นายกยิวลั่น! ประเด็นหลักการเยือน ปธน.ไบเดน 'หารือต้านอิหร่าน'


สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์: นายกยิวลั่น! ประเด็นหลักการเยือน ปธน.ไบเดน 'หารือต้านอิหร่าน'

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยาเออร์ ลาปิด กล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นสำคัญในการเยือนอิสราเอลของประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ครั้งนี้ คือ การหารือเพื่อขยายการดำเนินการตอบโต้อิหร่านร่วมกัน

ในการปราศรัยในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 เขาได้กล่าวเรียกร้องให้มีการตอบสนองอย่างเด็ดขาด ต่อความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน เขายังเรียก ปธน.ไบเดน ว่า เป็น “หนึ่งในเพื่อนสนิทที่สุดที่อิสราเอลเคยมีมาในการเมืองของอเมริกา” และว่า การเยือนครั้งนี้จะเน้นไปที่ประเด็นของอิหร่านเป็นอันดับแรก

นายกยิวลั่น! ประเด็นหลักการเยือน ปธน.ไบเดน

ประธานาธิบดีไบเดน จะเดินทางถึงอิสราเอลในวันที่ 13 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ โดยระหว่างอิสราเอลบริหารประเทศโดยรัฐบาลรักษาการ และนายยาเออร์ ลาปิด ดำรงตำแหน่ง รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ เปิดเผยรายงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า อิหร่านได้แจ้งไปยังหน่วยงานเฝ้าระวังในกรุงเวียนนา เกี่ยวกับการปรับขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม “มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่า อิหร่านกำลังเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในเครื่องหมุนเหวี่ยงขั้นสูง โดยฝ่าฝืนข้อตกลงที่ลงนามไว้โดยสิ้นเชิง”

ลาปิดยังกล่าวว่า “การตอบสนองของชุมชนระหว่างประเทศต้องเด็ดขาด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องกลับมาแสดงบทบาท และเปิดใช้กลไกการคว่ำบาตรอย่างเต็มที่”

อิสราเอลคัดค้านการฟื้นฟูข้อตกลงปี 2015 ที่อิหร่านทำไว้กับประเทศมหาอำนาจ ที่ระบุจะผ่อนปรนการคว่ำบาตรอิหร่านแลกกับการไม่ขยายขีดสมรรถนะยูเรเนียม ในปี 2018 สหรัฐ ฯ โดยอดีต ปธน.ทรัมป์ ถอนตัวฝ่ายเดียวออกจากข้อตกลงดังกล่าว ทำให้การคว่ำบาตรอิหร่านดำเนินไปอีกครั้ง

โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ฯ กล่าวเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า “ความร่วมมือในระดับที่มากขึ้น” ตามที่นายลาปิดกล่าว หมายความรวมถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น การป้องกันทางอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการตอบโต้อิหร่าน จะเป็นวาระหลักในการเยือนครั้งนี้ และไบเดนยังมีกำหนดการเยือนราชอาณาจักรซาอุดี้อาระเบียหลังเสร็จสิ้นการเยือนอิสราเอลแล้ว

ที่มา: www.arabnews.com

https://news.muslimthaipost.com/news/36422

อัพเดทล่าสุด