บทเรียนแห่งความตาย


บทเรียนแห่งความตาย

บทความโดย : อ.บรรจง บินกาซัน

มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาชีวิต แต่ไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องได้พบกับความตาย ถึงแม้เขาจะทำอะไรเก็บไว้มากมาย แต่เมื่อความตายมาถึงมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้เตรียมตัว

มนุษย์มักมีเป้าหมายที่จะสร้างความสำเร็จและความรุ่งเรืองขึ้นบนโลก แต่ความตายก็มาทำลายภาพลวงแห่งสำเร็จที่เขาได้วาดหวังไว้ ด้วยเหตุนี้ความตายจึงสอนเขาว่าเขาไม่มีอำนาจอะไรเลยก่อนตาย

มนุษย์ต้องการที่จะเป็นเจ้านายของตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลาตกอับ เขาก็ได้รู้ว่าเขาไม่มีความสามารถที่จะควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้เลย

มนุษย์ต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของตัวเองในโลกนี้ แต่ความตายได้สอนเขาว่าเขาควรจะหาความสุขที่เขาต้องการในโลกหน้าดีกว่า

ดังนั้น เราจะต้องเรียนรู้ความจริงจากความตาย เพราะความลับของชีวิตถูกซ่อนไว้อยู่ในนั้น ความตายแสดงให้เราเห็นว่าเราไม่ใช่นายของตัวเอง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้นโลกนี้มิใช่สถานที่สำหรับการทำให้ความฝันของเราเป็นจริง ความตายสอนให้เรารู้ว่าเราควรจะมีชีวิตอย่างไรมันบอกให้เรารู้ถึงหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงต่างหาก ภาพลวงของความสำเร็จ

บทเรียนแห่งความตาย

โดยปกติแล้ว มนุษย์มักจะใช้ความสำเร็จทางโลกเป็นตัวชี้ถึงความสำเร็จในชีวิตในโลกนี้ แต่พวกเขาคิดผิด เพราะความสำเร็จในชีวิตโลกนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับความสำเร็จที่แท้จริงในโลกหน้าเลย

ความสำเร็จในโลกนี้มิใช่ความสำเร็จที่แท้จริง แต่ประการใด มันเป็นแค่เพียงหนทางที่ใช้ทดสอบมนุษย์เท่านั้น บางคนถูกส่งมายังโลกนี้อย่างมีความสุขในขณะที่บางคนอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ไม่ว่ามนุษย์จะมาอยู่ในโลกนี้ในสภาพใดก็ตามมนุษย์ทุกคนล้วนต้องถูกทดสอบเหมือนกันทั้งสิ้น ฐานะของบุคคลบนโลกใบนี้จึงมิใช่สิ่งบ่งชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลว มันเป็นแค่เพียงการทดสอบเท่านั้น ถ้าใครเกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งและได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีหรือมีเกียรติในโลกนี้แล้วดูถูกคนอื่น คนผู้นั้นก็ทำผิด เพราะมนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกันต่อหน้าความตาย ความตายจัดมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ไว้ในระดับเดียวกัน ดังนั้นคนที่ยิ่งใหญ่ก็คือคนที่อัลลอฮฺทรงเห็นว่าเขาสมควรจะยิ่งใหญ่และคนที่ต่ำต้อยก็คือคนที่พระองค์ทรงเห็นว่าเขาควรจะต่ำต้อย

โลกนี้เป็นสถานที่แห่งการทดสอบ ในโลกนี้มนุษย์จะเสแสร้งแกล้งทำตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างไรก็ได้ แต่ไม่นานนัก ความจริงก็จะถูกเปิดเผยออกมา ในวันนั้น หลายคนที่มีเกียรติในโลกนี้จะถูกได้รับความอัปยศต่อหน้าพระเจ้า หลายคนที่อ้างตนว่าเป็นเพื่อนของความยุติธรรมและมนุษยธรรมจะถูกเปิดโปงว่าเป็นศัตรูของสิ่งที่พวกเขากล่าวอ้าง หลายคนที่ประกาศตัวว่าเป็นผู้กล้าหาญจะถูกประณามว่าขี้ขลาดตาขาว หลายคนที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้เคารพความจริงจะถูกเปิดโปงว่าเป็นผู้โกหก การเดินทางของชีวิต

คนจนอาจได้รับความทุกข์จากสภาพชีวิตที่อดอยากยากจน พวกเขามองคนรวยด้วยความอิจฉาโดยหารู้ไม่ว่าความมั่งคั่งนั้นสร้างปัญหายิ่งกว่าความยากจน คนสำคัญบางคนอาจดูว่าได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่ในชีวิตส่วนตัวแล้วจิตใจของเขาไม่มีความสงบเลย พวกเขาไม่ได้พักผ่อนและนอนไม่หลับถ้าหากไม่มียานอนหลับช่วย ทุกคนล้วนมีปัญหาในโลกนี้ด้วยกันทั้งสิ้นเพียงแต่ว่าปัญหาของแต่ละคนมีลักษณะแตกต่างกันไปเท่านั้น

ไม่ว่าเราจะได้รับความสุขในชีวิตนี้มากเท่าใด มันก็เป็นเวลาชั่วครู่เท่านั้น ความตายไม่เคยไว้ชีวิตใคร เมื่อมันมาถึง ความมั่งคั่งและอำนาจไม่สามารถจะช่วยอะไรเขาได้ บางคนตายในขณะที่กำลังเดินอยู่บนถนน บางคนตายในขณะที่กำลังเดินทางอยู่ในเครื่องบิน บางคนตายในสภาพถูกล่ามโซ่ บางคนตายในวัง ความตายไม่เคยเมตตาใคร มันเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งทุกคนจะต้องได้พบ ความตายเตือนเราให้ต้องมองเลยปัจจุบันไปและแนะนำให้เราแสวงหาความสำเร็จเหนือโลกวัตถุ คนที่ไม่เรียนรู้เรื่องนี้นั้น ความสุขชั่วคราวที่พวกเขาได้รับในโลกนี้จะหมดไปในเวลาไม่นาน แล้วหลังจากนั้น พวกเขาจะพบว่าตัวเองอยู่ในโลกแห่งความมืด พวกเขาจะรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้สำหรับชีวิตหลังความตาย แต่ความเสียใจนั้นช่วยอะไรเขาไม่ได้แล้ว และพวกเขาจะต้องอยู่กับชีวิตที่เจ็บปวดรวดร้าวตลอดกาล การเดินทางของชีวิต

บทเรียนแห่งความตาย

มนุษย์ทุกคนล้วนมีความหวังและความทะเยอทะยานด้วยกันทั้งสิ้น ทุกคนต่างมีฝันบางอย่างและชอบคิดว่าตัวเองกำลังเดินไปสู่ความฝันนั้น แต่แล้วความตายก็มายุติความฝันของเขาและแสดงให้เขาเห็นว่าเขากำลังเดินทางไปสู่โลกของพระเจ้าต่างหาก ไม่ใช่โลกที่เขาเพ้อฝัน การเดินทางของชีวิตเขาไม่ได้ถูกกำหนดมาให้สิ้นสุดในโลกนี้ แต่เขากำลังมุ่งหน้าไปสู่ภพอันนิรันดร มนุษย์คนใดไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองก็ถือว่าเป็นคนโง่ เพราะความจริงแล้ว จุดหมายปลายทางที่แท้จริงของพวกเขานั้นไม่เหมือนกับที่เขาได้คาดคิดไว้ มนุษย์ใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจว่าลูกๆของเขาจะเป็นผู้สร้างอนาคตของพวกเขาเอง แต่เขาก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานพอที่จะเห็นผลแห่งความพยายามของเขา ไม่นานนักเขาก็ต้องพบกับอนาคตที่เขาไม่ได้เตรียมตัวไว้ มนุษย์พยายามที่จะสร้างบ้านที่อำนวยความสุขสบายให้ตัวเอง แต่บางครั้งความตายก็มาคั่นกลางเขากับความสุขที่เขาได้ฝันไว้ มนุษย์ต้องการที่จะสร้างความร่ำรวยให้แก่ตัวเอง เขาคิดว่ายิ่งเขาหาเงินได้มาก เขาก็จะยิ่งมีความมั่งคั่งและมีชื่อเสียง แต่ไม่นานนักเขาก็ต้องพบกับความจริงว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปสู่ความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวของหลุมฝังศพแทนที่จะเป็นเกียรติและชื่อเสียงที่เขาหวังไว้

มนุษย์มักคิดว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้หากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ความคิดเช่นนี้เองที่ทำให้เขาปฏิเสธความจริงอันชัดแจ้งของชีวิต ถ้าเขาเพียงยอมรับว่าความสุขชั่วคราวแห่งโลกนี้จะถูกแทนที่ด้วยการทรมานอย่างยาวนานในเร็วๆนี้ ท่าทีของเขาต่อชีวิตจะเปลี่ยนไปทันที ความเมตตาของพระเจ้า

เป็นเรื่องประหลาดแค่ไหนที่มนุษย์คิดว่าสิ่งที่เขาได้ทำไว้บนโลกนี้จะไม่มีผลอะไร มนุษย์มักจะหยิ่งทะนงในความถูกต้องของตัวเอง แต่จะเป็นการดีกว่าถ้าเขาภูมิใจในความถ่อมตน มนุษย์พยายามที่จะหาเหตุผลอธิบายความผิดของตัวเองแต่จะไม่เป็นการดีกว่าหรือถ้าเขายอมรับความผิดโดยเต็มใจ มนุษย์เต็มไปด้วยความรู้สึกรักในทรัพย์สินและกลัวที่จะให้พระเจ้า แต่พวกเขากลับใช้ทรัพย์สินไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆอย่างสิ้นเปลือง ดูเหมือนว่าการสะสมทรัพย์สินเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของมนุษย์ทั้งที่ความจริงแล้วเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาคือการใช้ทรัพย์สินของพวกเขาไปในหนทางของอัลลอฮฺต่างหาก คุณธรรมที่แท้จริงอยู่ที่การมีความเมตตากรุณาต่อคนอ่อนแอ แต่พวกเขากลับทอดทิ้งคนอ่อนแอและร้องหาความยิ่งใหญ่ พวกเขาพยายามที่จะเข้าไปในโลกเงียบแห่งความหมาย แต่พวกเขากลับชอบที่จะยุ่งอยู่กับกิจกรรมที่หนวกหูและไร้สาระ ความก้าวหน้านั้นอยู่ที่ความสามารถวิจารณ์ตนเองแต่พวกเขากลับวุ่นวายอยู่กับการวิจารณ์คนอื่น

มนุษย์กำลังอยู่ในสวรรค์ของคนโง่ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง แต่การฟื้นคืนชีพหลังความตายจะทำลายความฝันของพวกเขาทั้งหมด หลังจากนั้น จะมีก็แต่คนที่หวังในความเมตตาของอัลลอฮฺเท่านั้นที่จะได้รับความปลอดภัย

อัพเดทล่าสุด