง “อาหารไม่ใช่พื้นที่ของการลองผิดลองถูก” หากแต่เป็นเรื่องของ อะมานะห์ และ ความรับผิดชอบต่ออัลลอฮ์ โดยตรง (กรณีเจ้าของธุรกิจเป็นต่างศาสนิก เค้าจะรู้จักอัลลอฮไหม)
ดังนั้น คำถามสำคัญยิ่งขึ้นไปอีกคือ สังคมควรยอมรับได้แค่ไหนกับการที่ร้านอาหาร “คิดเอง ทำเอง และนิยามเอง” ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเราควรปล่อยให้ Muslim-friendly ดำรงอยู่โดยไร้กลไกรับผิดชอบ หรือควรผลักดันให้มันเป็นเพียงบันไดขั้นแรก ก่อนจะก้าวไปสู่มาตรฐานฮาลาลที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
เมื่อ “ความตั้งใจดีที่ไม่มีความรับผิดชอบ อาจไม่ใช่ความเมตตา แต่คือความเสี่ยง ทั้งต่อศรัทธา ต่อศักดิ์ศรีของอิสลามในพื้นที่สาธารณะ”
ขอฝากไว้ด้วยหัวใจที่รับผิดชอบ
https://news.muslimthaipost.com/news/39818
บทความที่น่าสนใจ
- ตัวแปรที่ขับเคลื่อนตลาดอาหารฮาลาล ที่น่าสนใจ!
- Halal food is Soft Culture ฮาลาลคือวัฒนธรรมละมุน
- วาทกรรมอาหารฮาลาล: อาหารคุณภาพ ปลอดภัย ใครๆ ก็ทานได้
- ฮาลาลกับคนรุ่นใหม่: ทำอย่างไรไม่ให้ศรัทธากลายเป็นแค่โลโก้
- อาหารฮาลาลกับสุขภาพ ความสัมพันธ์ที่ถูกประกอบสร้างอย่างเหลือเชื่อ
- เรื่องน่ารู้ อัตลักษณ์อาหารฮาลาล มิติศาสนา มิติวัฒนธรรม และมิติสังคม
- วาทกรรมอาหารฮาลาล การสื่อสารอัตลักษณ์ของมุสลิมไทย
- ปลุกไฟนักสืบทอด! Family Business Thailand รุ่นที่ 4
- อาหารฮาลาล คืออะไร อธิบายความหมายอย่างง่ายๆ พร้อมยกตัวอย่างอาหารที่ฮาลาลและไม่ฮาลาล
- ฮาลาลกับ Soft Power ไทย: จากครัวชุมชนสู่เวทีโลก
- วาทกรรมอาหารฮาลาล: ความภูมิใจในอัตลักษณ์ความศรัทธาของมุสลิมไทย
- เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย: ไอเดียธุรกิจอาหารฮาลาลที่น่าสนใจยิ่ง
- ทำความเข้าใจกับ เซคิวลาริสม์ ระบบความคิด แยกรัฐกับศาสนา
- Muslim-friendly: ความตั้งใจดี หรือการลดทอนอิสลาม
- ตะลึง! นางกวักคลุมหัว ระบาดหนัก
- แบบอย่าง นำร่องที่ดินวากัฟ จุฬาราชมนตรีมอบให้มัสยิดในสุราษฎร์ฯ
- 10 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหารฮาลาล คำตอบง่ายๆ ที่เข้าถึงและกระจ่างชัด ทำไม?

